วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ชวนชาวตรัง“แต่งชุดไทยโบราณ” เที่ยวงาน “สัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย” เฉลิมพระเกียรติ วันคล้ายวันพระราชสมภพ “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี”ร่วมสร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรม อนุรักษ์มรดกไทย
28 มี.ค.61 ทุกวันที่ 2 เม.ย.ของทุกปีซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี”คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2528 กำหนดให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปีเป็นวัน “อนุรักษ์มรดกไทย” ทั้งนี้วันดังกล่าวทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทุกหมู่เหล่า จะพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติให้กับพระองค์ท่าน ผ่านจิตใจที่ใสสะอาด กายที่พร้อมประพฤติในสิ่งที่ดีงาม ร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี อันเป็นมรดกสำคัญของชาวไทย
ทุกๆปีของ “วันอนุรักษ์มรดกไทย” ประชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานทุกภาคส่วน จะจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมสะท้อนให้เห็นถึง คุณค่า ความสำคัญ ของมรดกไทยลอดผ่าน ศิลปะ ประเพณี ศาสนา วัฒนธรรม อันดีงามของไทยเรากิจกรรมหลากหลายที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตน เนื้อในแห่ง “มรดกไทย” จะได้รับการถ่ายทอดร่ายเรียงให้เห็นถึงความสำคัญของการ “อนุรักษ์” ที่จะต้องดูแลรักษาให้คงอยู่กับวิถีชีวิตตราบนาน
โดยในปีนี้ “จังหวัดตรัง” จัดให้มีกาจัดงานสัปดาวันอนุรักษ์มรดกไทย ขึ้น ภายในบริเวณ สวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎษนุประดิษฐ์ มหิศราภักดี คอซิมบี้ ณ ระนอง อดีตเจ้าเมืองตรัง อ.เมือง จ.ตรัง ระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2561ด้วยการเชิญชวนประชาชนที่มาร่วมภายในงานสวมชุดไทยโบราณ สอดรับกับกระแส “ออเจ้า” หนังบุพเพสันนิวาส” ที่กำลังได้รับความนิยมส่งเสริมคุณค่าความเป็นมรดกไทยในขณะนี้ เริ่มด้วยบรรยากาศการแถลงข่าวการจัดงานนำโดยพ่อเมืองตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมใจกันแต่งชุดไทยโบราณรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนจังหวัดตรังสวมชุดไทยเที่ยวงานวันดังกล่าว
.jpg)
นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เกร่นให้ฟังว่า การริเริ่มการจัดงานด้วยความจริงที่ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ท่านเป็นผู้ที่ทรงงานด้านการอนุรักษ์มรดกไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่ที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนจิตลดา ต่อมาศึกษาที่คณะอักษรศาสตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งทปริญญาตรี และโท ตลอดเวลาที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงงานต่างๆกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลเดช รัชกาลที่ 9 และพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยตลอดระยะเวลาในทุกๆ 1 ปี พระองค์ท่านเสด็จไปสถานที่ต่างๆให้ความสำคัญ ให้เด็ก เยาวชน รู้รัก รู้คุนค่าของการอนุรักษ์มรดกประเพณีไทย พระองค์ท่านเองทรงขับเสภาได้ ดนตรีไทยได้ เป็นแบบอย่างแก่พสกนิกรของพระองค์ แทนที่จะนิยมการฟังดนตรีสากล จนอาจจะลืมศิลปวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมไป
นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า ผมตระหนักและคิดว่าที่ผ่านมาจังหวัดมีปฎิทินงานอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์มรดกไทย ปรากฏว่ายังไม่มีปฎิทินการจัดงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกเลย จึงคิดว่าเห็นสมควรให้มีการบรรจุและจัดงานจัดดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นเพื่อให้พี่น้องประชาชน นักเรียน นักศีกษาได้มีเวทีการแสดงออกด้านอนุรักษ์มรดก มีที่ยืนอย่างสง่าผ่าเผย ที่ผ่านมาศิลปินพื้นบ้าน จะมีที่ยืนจะมีอยู่ทั่วไปตามงานต่างๆ เป็นเพียงองค์ประกอบส่วนน้อยในงาน ทั้งๆที่จังหวัดตรังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีมาแต่โบราณมากมาย
“อีกทั้ง ผมต้องการอนุรักษ์มรดกไทยด้วยการเชิดชูความเป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวตรัง ไม่ใช่เฉพาะการร้องการรำ เท่านั้น แต่หมายถึงการแสดงออกถึงประเพณีวัฒนธรรมการดำรงชีวิตที่สืบต่อกันมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการวาดภาพ ร้องเพลง ทอผ้า ทำอาหาร ทุกอย่างที่เป็นวัฒนธรรมประเพณีจะได้มารวมกันในงาน อนุรักษ์มรดกไทย โดยวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันเปิดงาน จะมีพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะ ลงนามถวายพระพร จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ การแสดงของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ลิเกป่า ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2561 นี้” นายศิริพัฒ กล่าว
นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดตรัง กล่าวว่า การจัดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย มุ่งเน้นกิจกรรมสำคัญด้านศิลปะประเพณีวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะการแสดงที่ถือเป็นเวทีเปิดให้ศิลปินพื้นบ้านได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ การจัดงานครั้งนี้ถือว่เป็นการจัดครั้งแรกในรอบหลายปี โดยมีกอจกรรมสำคัญคือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 2-6 มีนาคม ณ ลานอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (อดีตเจ้าเมืองตรัง) อ.เมือง จ.ตรัง
.jpg)
“ภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีการถวายสักการะพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันเปิด นิทรรศการเฉลิมพระเกรียติฯ จัดโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครรินทร์ วิทยาเขตตรัง และมีการลงนามถวายพระพรให้พระองค์ท่านตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายของงาน ส่วนที่สองมีการแสดงศิลปะพื้นบ้าน ดังคำกล่าวที่ว่า “มาแต่ตรัง ไม่หนัง ก็โนราห์” เป็นคำถามที่มีคำตอบในงานครั้งนี้ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นของศิลปินหนังตะลุง มโนราห์ อย่างแท้จริง ไฮไลต์ของงานก็คือ พิธีไหว้ครูโนราห์ ที่ไม่ได้จัดมานานแล้ว เป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของเชื้อสายที่มีสายเลือดมโนราห์ ผู้ชายออกพราน ผู้หญิงสวมเทริดตามความเชื่อที่รำสืบทอดกัน การเข้าครูมโนราห์ ต้องเข้าตั้งแต่วันพุธและ ออกวันศุกร์ (เข้าวันที่ 4 เมษายน ออกวันที่ 6 เมษายน )หนังตะลุงจะแสดงทุกคืน ไหว้ครูวันอังคารที่ 3 เมษายน ศิลปะการแสดง ลิเกป่า ลองแง็ง มโนราห์โกลน นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน สินค้าโอท้อป” นายประยูร กล่าว
นายสุทธศักดิ์ พงศ์เจริญพิทย์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในส่วนของสภาวัฒนธรรมจังหวัดตรังรับผิดชอบดูแลกิจกรรมการประกวดมโนราห์เยาวชนเพื่อเป็นการส่งเสริมสืบสานอนุรักษ์มรดกไทยประจำถิ่น ซึ่งมโนราห์เป็นการแสดงพื้นถิ่นที่สำคัญจะต้องอนุรักษ์ไว้ โดยแนวคิดการจัดการประกวดนั้นจะคัดเลือกเยาวนประจำอำเภอทั้ง 10 อำเภอ มีอายุไม่เกิน 15 ปี ส่งตัวแทนเข้าประกวด ชิงทุนการศึกษา เด็กๆเหล่านี้ถือว่าเป็นอ่อนวัฒนธรรมที่สำคัญในที่จะผลิดดอกออกผลสืบทอดวัฒนธรรมมรดกของไทยให้คงอยู่ต่อไป
“กิจกรรมภายในงานมีการแสดงสะท้อนอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมมรดกคนตรัง อาทิ ลิเกป่าบ้านคลองเหลียน มโนราห์เจภัทรพงษ์ มโนราห์กรเมืองตรัง มโนราห์เจมส์ เสน่ห์ศิลป์ มโนราห์ธวัชชัย โนราห์โกลนที่หาดูได้ยากที่นำกับมาแสดงในงานครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ และ มหาวิทยาลัยสงขลานครรินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยจะมีพิธีไหว้ครูโนรา วันที่ 4 เมษายน นี้” นายสุทธิศักดิ์ กล่าว
การจัดกิจกรรมงานวันอนุรักษ์มรดกไทยเฉลิมพระเกรียติ สมเด็จพระเเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของจังหวัดตรังในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ตระหนักถึงคุณค่าความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมของชาติในด้านการแสดงนาฎศิลป์ ดนตรีที่บรรพบุรุษได้เพียรพยายามสร้างสรรค์ อนุรักษ์ที่นับวันจะถูกลืมเลือนและจางหายไปจากสังคมให้กลับมาเห็นความสำคัญแห่งคุณค่าความเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมที่ควรหวงแหนรักษาอยู่คู่สังคม ท้องถิ่นสืบไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี