วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุแฮกข้อมูลจากตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน โดยการปล่อยไวรัสมัลแวร์ และนำเงินออกไปได้ 12,291,000 ล้านบาท จนทำให้ธนาคารออมสินต้องทำการปิดบริการตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศกว่า 3 พันตู้ เป็นการชั่วคราว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษาสัญญาบัตร(สบ10) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว เป็นชาวยุโรปตะวันออก โดยมีชื่อและภาพถ่ายแล้วจำนวน 5 คน เดินทางเข้าออกประเทศไทย 5 ครั้ง แต่ขณะนี้คนร้ายบางส่วนได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว ทั้งนี้ พบว่ามีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ไต้หวัน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และที่มาเลเซีย เมื่อปี 2557 โดยเหตุเกิดวันที่ 7-30 กรกฎาคม แต่ทางธนาคารตรวจพบในวันที่ 1-10 สิงหาคม เพราะหลังจากคนร้ายนำเงินออกจากตู้ก็จะสั่งให้ตู้รีเซ็ตระบบกลับไปเป็นเหมือนเดิม จึงตรวจสอบได้ยาก อีกทั้งภาพจากกล้องที่ตู้ยังไม่ทำงานขณะคนร้ายก่อเหตุ เนื่องจากถูกมัลแวร์ควบคุม จะรู้เมื่อนำเงินมาตรวจนับและพบว่ามีเงินหายไปเท่านั้น
สำหรับตู้เอทีเอ็มที่ถูกโจรกรรมนั้นเป็นตู้ที่คนร้ายปล่อยมัลแวร์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และเอาบัตรที่คาดว่าผลิตในประเทศยูเครนเสียบเข้าไปที่ตู้ จากนั้นเงินก็จะไหลออกมา บางตู้ไหลออกมาจำนวนหลักหมื่น แต่บางตู้ เช่นที่ จ.เพชรบุรีไหลออกมาล้านกว่าบาท พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพราะคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุที่หน้าตู้ค่อนข้างนาน
“เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะทำการสืบสวนเพื่อทราบตัว รวบรวมหลักฐานจนถึงขั้นออกหมายจับได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลหลายอย่างเช่น ยานพาหนะ ที่ใช้ก่อเหตุ และที่พักของคนร้าย เป็นต้น ส่วนการติดตามจับกุมตัวนั้นเชื่อว่าคนร้ายบางส่วนยังคงตกค้างอยู่ในประเทศไทย นอกจาก 5 คนที่เดินทางออกจากไทยไปแล้ว หรืออาจจะเดินทางกลับมาในปรเะเทศไทยอีกเพราะคิดว่าทางการไทยยังไม่รู้ตัวคนกระทำผิด” พล.ต.อ.ปัญญา กล่าว
มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่พบภาพผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีลักษณะคล้ายชายชาวยุโรป จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่ตู้เอทีเอ็มแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อมูลเพื่อควบคุมตู้อื่นๆ ทั้ง 21 ตู้ที่ถูกนำเงินออกไป โดยเจ้าหน้าที่กำลังร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเก็บหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบหาร่องรอยคนร้าย ส่วนที่ จ.พังงาที่เกิดเหตุคนร้ายนำเงินออกไปจากตู้จำนวน 4 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน ก็มีการใช้บัตรวีซ่าการ์ดแบบเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนว่าเป็นการนำข้อมูลทางธนาคารไปศึกษาก่อนลงมือก่อเหตุหรือไม่ พร้อมกันนี้ ตำรวจจะสืบสวนขยายผลว่า การก่อเหตุในประเทศไทยครั้งนี้ มีคนไทยร่วมขบวนการด้วยหรือไม่ โดยจะเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่ สตช.
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธาน กสทช. กล่าวว่า ประเทศไทยมีเทคโนโลยีเพื่อให้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย เราจึงต้องเร่งดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับชาติ
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ(แบงก์รัฐ) ทุกแห่งเข้มงวดและมีมาตรการดูแลเรื่องระบบไอทีของธนาคารอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผู้ไม่หวังดีเข้ามาโจรกรรมเงินออกจากตู้เอทีเอ็มเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับธนาคารออมสิน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะเชิญบริษัทประกันเข้ามาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งประสานบริษัทเจ้าของตู้เอทีเอ็ม เอ็นซีอาร์ ของประเทศสก็อตแลนด์ เพื่อปรับปรุงระบบและพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ระบบตู้เอทีเอ็มออมสินมีมาตรฐานเหมือนกับธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง มีการ ปรับเปลี่ยนตู้เอทีเอ็มทุก 5 ปี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี