อายัด22บัญชี
ดูดเงินแก้ปัญหาตกเขียว
ปลัดศธ.ขอปปง.ช่วย
พม.เด้งด่วน16หน.ศูนย์
โคตรโกงงบฯคนไร้ที่พึ่ง
บิ๊กป้อมยังไม่แจงนาฬิกา
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รอถก ปปง.ขออายัดทรัพย์ ขรก.ซี 8 พร้อมอีก22 บัญชี เครือข่ายดูดเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต แก้ปัญหาตกเขียว 88 ล้าน ด้านพม.ยังฉาวต่อเนื่องเด้งอีก 16 หัวหน้าหน่วยงานอมเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ พร้อมตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง ปปช.ลุ้น”บิ๊กป้อม”แจงนาฬิกาหรู รอบ 4 เส้นตาย 15 มีค.
วันที่ 14 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต โดยมีการโอนเงินทุนการศึกษาของนักเรียนในโครงการเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 88 ล้านบาท ล่าสุดพบว่า มีข้าราชการฝ่ายปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง 5 ราย และถูกสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานอื่น เพื่อเปิดทางให้การสืบสวนข้อเท็จจริงทำได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งในวันที่ 15 มีนาคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) จะมาหารือเพื่อช่วยเรื่องการดำเนินการอายัดทรัพย์สินเครือญาตินางรจนาที่ไปเปิดบัญชี 22 บัญชีในการถ่ายโอนเงินจากกองทุนเข้าบัญชีดังกล่าว
ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้วางแนวทางการเยียวยาเด็กที่ได้รับทุนจากกองทุนนี้ โดยเบื้องต้นจะมีการสำรวจนักศึกษา ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ได้รับทุนมากที่สุด และจะมีการตรวจสอบย้อนหลังกับเด็กที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วและเด็กที่อยู่กำลังศึกษาอยู่ว่าได้รับทุนครบและตรงตามระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่ เพื่อนำมาใช้ประกอบการพิจารณาเยียวยา พร้อมกับสำรวจไปยังครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ 53 คน เกี่ยวกับข้อมูลการโอนเงินด้วย เพื่อดูว่าจะนำเงินกลับเข้ามาคืนกองทุนฯได้หรือไม่ เพราะการสำรวจข้อมูลของเด็กที่ได้รับเงินจากกองทุนนั้นจะเป็นการเก็บเป็นข้อมูลให้บอร์ดกองทุนเสมาฯพิจารณา เพื่อหาทางเยียวยาต่อไป
“เร็วๆ นี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนของสำนักงานปลัด ศธ. โดยจะมีการเสนอให้พิจารณาโทษความผิดวินัยร้ายแรงกับนางรจนา เพราะถือว่าเป็นความผิดชัดแจ้งที่เจ้าตัวสารภาพจึงไม่ต้องมีการสอบสวนวินัยอีก ซึ่งโทษวินัยร้ายแรงก็มีอยู่ 2 กรณี คือ ไล่ออก กับ ปลดออก”ปลัดศธ.ระบุว่า ในส่วนส่วนผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงก็จะลงสืบข้อมูลเชิงลึกเพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กลุ่มตรวจสอบภายในของ สป. ขยายผลการตรวจสอบไปยังกองทุนต่างๆของศธ.ด้วย ว่ามีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า
วันเดียวกัน นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงพัฒนาสงคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง ว่าจากการตรวจสอบ 56 แห่ง พบผลการตรวจสอบแบ่งเป็น 3 กลุ่มประกอบด้วย 1.กลุ่มที่ไม่พบการทุจริต) มีจำนวน 4 แห่งเป็นศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจ.สมุทรสงคราม สิงห์บุรี ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช 2.กลุ่มที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ 31 แห่ง และ3.กลุ่มที่ตรวจสอบพบมูลความผิด 21 แห่ง
นางนภา กล่าวอีกว่า ได้สั่งย้ายหัวหน้าหน่วยงานออกจากพื้นที่มายังส่วนกลางแล้ว 16 แห่ง อาทิ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจ.บึงกาฬ สุราษฎรธานี พัทลุง ยะลา รวมถึงมีหัวหน้าหน่วยงานนิคมสร้างตนเองควนขนุน จ.พัทลุง นิคมฯเทพา จ.สงขลา นิคมฯธารโต จ.ยะลา ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จ.เชียงใหม่ เพื่อรอการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป กระนั้นก็ตามผู้รับผิดชอบบางรายเกษียนอายุไปแล้วก็ยังสอบวินัยได้ ส่วนจังหวัดที่ชัดเจนและได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว คือ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงใหม่
“ได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.) ว่า ถ้าพบหน่วยไหนมีการทำทุจริตให้แจ้งมายัง พส. ทันที เพื่อจะได้ทำงานควบคู่กันตรวจสอบได้เร็วขึ้น”นางนภา ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม มีกำหนดต้องทำหนังสือแจ้งถึง ปปช.เกี่ยวกับรายละเอียดการครอบครองนาฬิกาหรู จำนวน 25 เรือนที่สังคมกังขาอยู่ว่าได้มาจากไหนเป็นครั้งที่ 4 ภายในวันที่ 15 มีนาคมนี้หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการขอเลื่อนการชี้แจงมาทุกรอบ
ในประเด็นดังกล่าว ทางนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่าขณะนี้ พล.อ. ประวิตรยังไม่ได้มีคำชี้แจงใดๆ ส่งมาที่ ป.ป.ช. ตามเวลาที่กำหนดไว้
โดยมีรายงานข่าวว่าา ขณะนี้ภายในคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร มีข้อถกเถียงกัน ว่าจะเชิญ พล.อ.ประวิตรมาให้ถ้อยคำด้วยตัวเองหรือไม่ โดยฝ่ายที่อยากให้เชิญมาให้ถ้อยคำเห็นว่า จะได้มีการสอบถามรายละเอียดได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาในการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรกันไปมา แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเห็นว่า ยังไม่จำเป็นถึงขั้นที่จะต้องให้มาชี้แจงด้วยตัวเอง โดยตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และขอให้รอการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งที่ 4 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 มี.ค.นี้ก่อน
ส่วน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. คาดว่าในเวลาอันไกลนี้พล.อ.ประวิตรคงชี้แจงเกี่ยวกับนาฬิกาที่ครอบครองไว้ได้ครบ สำหรับตนคงไม่เข้าประชุมปปช.ถ้ามีการพิจารณาในเรื่องนี้ตนก็จะเดินออกจากห้องประชุม เพราะไม่อยากให้เกิดข้อครหา กระบวนการตรวจสอบนั้นมีขั้นตอนและแนวทางการปฏิบัติของสำนักตรวจสอบทรัพย์สินอยู่แล้ว มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.กำกับดูแลเรื่องนี้อยู่ โดย น.ส.สุภาเป็นคนละเอียดอยู่แล้ว
ทั้งระบุว่า ปปช.ได้มีมติให้สำนักไต่สวนภาครัฐ 3 ที่รับผิดชอบกระทรวง พม. ไปแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่เกี่ยวกับการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ป่วยเอดส์ไว้ล่วงหน้า เนื่องจากเรื่องนี้ต้องเข้าสู่ปปช.ในอนาคตอยู่แล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี