ยุคนี้ใครที่อยู่เฉยๆ(ไม่ทำอะไร)ก็มีแต่ตายลูกเดียว
เลี้ยงไส้เดือน .... สร้างอาชีพและรายได้เสริมระหว่างเรียน
การส่งเสริมให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
โรงเรียนอนุบาลบ้านบางพระ(ฉิ่งนาวิกอนุสรณ์) ต.บางพระ อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี มีการปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับนโยบายตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาการเรียนรู้” ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็น เกิดการเรียนรู้ตามวัย ขยายขอบข่ายความคิด และรู้จักการทำงานเป็นทีม ด้วยการเปิดแหล่งเรียนรู้โครงการเลี้ยงไส้เดือน โครงการล้อยางกระถางต้นไม้ โครงการเพาะเห็ดนางฟ้า ปลูกผักสวนครัว และน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ชีวิตให้กับนักเรียน ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 772 คน ที่จัดว่าเป็นโรงเรียนขนาดกลาง โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนมีประสบการณ์ติดตัวไปประกอบเป็นอาชีพในปัจจุบัน และอนาคต

นางสาวพรพิศ อภิชิตพงศ์ชัย ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า โรงเรียนเห็นว่าควรจะมีแหล่งเรียนรู้อาชีพและจัดกิจกรรมให้เด็กๆรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ อยากทำ เช่น แหล่งเรียนรู้โครงการเลี้ยงไส้เดือน แม้ว่าเด็กบางคนรู้สึกขยะแขยง กลัว ไม่กล้าจับไส้เดือน แต่เมื่อเห็นเพื่อนๆ ทำ ก็หายกลัว และยังช่วยฝึกให้เด็กมีจิตใจรักสัตว์ เสียสละ มีความรับผิดชอบเป็นการสร้างรายได้เสริมให้เด็กในระหว่างเรียนด้วย
ครูพีรพล เฉลิมวัฒน์ ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นป.4-6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรงเรียนจัดแหล่งเรียนรู้หลากหลายกิจกรรมตามความสนใจของนักเรียน ซึ่งโครงการเลี้ยงไส้เดือนเป็นกิจกรรมที่มอบหมายให้นักเรียนชั้น ป.4-6 ช่วยกันรับผิดชอบ ตั้งแต่ขั้นตอนการดูแลไส้เดือน ไปจนถึงนำปุ๋ยมูลไส้เดือนไปวางจำหน่ายที่ตลาดนัดบริเวณใกล้ๆ โรงเรียน นอกจากนี้ เด็กๆยังมีส่วนร่วมในการช่วยกันทำบัญชีรายรับจากการจำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือน ซึ่งเริ่มจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 และมีรายได้เข้าโรงเรียนแล้ว ล่าสุด โรงเรียนขยายจำนวนกะละมังที่เลี้ยงไส้เดือนจาก 10 กะละมังเป็น 20 กะละมัง เพื่อแบ่งให้นักเรียนไปทดลองเลี้ยงเองที่บ้าน
เด็กชายนัทธพงศ์ เหมือนประสาน หรือน้องฟิล์ม อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 ซึ่งเรียนรู้การเลี้ยงไส้เดือน เพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือนจากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เล่าให้ฟังว่า นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง รู้วิธีเลี้ยงไส้เดือนที่ถูกต้อง โดยมีพี่ๆ จากโรงงานอาหารสัตว์ศรีราชาของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ นำวิทยากรมาให้ความรู้ นอกจากนี้ พี่ๆ ซีพีเอฟยังนำพันธุ์ไส้เดือนและอุปกรณ์การเลี้่ยง เช่น กะละมัง มาให้ ซึ่งน้องฟิล์มและเพื่อนๆ อีก 9-10 คน ได้รับมอบหมายจากคุณครูให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแล คอยให้อาหารไส้เดือน รดน้ำเพื่อให้ความชุ่มชื้นในกะละมังที่เลี้ยงไส้เดือน รวมทั้งคอยนำมูลวัวมาใส่ในกะละมัง
น้องฟิล์ม เล่าต่อว่า หลังจากที่โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้โครงการเลี้ยงไส้เดือนแม้ในช่วงแรกๆ คุณครูต้องคอยช่วยควบคุมดูแล แต่ตอนนี้เด็กๆ ช่วยกันทำเองได้แล้ว สามารถเก็บมูลไส้เดือนมาผลิตเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือนใส่ถุุงจำหน่าย ล่าสุดคุุณครูจึงแบ่งไส้เดือนให้เด็กๆ กลับไปทดลองเลี้ยงที่บ้านเพื่อเป็นรายได้เสริมของนักเรียน ซึ่งน้องฟิล์มถ่ายทอดขั้นตอนการเตรียมเลี้ยงไส้เดือนที่บ้านให้ฟังว่า ขั้นแรกเตรียมกะละมังไว้ 2 กะละมัง หมักมูลวัวทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อระบายความร้อนออกจากมูลวัว จากนั้นจึงนำมูลวัวเทลงในกะละมัง และนำไส้เดือนไปวางบนมูลวัว สังเกตว่าไส้เดือนไชลงไปด้านล่างของมูลวัว แสดงว่าไส้เดือนอยู่ได้ แต่ถ้าไส้เดือนตะเกียกตะกายออกมาจากกะละมัง แสดงว่ามูลวัวยังมีความร้อนอยู่ ขั้นตอนหลังจากนำไส้เดือนไปใส่บนมูลวัวแล้วรอประมาณ 1-2 เดือน จะเห็นมูลไส้เดือนลักษณะก้อนสีดำเล็กๆ ผุดเต็มไปหมด ปาดมูลไส้เดือนด้านบน นำไปตากให้แห้งใส่กระสอบเก็บไว้ จากนั้นนำไปใส่ถุงละ 1 กิโลกรัม เพื่อนำไปจำหน่าย
เด็กชายภาคินทร์ วงจำนงค์ หรือ น้องโต๋ เพื่อนนักเรียนร่วมชั้นกับน้องฟิล์ม เสริมว่า มูลไส้เดือนที่น้องโต๋และเพื่อนๆ ช่วยกันเก็บ ส่วนหนึ่งถูกนำไปเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้และใส่ในแปลงผักสวนครัวที่โรงเรียนปลูกไว้เป็นอาหารกลางวันของนักเรียน อีกส่วนหนึ่งนำมาใส่ถุงขายกิโลกรัมละ 35 บาท หรือถุงละ 3 กิโลกรัม ขายในราคา 100 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อปุ๋ยมูลไส้เดือน มีทั้งกลุ่มผู้ปกครองนักเรียน ครูในโรงเรียน และคนในชุมชนใกล้ๆ โรงเรียน
เห็นเด็กๆ ทำกิจกรรมได้ผลเป็นที่ประจักษ์ออกมาอย่างนี้ ผู้ใหญ่ที่อยากหารายได้พิเศษในเมืองกรุง อยากจะลองทำบ้าง ก็น่าจะหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำได้เหมือนกัน (ถ้าไม่รังเกียจใส้เดือน) ยุคนี้เป็นยุคที่อยู่เฉยก็มีแต่ตายลูกเดียว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี