546.jpg
เอาผิดญาติซี8  ปลัดศธ.แจ้งความตร.  เร่งฟันวินัยร้ายแรง

เอาผิดญาติซี8 ปลัดศธ.แจ้งความตร. เร่งฟันวินัยร้ายแรง

วันพุธ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอาผิดญาติซี8

ปลัดศธ.แจ้งความตร.


เร่งฟันวินัยร้ายแรง

ไม่ต้องตั้งกก.สอบ

ปลัดศธ.เข้าแจ้งความสน.ดุสิต ดำเนินคดีเครือญาติสาวซี 8 เปิด 22 บัญชีถ่ายโอนเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซัด หลักฐานชัดโอนเข้าบัญชีเดิมซ้ำๆตลอด 10 ปี มั่นใจเครือญาติรู้เห็นแน่ เร่งพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงซี 8 ชี้ผิดชัดเจน ไม่ต้องตั้งกก.เล็งยกเครื่องระบบตรวจสอบใน ศธ.

เมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 13มีนาคม ที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต (สน.ดุสิต) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมเจ้าหน้าที่นิติกร สำนักงานปลัด ศธ.เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา สารวัตรสอบสวน สน.ดุสิต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อ เครือญาติข้าราชการซี 8 ศธ.พร้อมกับนำหลักฐานเอกสารการเปิดบัญชีต่างๆของเครือญาติ มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบสำนวนการพิจารณาดำเนินคดี หลังพบหลักฐานเพิ่มเติมให้เครือญาติเปิด 22บัญชีที่ถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต

โดยนายการุณ กล่าวว่าได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับเครือญาติของข้าราชการ ระดับ 8 ศธ.ที่ไปเปิดบัญชีไว้ 22 บัญชี สำหรับถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตเข้ามาในบัญชีดังกล่าว เพราะถือว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันในการรับเงินการโอนจากกองทุนฯนี้ เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าการถ่ายโอนเงินจากกองทุนเสมาฯจะเข้าบัญชีทั้ง 22 บัญชีเหล่านี้แบบซ้ำๆเดิมๆตลอด10กว่าปีจึงเชื่อมั่นว่าเครือญาติ ทั้งหมดของข้าราชการซี 8 จะต้องมีส่วนร่วมรู้เห็นด้วยแน่นอน จึงมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี

ด้านพ.ต.ท.บำเพ็ญ ไวยรจนา สารวัตรสอบสวนสน.ดุสิต กล่าวว่าการดำเนินคดีกับเครือญาติ ข้าราชการซี 8 ศธ.เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถตอบได้ตอนนี้ ต้องขอดูพยานหลักฐานต่างๆก่อนเนื่องจากบัญชีที่เปิดไว้มีหลายบัญชีมาก อีกทั้งจะต้องดูด้วยว่าเครือญาติของข้าราชการ ซี8 ศธ.มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้หรือญาติได้ประโยชน์จากส่วนนี้ด้วยหรือไม่ บางครั้งอาจเห็นว่าเป็นญาติกันอาศัยความคุ้นเคยก็ไม่ได้คิดอะไรจึงไปเปิดบัญชีให้ ทั้งหมดจะต้องว่ากันไปตามหลักฐาน และต้องดูที่เจตนา จึงยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากกว่านี้ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกระบวนกฎหมายอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ปลัด ศธ.ให้สัมภาษณ์อีกว่าในเร็วๆนี้จะมอบหมายให้สำนักนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.)จะดำเนินการจัดทำรายละเอียดการพิจารณาโทษทางวินัย ข้าราชการระดับ 8ที่กระทำการทุจริตตามกฎข้าราชการพลเรือนว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556จากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.)ของ สป.ศธซึ่งมีปลัด ศธ. เป็นประธาน พิจารณาโทษ

ในกรณีของข้าราชการระดับ 8ที่ทุจริตเงินกองทุนเสมาฯไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้กระทำความผิด ให้การรับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชา ถือว่ามีความผิดปรากฏชัดแจ้งตามข้อ 65(อนุ 3)ว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาแล้วซึ่งผู้บังคับบัญชา จะดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องสอบสวนหรืองดการสอบสวนได้ ถือว่ามีความผิดอย่างร้ายแรง มีโทษไล่ออก และปลดออกเท่านั้น ส่วนอีก 4 ราย ที่ไม่ได้รับสารภาพจะต้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามกระบวนการ

ปลัด ศธ.กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทำให้ตนและคณะกรรมการกองทุนฯจะต้องกลับมาพิจารณากันว่าจะยกเครื่องระบบตรวจสอบภายในของ ศธ.และการดำเนินงานของกองทุนอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรัดกุมมากยิ่งขึ้นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าระบบการตรวจสอบอาจจะยังมีจุดบกพร่องอยู่

ทั้งนี้ นอกจากการเข้าแจ้งความของสำนักงานปลัดศธ.แล้ว ล่าสุดนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)ยังให้สถาบันการศึกษาที่พบการทุจริตเข้าแจ้งความในข้อหาถูกยักยอกเงินคู่ขนานไปอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะนี้สำนักงานปลัด ศธ.กำลังรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ มีอยู่จำนวน31แห่งและโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน10แห่ง ทั่วประเทศรวม 41แห่งว่ามีที่ใดได้รับเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เพื่อนำไปจ้างครู หรือ จ้างเด็กที่จบจากโรงเรียนทั้ง2ประเภทนี้ว่ามีจำนวนกี่ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการสอบถามหน่วยงานต้นสังกัด ของข้าราชการซี 8 รายดังกล่าวพบว่าเจ้าตัวได้เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ จ.เชียงใหม่กับสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมาโดยมีกำหนดจะเดินทางกลับมาในวันที่ 13 มีนาคมซึ่งการเดินทางไปราชการที่ จ.เชียงใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้มีการทำหนังสือขออนุญาตจากปลัด ศธ.อย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะมีความผิดด้วย

อนึ่ง สำหรับปัญหาทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบภายในสำนักงานปลัด ศธ.ที่พบว่าตั้งแต่ปี 2551ถึง 2561 มีหลักฐานการโอนเงินกองทุนไปยังชื่อบัญชีของบุคคลอื่น22 บัญชีไม่ใช่บัญชีของสถานศึกษาที่ต้องได้รับเงิน จำนวน88ล้านบาท และพบมีข้าราชการเกี่ยวข้อง 5คน โดยหนึ่งคนให้การรับสารภาพว่าทำจริง และนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ขณะที่อีก4คนอยู่ระหว่างการสอบสวน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top