นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร.ให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าวในทุกด้าน เพื่อให้แรงงานทุกคนได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม เข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย ที่ผ่านมายังพบว่ามีสถานประกอบการบางแห่งมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องของการหักค่าจ้าง โดยมีการหักค่าจ้างจากลูกจ้างเพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าชุดทำงาน เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย
ซึ่งกรณีนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 ได้กำหนดห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดจากลูกจ้าง เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น ชำระค่าภาษี ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น กรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติก็จะมีความผิดตามกฎหมายโดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลูกจ้างที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของ ครม. เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา โดย ครม.มีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และการดำเนินการของสถานประกอบกิจการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของลูกจ้างซึ่งเป็นวัยรุ่น พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เนื่องจาก มาตรา 4 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบกิจการมีหน้าที่ในการให้ความรู้แก่วัยรุ่นที่เข้าสู่การทำงานในสถานประกอบกิจการซึ่งมีอายุระหว่าง 15-20 ปี
และให้กระทรวงแรงงานมีหน้าที่ออกกฎกระทรวงเพื่อให้มีการปฏิบัติตามพ.ร.บ.นี้ สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้สถานประกอบกิจการจะต้องจัดให้มีการให้ข้อมูลข่าวสารเรื่องการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น โดยการจัดทำคู่มือ บอร์ดประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้แก่ลูกจ้างในเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด การแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ การแท้ง ภาวะแทรกซ้อนอันเนื่องจากการแท้ง และโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อเอชไอวี
อธิบดี กสร. กล่าวต่อไปว่า กรณีสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ซึ่งกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2548กำหนดให้ต้องจัดให้มีพยาบาลประจำในสถานประกอบกิจการ ดังนั้น นายจ้างจึงต้องมอบหมายให้พยาบาลมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ลูกจ้างวัยรุ่นในสถานประกอบกิจการ นอกจากนี้ หากลูกจ้างต้องการขอคำปรึกษาหรือขอรับบริการอนามัยเจริญพันธุ์ให้ถือเป็นหน้าที่ของนายจ้างต้องสนับสนุนให้ลูกจ้างเข้าถึงบริการจากสถานพยาบาล รวมไปถึงมีระบบการส่งต่อโดยการประสานงานช่วยเหลือเพื่อให้ลูกจ้างได้รับการจัดสวัสดิการสังคมด้วย ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไขของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
นอกจากนี้ กสร. ยังเปิดเวทีประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้อย่างทั่วถึงและรอบด้าน ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 เป็นกฎหมายหลักที่ใช้การดำเนินกระบวนการแรงงานสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการซึ่งใช้มาเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านแรงงานสัมพันธ์ สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานสากล อาทิ อนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และอนุสัญญาฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง จึงมีความจำเป็นในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าว
อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ เวทีประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายฉบับนี้เปิดให้ผู้แทนองค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง นักวิชาการ และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวน 4 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดสงขลา
และมีกำหนดจัดอีก 3 ครั้งณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 22 ก.พ. 2561 จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 27 ก.พ. 2561 และส่วนกลาง ณ กระทรวงแรงงาน ในวันที่ 9 มี.ค. 2561 หลังจากนั้นจะสรุป และวิเคราะห์ผลที่ได้จากการทำประชาพิจารณ์เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทร.0-2245-8993 หรือสายด่วน 1506 กด 3
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี