546.jpg
ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : แนวคิด 3 สภา ร่วมใจพัฒนาประเทศ ลดความซ้ำซ้อน ทำในทิศทางเดียวกัน

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : แนวคิด 3 สภา ร่วมใจพัฒนาประเทศ ลดความซ้ำซ้อน ทำในทิศทางเดียวกัน

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “บทบาทสามสภากับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” โดยมี สภา 3 แห่ง อันประกอบด้วย สภาการศึกษา (สกศ.), สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสภาวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมปาฐกถา ถึงแนวทางของการมีบทบาทในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ภายในงาน ตัวแทนของ ทั้ง 3 สภา ได้กล่าวปาฐกถา เกี่ยวกับแนวทางดังกล่าว ในเนื้อหาและบริบทที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวว่า แนวทางบูรณาการทำงานร่วมกันของทั้ง 3 สภา คือสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)จะต้องช่วยกันเสริมพลังการพัฒนาประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันลดความซ้ำซ้อน โดยเฉพาะกระบวนการวางแผนและนโยบายด้านต่างๆ จำเป็นต้องมีการประเมินการวิจัย และนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อชี้นำอนาคตอย่างมีคุณภาพโดยแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ทั้งสามสภาต้องคำนึงว่าทรัพยากรมนุษย์คือปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อน การจัดทำนโยบายและแผนให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงบูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งในการดำเนินการ ควรจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทั้ง 3 สภา ควรขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันในการพัฒนาประเทศอย่างมีพลัง เร่งนำงานวิจัยและความรู้ทางวิชาการที่มีนำสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม หาคำตอบให้กับสังคม เสริมสร้างพลังร่วมกันทำงาน ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างทำ 

ช่วงหนึ่ง ดร.สุเมธ กล่าวว่า สภาการศึกษา ควรตีความการพัฒนาการศึกษาที่มีความสอดคล้องตรงกับทิศทางการพัฒนาของประเทศ ไม่ใช่ลอกเลียนแบบหลักสูตรของต่างประเทศมาใช้เท่านั้น แต่ควรปรับวิธีคิด กระบวนการคิดรู้จัก แก้ปัญหาอย่างสากลไม่ใช่ตามกระแสสากล และเรียนรู้อย่างรอบด้านคือเรียนรู้ทั้งตนเอง และเรียนรู้แง่มุมของคนอื่นทั้งในประเทศและนอกประเทศโดยเฉพาะการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี อันเป็นการรวมพลัง 3 สภาสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่เออีซีอย่างเข้มแข็งโดยยึดแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ตั้งเพื่อนำประเทศไปสู่ประโยชน์สุขด้วยการจับมือกันเดินไปข้างหน้าร่วมกัน                 

ทางด้าน ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า สกศ. กำลังเร่งขับเคลื่อนการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ 15 ปี ให้สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 สร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ ต่อยอดการพัฒนางานวิจัยสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคตร่วมพัฒนาทั้งคนและพัฒนาประเทศ อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งดำเนินการจัดตั้งภาคีเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหา ด้านการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาทุกช่วงวัยของคนทั้งประเทศ

ส่วนทาง ดร.ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่าแนวทางการพัฒนาประเทศมีโจทย์ใหญ่สำคัญ 6 เรื่องที่ต้องเผชิญในอนาคต คือ 1.สภาพเศรษฐกิจ 2.ประชากร วัยแรงงานน้อยลงก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ 3.ความเหลื่อมล้ำ 4.ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น และ 6.ภัยคุกคามด้านความมั่นคง กระทบเศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งกรอบแนวทางขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น เห็นว่าทั้งสามสภาต้องรับภารกิจสำคัญในการพัฒนาคนและพัฒนาการศึกษาระยะยาว และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ในช่วงระยะเวลา 20 ปี โดยนำงานวิจัยมาปรับใช้อย่างสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ            

ขณะที่ นายกฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ วช. มีเครือข่าย
องค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ(คอบช.) เพื่อรวบรวมและใช้งานวิจัยอย่างยั่งยืน เชื่อมั่นว่าทั้ง 3 สภาสามารถร่วมวางแผนขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์พัฒนาประเทศ และช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจชาติ ได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน  

งานนี้จบลงด้วยความเห็นด้วยกับแนวคิดของแต่ละท่าน และเห็นพ้องถึงทิศทางดังกล่าว แต่ในความคิดส่วนใหญ่ของคนที่เห็นด้วยเหล่านี้ ยังอดไม่ได้ที่จะหวาดหวั่น และไม่แน่ใจว่า แนวคิดดีๆ จะเป็นเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง เพียงชั่ววูบเดียวแล้วก็มอดดับไป ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาตลอดเวลา ที่ผู้บริหารมาจากนักการเมืองที่ดีแต่พูด แต่วันนี้เรากำลังอยู่ภายใต้การบริหารของคณะนายทหาร ซึ่งเก่งในการทำไม่เก่งทางด้านการพูด จึงน่าจะเป็นโอกาสของประเทศไทยเสียที ที่จะได้เกิดสิ่งดีๆ ขึ้นกับประเทศ

 


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top