546.jpg
จับมือปั่นหุ้นพระกาฬ ทำ‘เฟซออฟ’ ถล่มญี่ปุ่นเจ๊ง4พันล้าน

จับมือปั่นหุ้นพระกาฬ ทำ‘เฟซออฟ’ ถล่มญี่ปุ่นเจ๊ง4พันล้าน

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จับมือปั่นหุ้นพระกาฬ

ทำ‘เฟซออฟ’

ถล่มญี่ปุ่นเจ๊ง4พันล้าน

ผ่าตัดหน้าซุกในไทยถึง11ปี

เช่าคอนโดหรูเดือนละแสน

ตม.ตามรวบขณะไปต่อวีซ่า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)พร้อม พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.ตม.) ร่วมแถลงจับกุม นายยาซูโอะ ทะซึบากิ อายุ 62 ปี อาชญากร สัญชาติญี่ปุ่นตามหมายจับ ศาลแขวงไซตามะ ประเทศญี่ปุ่นในคดีความผิดการค้าหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า12,000 ล้านเยน หรือ4,000ล้านบาทโดยจับกุมได้ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะขณะไปต่อวีซ่า เมื่อช่วงเย็นวันที่27 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยพล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวว่าสืบเนื่องจากได้รับการประสานจากทางการญี่ปุ่นขอให้ติดตามตัวนายยาซูโอะ ทะซึบากิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ประเทศญี่ปุ่นในคดีความผิดการค้าหลักทรัพย์เมื่อปี 2544-2548 ขณะที่ นายยาซูโอะ เป็นทนายความของบริษัทOHT ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรชื่อดังในญี่ปุ่นโดยนายยาซูโอะได้ร่วมกับพวกอีก2 คน เปิดบัญชีกว่า 526บัญชีผ่านบริษัทหลักทรัพย์อื่นๆกว่า41 แห่ง เพื่อมากวาดซื้อหุ้นในบริษัทOHT ก่อนจะปั่นราคาหุ้นจากหุ้นละ200,000เยน ขึ้นเป็นราคาหุ้นละ1.2-1.5ล้านเยนจากนั้นจึงขายทิ้งทั้งหมดทำให้มีมูลค่าความเสียหายกว่า12,000 เยนหรือคิดเป็นเงินไทย 4,000ล้านบาท


โดยสื่อมวลชนญี่ปุ่นได้ลงข่าวว่าการปั่นหุ้นดังกล่าวนั้น ถือเป็นความเสียหายมากที่สุดในประวัติกาลตลาดหุ้นญี่ปุ่น ก่อนที่นายยาซูโอะ หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยพร้อมศัลยกรรมใบหน้า(Face off) จนไม่มีใครจำได้ จากนั้นปี 2550 ศาลแขวงไซตามะ ประเทศญี่ปุ่นออกหมายจับ นายยาซูโอะและพวกอีก2คน ก่อนพวกทั้ง2 คนถูกจับกุมตัวดำเนินคดีในประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ระหว่างที่นายยาซูโอะหลบหนีในประเทศไทย ได้มาเช่าคอนโดหรูย่านสุขุมวิทในราคาเดือนละ 100,000 บาทก่อนไปเช่าบ้านพัก ย่านพระราม 2 ในราคาเดือนละ 30,000บาท รวมระยะเวลาหลบหนีในไทยกว่า 11ปีโดยไม่ได้ประกอบอาชีพใดเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่27 กรกฎาคม ตำรวจ ตม.ทราบว่านายยาซูโอะมาต่อวีซ่า ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่าจากการสอบถาม เบื้องต้นนายยาซูโอะ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างอื่น และจากการตรวจสอบพบว่าขณะอยู่ที่ญี่ปุ่นนายยาซูโอะ เคยมีภรรยา เป็นนักข่าวสถานีโทรทัศน์ชื่อดังญี่ปุ่นก่อนจะหลบหนีมาไทยและพบว่ามีคนไทยเป็นผู้เปิดหมายเลขโทรศัพท์และเปิดบัญชีธนาคารให้คาดว่าน่าจะมีภรรยาเป็นคนไทยด้วย อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงในส่วนยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีเช่นกัน

“ถึงแม้นายยาซูโอะจะยังไม่ให้ข้อมูลอะไรมากแต่จากเอกสารและหลักฐานต่างๆ ยืนยันตัวบุคคลนายยาซูโอะขณะเดียวกันทางการญี่ปุ่นก็ได้นำดีเอ็นเอของนายยาซูโอะไปพิสูจน์ทราบเช่นกัน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาฉ้อโกง อาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ และเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯซึ่งมีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม ก่อนจะผลักดันกลับประเทศญีาปุ่นต่อไป”พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top