วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
21 ก.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งขอความข่วยเหลือจาก นายสมพิศ นิลมล อายุ 49 ปี และ นางกรรณิการ์ นิลมล อายุ 47 ปี สองสามีภรรยา บ้านเลขที่ 30/7 หมู่ 5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือ กรณีนายศุภกิจ นิลมล หรือ น้องซีน อายุ 16 ปี บุตรชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม. 4 หลักสูตร EP โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา พร้อมเพื่อน ๆ รวม 4 คน ประสบอุบัติเหตุต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับ ขณะขับรถจยย.กลับจากเล่นฟุตบอล ทำให้ทั้ง 4 คนได้รับบาดเจ็บ เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 5 พ.ค.59 โดยนายศุภกิจ หรือ น้องซีน ลูกชาย ถูกต้นไม้ทับศรีษะสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาราช และส่งต่อโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) ปัจจุบันกลายเป็นคนอัมพาตพิการ พูดไม่ได้ และตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบดูแลช่วยเหลือแม้แต่น้อย ปัจจุบันนายศุภกิจ หรือ น้องซีน นอนซบรอความช่วยเหลืออยู่ที่บ้านอย่างน่าสงสาร
ผู้สื่อข่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านนายสมพิศ นางกรรณิการ์ สองสามีภรรยา ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายรถจยย.มือสอง และผลิตและจำหน่ายรถจยย.พ่วงข้าง พบนายนายศุภกิจ หรือ น้องซีน นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ แม้จะรู้สึกตัวแต่พูดไม่ได้และมีน้ำตาไหลอาบแก้มตลอดเวลา ศรีษะมีรอยแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ แพทย์ได้ตัดกะโหลกศรีษะทิ้งบางส่วน จนทำให้หนังหุ้มศรีษะอ่อนย้อนออกมาผิดรูป และเจาะลำคอช่วยหายใจ ส่วนหน้าทองใต้สะดือต้องเจาะเพื่อใช้ขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ แต่ก็ได้มีญาติและเพื่อนฝูงทยอยเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
.jpg)
นางกรรณิการ์ นิมล กล่าวว่า นายศุภกิจ หรือ น้องซีน เป็นเด็กที่มีร่างกายแข็งแรง รูปร่างสูงใหญ่ ชอบเล่นกีฬา และเรียนอยู่ชั้น ม.3 หลักสูตร EP โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา หลังจบชั้น ม. 3 กำลังจะเข้าเรียนชั้น ม. 4 โรงเรียนเดียวกัน แต่วันเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในช่วงปิดเทอม นายศุกิจ พร้อมเพื่อน 4 คน ชวนกันไปเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ หลังเลิกเล่นฟุตบอลนายศุภชับ บุตรชายได้ขับรถ จยย. มีเพื่อนนั่งซ้อนท้าย 1 คน ส่วน จยย. อีกคันเพื่อนขับซ้อนท้ายกันมา 2 คน โดยขับประกบกันมาตามถนน 4 ขวา ชลประทาน-สะพานยาว ต.นาเคียน เขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช แต่ระหว่างทางเกิดลมพัดกรรโชก ทำให้ต้นจามจุรีขนาดใหญ่หักโค่นล้มขวางถนนทับรถ จยย.ทั้ง 2 คัน พังเสียหายยับเยิน ทำให้นายศุภกิจ บุตรชาย และเพื่อนอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยนายศุภกิจ ถูกต้นจามจุรีล้มทับเข้ากลางศรีษะได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่ง รพ.มหาราช และต่อมาถูกส่งต่อ รพ.สงขลานครินทร์ เป็นเวลานานกว่า 2 เดือน กลายเป็นอัมพาตพิการไปตลอดชีวิต แพทย์อนุญาตให้นำนายศุภกิจ กลับมาดูแลที่บ้าน ซึ่งตนต้องซื้อเตียงคนไข้ เครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ด้วยเงินของตัวเอง ตั้งแต่น้องศุภกิจ ประสบอุบัติเหตุครอบครัวตนใช้จ่ายไปแล้วนับล้านบาท
นางกรรณิการ์ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ ตน สามี และญาติ ๆ พยายามติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่กลับไม่มีหน่วยงานไหนหรือในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ตนจึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แต่ผ่านมากว่า 2 เดือนก็เงียบหาย ไม่ได้รับการติดต่อดูแลช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการใด ๆ งเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือจากสื่อมวลชน
.jpg)
ด้านนายธนาชัย เกตุโรจน์ ประธานชมรมทนายความช่วยเหลือประชาชนเมืองคอน และกรรมการสภาทนายความจังหวัดนครศรธรรมราช กล่าวว่า ในกรณีนี้หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น อบต.,เทศบาลหรือกรมทางหลวง ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงทาง รวมถึงต้นไม้ที่ขึ้นในเขตทางที่รับผิดชอบและยังต้องป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอันที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ทางที่รับผิดชอบด้วย จึงควรตรวจดูแลรักษาต้นไม้เหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่มีพายุลมแรง อาจทำให้กิ่งไม้หักหรือต้นไม้โค่นล้มลงบนทางที่รับผิดชอบเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรไปมาได้ เมื่อต้นไม้ที่หักโค่นล้มทับรถจยย.ของชาวบ้านเสียหายหรือชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ หน่วยงานรัฐนั้นจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและเพ่ง ซึ่งเคยมีคดีที่ตัดสินไว้ ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.459/2554
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี