26 ส.ค.59 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวสันต์ สิงคเสลิต รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสมควร ชูวรรธนปกรณ์ และนายบรรเจิด หอมบุญมา ผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และนายณรงค์ เจียมใจบรรจง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ฯ ร่วมลงนามในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรกรรม สืบเนื่องมาจากโครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ระหว่างกองทุนกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กรมราชทัณฑ์ และบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงประทานคำแนะนำที่จะแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังบางรายที่จะพ้นโทษไปทำงานในหน่วยงานต่างๆ ด้านเกษตรกรรมที่ขาดองค์ความรู้ในการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกในรูปแบบที่ทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยีดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และเกิดความยั่งยืนในการดูแลผู้กระทำผิดที่ใกล้พ้นโทษ เมื่อพ้นโทษแล้วสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสังคมภายนอกได้อย่างปกติ จึงมีพระราชดำริจะสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขัง โดยประทานศูนย์เรียนรู้เกษตรกรที่ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก ให้กรมราชทัณฑ์เป็นต้นแบบในการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับผู้ต้องขัง และดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้

ด้านนายวสันต์ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรมดังกล่าว เป็นศูนย์ที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้ฝึกทักษะฝีมือแรงงานด้านเกษตรกรรม ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ประกอบด้วย โครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ ความจุ 100,000 ตัว 4 โรงเรือน โครงการเลี้ยงสุกรขุน 2,400 ตัว และโครงการระบบแก๊สชีวภาพจากมูลไก่พันธุ์ไข่และสุกรด้วยบ่อ COVER LAGOON ขนาด 4,000 ลูกบาศก์เมตร รวมถึงการปลูกทุเรียนและกล้วยอีก 16 ไร่ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ของการพัฒนาให้สอดคล้องกับเป้าหมาย โดยดำเนินโครงการก่อสร้างและพัฒนาทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริกให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ระหว่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักการพัฒนาของสหประชาชาติหลังปี ค.ศ.2015 ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาย่างยั่งยืน เพื่อก้าวทันโลกในอนาคต
ด้านนายณรงค์ กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ที่ร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ในครั้งนี้ จะมีทั้งด้านการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งทางซีพีจะสนับสนุนทุนดำเนินการทั้งหมด โดยในด้านการปลูกพืชจะทยอยทำทีละขั้นตอนเริ่มจากการปรับปรุงดินที่จะใช้ในการปลูกพืชซึ่งคาดว่าใช้เวลาพอสมควรก่อนที่จะนำพันธ์พืชไปลงปลูก ส่วนการเลี้ยงสัตว์นั้นทางซีพีจะต้องใช้เวลา 7-8 เดือนในการก่อสร้างโรงเลี้ยงสัตว์ ก่อนจะนำสัตว์เข้าไปเลี้ยงได้ นอกจากนี้ เรายังจะมีการอบรมกรีดยางพาราให้กับกลุ่มผู้ต้องขังอีกด้วย และจะให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วย อย่างไรก็ตาม ระหว่างเกิดผลผลิตในกระบวนการจากโครงการดังกล่าวก็จะได้ใช้เป็นทรัพยากรส่งเสริม เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไปต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี