วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่นเครียด
ลุ้นประกันตัว
กองปราบสอบมาราธอน
‘น้องฟ้า’ห่วงมากเยี่ยมทุกวัน
ถ้าปล่อยตัวจะไม่กลับกาญจน์
‘เจ๊เกียว’เตรียมช่วยเพื่อน
“ครูปรีชา” เครียดจัดนอนในห้องขังกองปราบฯคืนแรก ขอสิบเวรใช้มือถือหลายครั้ง อ้างจะโทร.หาทนาย แต่ถูกปฏิเสธ บอกพี่สาว“เวรกรรมมีจริง” ขณะที่“เจ๊บ้าบิ่น” ความดันกำเริบ ขอนั่งหลับคาเก้าอี้ ตำรวจเตรียมส่งฝากขังผัดแรก ทนายลุ้นขอประกันตัว ด้าน“เจ๊เกียว”หนุนสุดตัว บอกไม่ต้องห่วงเรื่องเงินประกัน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนวญการพิเศษ รร.เทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี และ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จ ข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงาน และข้อหากระทำการให้บุคคลอื่นได้รับโทษทางอาญา เกี่ยวเนื่องกับกรณีลอตเตอรี่ 30 ล้าน ซึ่งถูกจับกุมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และถูกนำตัวเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองปราบปรามเป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง
คุมตัวสอบเครียดปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น
จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 กลับมาคุมตัวไว้ในห้องขังของกองปราบปราม และได้นำแผงเหล็กมาปิดกั้นทางเดินที่จะเข้ามายังบริเวณหน้าห้องขัง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปได้ โดยเจ้าหน้าที่คุมตัวนายปรีชาไว้ในห้องขังด้านใน ส่วนนางรัตนาพร ถูกคุมขังไว้ที่ห้องขังด้านนอก
เครียด-นอนหลับคาเก้าอี้
มีรายงานว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งสองมีอาการเครียดเล็กน้อย รวมทั้งยังนอนไม่ค่อยหลับอีกด้วย โดยนางรัตนาพรต้องขอให้ตำรวจนำเก้าอี้พลาสติกมาให้ เพื่อไว้ใช้สำหรับนั่งหลับ แทนที่จะนอนกับพื้นห้องขัง เนื่องจากเคยเข้ารับการผ่าหลังมาก่อน ทำให้ไม่สามารถนอนกับพื้นห้องได้ ต้องอาศัยนั่งหลับบนเก้าอี้แทน นอกจากนี้ นางรัตนาพรยังมีอาการความดันกำเริบต้องรับประทานยาลดความดันด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามตำรวจกองปราบปราม ระบุว่า ครูปรีชา และนางรัตนาพร นอนหลับดีเพราะมีอาการเหนื่อย ไม่ได้มีอาการเครียด และมีญาตินำหมอนและผ้าห่มนอนมาให้ ซึ่งห้องขังของทั้งสอง เป็นห้องขังที่ติดกัน
เตรียมนำไปฝากขัง2มีนาฯ
ด้านพ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. กล่าวว่า อาจนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีก เนื่องจากที่ผ่านมาการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงได้ให้ผู้ต้องหาไปพักผ่อนก่อน เนื่องจากเห็นว่าเหนื่อยล้าเกินไป โดยในวันที่ 2 มีนาคมนี้ จะนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญา เพื่อฝากขังต่อไปพร้อมกับคัดค้านประกันตัวเนื่องจากเกรงไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ส่วนเรื่องการขอประกันตัวนั้นทราบว่าเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวของครูปรีชา โดยใช้ตำแหน่งข้าราชการซี8
ส่วน นางรัตนาพร ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 75,000 บาท และยังไม่ทราบว่า ทนายความได้ยื่นหลักฐานอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ และการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว ก็คงต้องให้ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่
เบิกตัวครูปรีชาสอบอีกรอบ
ต่อมาเวลา 11.15 น. พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. นำเอกสารเข้าไปภายในพื้นที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา และเชิญตัวนายปรีชา ออกมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีการให้อ่านรายละเอียดในเอกสารบางอย่าง และพูดคุยสอบถาม โดยใช้เวลาประมาณเกือบ 20 นาที ก่อนที่จะนำตัวกลับเข้าไปห้องคุมขังอีกครั้ง
จากการสอบถามพนักงานสอบสวนดังกล่าวระบุสั้นๆ ว่า มาสอบปากคำเพิ่มเติม เมื่อถามว่า นำเอกสารอะไรมาให้ด้วยหรือไม่ พนักงานสอบสวนตอบแค่เพียงว่า ส่วนของรายละเอียดจะมีการให้ในภายหลัง ทั้งนี้ในมือของพนักงานสอบสวนมีการถือเอกสารบางส่วนไว้ ซึ่งในวันนี้นายปรีชาได้เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อโปโล และกางเกงวอร์ม สีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึม และเครียดกว่าที่ผ่านมา
พี่สาวมาเยี่ยมบอกเวรกรรมมีจริง
ต่อมา เวลา 13.00 น. พี่สาวของนายปรีชา และญาติของนางรัตนพรได้เดินทางมาเยี่ยม โดยทางพี่สาวของนายปรีชาได้ให้กำลังใจและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องหลักทรัพย์และการประกันตัว นอกจากนี้ยังได้ซื้อกาแฟเย็นมาฝากนายปรีชาด้วย โดยนายปรีชามีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด
มีรายงานว่า นายปรีชาได้พูดกับพี่สาวว่า “เวรกรรมมีจริง” ซึ่งหลังจากเยี่ยมครูปรีชาเสร็จสิ้น พี่สาวนายปรีชาได้เดินทางไปไหว้ศาลพระภูมิที่อยู่ด้านหลังกองปราบปราม โดยไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด
กระวนกระวายขอปรึกษาทนาย
มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ตั้งแต่ที่นายปรีชาถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังได้ขออนุญาตสิบเวรเพื่อใช้โทรศัพท์มือถือหลายครั้ง โดยอ้างว่า จะขอปรึกษาเรื่องคดีกับทางทนายความ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตเนื่องจากเป็นระเบียบของห้องขัง และผู้บังคับบัญชาสั่งการให้กวดขันอย่างเข้มงวด โดยไม่ว่าผู้ต้องหาเป็นใครหรือมีตำแหน่งใดก็ห้ามใช้โทรศัพท์ทุกคน
“ฟ้า”โผล่เยี่ยมครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น
ต่อมาเวลา 13.30 น. น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือฟ้า อายุ 36 ปี เพื่อนสาวคนสนิทนายปรีชา ได้เดินทางมาเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับนายปรีชา ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับนายปรีชานั้น ก็ยังสบายดี ไม่เครียดไม่ได้กังวล ไม่ได้ฝากอะไรถึงใคร โดยตนมาหาครูปรีชา และ ป้าบ้าบิ่น ทุกวันเพราะเป็นห่วงมาก เนื่องจากนับถือกับครูปรีชาแบบพี่น้องมาตลอดกว่า 10 ปี ส่วนป้าบ้าบิ่นนั้นตนนับถือกันเป็นแม่ลูก
ไม่กลับเมืองกาญจน์หลังได้ประกัน
น.ส.กนกพรรณ กล่าวว่า ในวันที่ 2 มีนาคม ตนได้เตรียมทำเรื่องที่จะไปยื่นประกันในชั้นศาล หากทั้งคู่ได้ประกันตัวแล้วจะหารือกันว่าอาจจะไม่กลับไป จ.กาญจนบุรี เพราะนักข่าวดักเฝ้าที่บ้านจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้ไม่อยากเป็นข่าวแล้ว ตนยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของครูปรีชาและป้าบ้าบิ่น เพราะทั้งคู่เป็นคนดี คนในเมืองกาญจนบุรีรู้ดีว่าครูไม่เคยโกหกใครมีแต่จะให้ความช่วยเหลือเมื่อคนเดือดร้อน
เบิกตัวเซ็นเอกสาร-สอบเพิ่มเติม
จากนั้น เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ทำการเบิกตัวนายปรีชา และนางรัตนาพร ออกจากห้องควบคุมตัวมาที่บริเวณด้านหน้าห้องควบคุมตัว พร้อมกับนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีมาให้เซ็นรับทราบ ก่อนที่จะนำตัวไปทำการสอบปากคำในคดีเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดการสอบปากคำได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี
ครูปรีชาร่าเริงแต่เจ๊บ้าบิ่นเครียด
มีรายงานว่า ช่วงระหว่างที่มีการพาตัวนายปรีชาและนางรัตนาพร เดินออกจากห้องคุมขังเพื่อเดินขึ้นไปยังห้องพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. นั้นพบว่านายปรีชา ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เลี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน ขณะที่นางรัตนาพร มีสีหน้าเคร่งเครียดและดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด และได้มีการยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบันทึกภาพจากสื่อมวลชน
ทนายเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกัน
ทางด้าน นายเกรียงไกร นาควะรี ทนายความของนายปรีชา เปิดเผยว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ประกันตัวทั้งสองคนแล้ว ในวันที่ 2 มีนาคม ที่ศาลอาญารัชดา แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยจำนวนหลักทรัพย์ที่จะยื่นประกันตัว
เจ๊เกียวเตรียมหลักทรัพย์ประกันเพื่อน
อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นางปณัญชยา สุขผล หรือเจ๊เกียว หนึ่งในแม่ค้าขายลอตเตอรี่ และเป็นพยานแวดล้อมให้กับนายปรีชา พบว่า นางปณัญชยา ยังคงปักหลักตั้งแผงขายลอตเตอรี่ให้กับลูกค้าอยู่ที่ใต้ต้นไทร ภายในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม พระอารามหลวง หรือวัดใต้ ตามปกติ มีลูกค้ามาอุดหนุน เนื่องจากในวันที่ 2 มีนาคม หวยก็จะออกให้ได้ลุ้นกันอีกครั้งหนึ่งแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงตอนนี้ได้มีการเตรียมหลักทรัพย์เอาไว้ประกันตัวนางรัตนาพรแล้วหรือยัง นางปณัญชยา ตอบว่า เตรียมเอาไว้หมดแล้ว และขณะนี้คนประสานงานเกี่ยวกับเรื่องประกันตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งต้องรอให้เขาเดินทางกลับมาก่อนแล้วค่อยมาพูดคุยกัน ส่วนตนคงไม่เดินทางไปเองเพราะมีคนประสานและทำงานเรื่องนี้อยู่แล้ว
ไม่ต้องหวั่นไหวเดี๋ยวความจริงปรากฏ
ทั้งนี้ตนได้คุยกับนางรัตนาพรโดยตรง ซึ่งก็มีความเข้มแข็งดี และตนได้ให้กำลังใจ พร้อมบอกให้อดทนสักนิดหนึ่งเพราะเดี๋ยวความจริงก็ปรากฎ และไม่ต้องหวั่นไหวอะไรทั้งนั้น โดยทั้งนายปรีชาและนางรัตนาพรก็ยังคงยืนยันคำเดิม เหมือนที่เคยให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่
“ตัวเจ๊เกียวเองก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เพราะว่าตอนนี้เหมือนว่าทุกคนกำลังได้รับความเดือดร้อนกับเรื่องนี้ และทุกคนก็เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เจ้าหน้าที่กองปราบเขาก็ทำหน้าที่ของเขา เราก็ต้องไปช่วยกันในชั้นศาลตามขั้นตอนดังที่เคยบอกเอาไว้” นางปณัญชยา กล่าว
เงินหนาไม่ต้องระดมทุนประกัน
และว่าสำหรับข่าวที่ว่าจะช่วยกันรวบรวมเงินไปช่วยประกันตัวนางรัตนาพรนั้น เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคนที่มีจิตศรัทธา ส่วนตนเองก็พร้อมอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องรวบรวมกันเพราะตนมีอยู่แล้ว และทุกอย่างเราจะทำตามขั้นตอน เพราะอย่างไรก็ต้องเข้าสู่กระบวนการของศาลเท่านั้น สำหรับเรื่องหลักฐานที่มีอยู่นั้น ต้องให้ทางต้นเรื่องเขาเป็นคนเปิด
สงสารปรีชา-บ้าบิ่นจนร้องไห้
นางปณัญชยา กล่าวว่า ในวันที่เจ้าหน้าที่มารัวตัวนายปรีชาและนางรัตนาพรนั้น มากันเยอะมาก จนสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คน และเมื่อทุกคนเห็นต่างก็รู้สึกสงสาร บางคนถึงกับร้องไห้ ตนเองก็สงสารเช่นกัน แต่ก็ขอให้ทั้งสองคนมีความเข้มแข็ง และพร้อมที่จะออกมาต่อสู้กับอุปสรรค
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี