542.jpg
สกลธี ชำแหละงบฯ สธ.ปี 70 จี้รัฐดับชนวน 3 ระเบิดเวลา ก่อนระบบสาธารณสุขล่มสลาย

สกลธี ชำแหละงบฯ สธ.ปี 70 จี้รัฐดับชนวน 3 ระเบิดเวลา ก่อนระบบสาธารณสุขล่มสลาย

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.43 น.

สกลธี ชำแหละงบฯ สธ.ปี 70 จี้รัฐดับชนวน 3 ระเบิดเวลา เตือนระบบส่อล่มสลายหากยังไล่ซ่อมมากกว่าสร้าง แนะร่วมจ่าย Co-payment กู้ชีพ รพ.รัฐ
 
30 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศ 

โดยนายสกลธี เริ่มต้นอภิปรายว่า งบประมาณสาธารณสุขและสุขภาพของคนไทยเมื่อร้อยเรียงตัวเลขทั้งกระทรวงสาธารณสุขแสนแปดหมื่นล้าน  งบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกือบสามแสนล้าน งบกลางรักษาข้าราชการแปดหมื่นล้าน และงบที่แฝงอยู่ในท้องถิ่น (รพ.สต.) อีกหมื่นแปดพันล้าน รวมแล้วสูงถึง 570,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของงบประมาณแผ่นดิน แม้ในสายตาโลก (องค์กรอนามัยโลกและธนาคารโลก) จะชื่นชมไทยว่าใช้เงินเพียงร้อยละ 4 ของ GDP แต่กลับสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ดี ต่างจากประเทศชั้นนำอย่างสวีเดน อังกฤษ หรือญี่ปุ่นที่ใช้ตัวเลขสองหลัก อย่างไรก็ตาม การใช้น้อยแต่ทำได้เยอะกำลังกลายเป็นจุดอ่อนที่สะสม ระเบิดเวลา 3 ลูก ที่รอวันปะทุและพาตัวระบบก้าวไปสู่ขอบเหว


นายสกลธี ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างงบประมาณสาธารณสุขในระเบิดเวลา 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

ระเบิดลูกที่ 1 เน้นซ่อมมากกว่าสร้าง กล่าวคือเม็ดเงินส่วนใหญ่หมดไปกับค่าหัวรักษาพยาบาลปลายเหตุ ท่ามกลางภาวะสังคมผู้สูงวัยขั้นสุดยอดที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) พุ่งสูง แต่รัฐบาลกลับจัดงบประมาณเพื่อการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพ (PP) เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น โดยไม่ยอมลงทุนระบบคัดกรองเชิงรุกในชุมชน

ระเบิดลูกที่ 2 วิกฤตโรงพยาบาลรัฐขาดทุน-สมองไหล กล่าวคือ ระบบการจ่ายเงินชดเชยผู้ป่วยในของ สปสช. (ระบบเพดานปิด ADJ RW) สวนทางกับสภาวะเงินเฟ้อ ค่ายา ค่าแรง และเทคโนโลยีการแพทย์ที่แพงขึ้น ส่งผลให้โรงพยาบาลรัฐกว่า 300 แห่งขาดทุน และมีกว่า 100 แห่งที่ใกล้ล้มละลาย จนคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. หายไปครึ่งหนึ่ง เกิดปัญหาระบบใบส่งตัวเรื้อรัง ซ้ำร้ายบุคลากรหน้างานต้องแบกภาระงานจนร่างกายพัง เกิดภาวะสมองไหลลาออกจากระบบราชการอย่างรุนแรง

ระเบิดลูกที่ 3 ความเหลื่อมล้ำซ้ำซ้อน 3 กองทุน วันนี้ ทั้งระบบบัตรทอง ประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการ ต่างใช้เงินภาษีประชาชนเหมือนกัน แต่สิทธิ์การเข้าถึงโรงพยาบาล ยา และต้นทุนต่อหัวกลับไม่เท่ากัน ก่อให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เช่น การจัดซื้อยาที่ต่างคนต่างซื้อจนเสียเม็ดเงินไปโดยใช่เหตุ

นายสกลธี ระบุว่า ตนไม่เห็นด้วยหากจะมีการปรับลดงบประมาณก้อนนี้ เพราะเปรียบเสมือนการตัดเส้นเลือดใหญ่ของประชาชน แต่ขอเสนอแนะแนวทางปฏิรูปแนวคิดการจัดงบประมาณต่อรัฐบาล 3 ข้อ เพื่อความยั่งยืน 

1.ปรับโครงสร้างเป็นงบเชิงรุกระดับท้องถิ่น เพิ่มงบให้ รพ.สต. และยกระดับขีดความสามารถของ อสม. กว่า 1.1 ล้านคนทั่วประเทศ โดยแจกจ่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี (Tablets) และระบบ Telemedicine เพื่อให้เป็นแขนขาในการคัดกรองผู้ป่วยโรคเรื้อรังเชิงรุก แทนที่จะทำหน้าที่เพียงแค่คนแจ้งข่าว พร้อมทั้งปรับค่าตอบแทน 2,000 บาทให้เป็นระบบจูงใจตามผลงาน (Performance-based)

2.ทบทวนอัตราจ่ายชดเชยตามต้นทุนจริง สปสช. ต้องปรับเพดานการจ่ายชดเชยพยาบาลให้สะท้อนความเป็นจริง จากปัจจุบันที่จ่ายโรคผู้ป่วยในเฉลี่ย 8,000 บาท แต่ต้นทุนโรงพยาบาลแบกจริงอยู่ที่ 10,000 - 13,000 บาท เพื่อหยุดวิกฤตโรงพยาบาลรัฐขาดทุนซ้ำซาก ไม่ต้องคอยนำงบกลางมาโปะรายปี

3.หาแหล่งรายได้ใหม่ด้วยความกล้าหาญ รัฐบาลจะหวังพึ่งพิงภาษีทางตรงหรือเงินอุดหนุนรัฐอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องกล้าเก็บภาษีสุขภาพเฉพาะให้เข้มข้น เช่น ภาษีโซเดียม ภาษีน้ำตาล และสิ่งที่ยากที่สุดคือการนำระบบ ร่วมจ่าย (Co-payment) มาใช้ โดยให้ผู้มีรายได้ปานกลางถึงระดับสูงร่วมออกค่าใช้จ่ายบางส่วนในการรักษา เพื่อสงวนสิทธิ์บัตรทองฟรีไว้ให้กลุ่มคนยากจนและผู้ไร้ที่พึ่งอย่างแท้จริง เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นและเยอรมนีประสบความสำเร็จ

'งบประมาณสุขภาพ 570,000 ล้านบาท ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ เพราะต่อให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานดีแค่ไหน หากระบบสาธารณสุขล่มสลาย ประชาชนเจ็บป่วยล้มละลาย เศรษฐกิจก็ไม่มีวันเดินหน้าได้ รัฐบาลต้องเลิกวิธีถมเงินไล่ตามซ่อมที่ปลายเหตุ แต่ต้องกล้าปฏิรูประบบอย่างยั่งยืน' นายสกลธี กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top