“วีระศักดิ์”ปลื้มประชาชนแต่งไทยเล่นสงกรานต์ ส่งเสริมวัฒนธรรม ระบุสถิติผู้หญิงถูกลวนลามน้อยลงเพราะผู้ชายแต่งไทยแล้วอยากเป็นสุภาพบุรุษมากขึ้น โวเงินสะพัดทะลุเป้า 2 หมื่นล้าน
17 เม.ย.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ว่า การใช้จ่ายของประชาชนในช่วงสงกรานต์ของปีนี้มีความพิเศษ เพราะนอกจากค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าที่พักแล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาคือค่าเครื่องแต่งกาย เนื่องจากประชาชนนิยมแต่งชุดไทยตามกระแสละครดัง ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศล้วนเพิ่มขึ้น คนไทยท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์
“ที่น่าสนใจคือในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้มีการท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น กิจกรรมมิดไนท์สงกรานต์ที่จังหวัดยะลา ซึ่งชาวมุสลิมก็นิยมแต่งชุดไทยด้วยเช่นกัน ทำให้จากเดิมที่ประมาณการว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ราว 2 หมื่นล้าน ในขณะนี้น่าจะเกินเป้าหมายไปแล้ว แต่ยังไม่รู้จำนวนที่แน่นอน” นายวีระศักดิ์ กล่าว
นายวีระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการท่องเที่ยวในเมืองรองนั้น พบว่ายอดจองโรงแรมสูงกว่าที่คาดไว้ อาหารท้องถิ่นได้รับความนิยมอย่างยิ่ง จากเดิมที่ผู้คนมักเดินทางออกจากเมืองรองหลังผ่านช่วงครึ่งวันไปแล้ว แต่เนื่องจากปีนี้มีการจัดกิจกรรมในรอบเย็น เน้นจัดกิจกรรมเทศกาลของชาวบ้านท้องถิ่น ทำให้นักท่องเที่ยวทราบว่าในเมืองรองยังมีกิจกรรมอื่นที่นอกเหนือจากการเล่นสาดน้ำ จึงตัดสินใจพักค้างคืนที่เมืองรองต่อไป เช่น จังหวัดจันทบุรีและนครศรีธรรมราช พ่อค้าแม่ค้าที่เมืองรองจึงแสดงความขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ยกประเพณีท้องถิ่นขึ้นมาทำให้เกิดภาพจำใหม่แก่เมืองรอง ทำให้เขารู้สึกขายของดีขึ้น และทำให้เกิดความภาคภูมิใจในเรื่องราวของท้องถิ่น สงกรานต์ครั้งนี้จึงเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ
“ขอขอบคุณประชาชนคนไทยที่ร่วมแต่งชุดไทยตามคำเชิญของรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ได้เห็นว่าผู้บริหารเมือง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรี มีความเอาใจใส่ในกิจกรรม นโยบายเมืองรองในขณะนี้ไม่ใช่แค่เอาเงินของคนเที่ยวไปใช้จ่ายในเมืองรองเท่านั้น แต่ยังทำให้คนในพื้นที่ของเมืองรองออกมาร่วมกิจกรรมมากขึ้น จากปกติเขาจะเก็บของกลับเข้าบ้านตั้งแต่พลบค่ำเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาแล้ว การผสมผสานระหว่างเจ้าบ้านและนักท่องเที่ยวจึงเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในปีนี้ ผู้คนพบกันตามแหล่งท่องเที่ยว ต่างฝ่ายต่างใส่ชุดไทยเหมือนกัน ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น สร้างบรรยากาศความเป็นมิตรต่อกัน” นายวีระศักดิ์กล่าว
นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่ามีทีมกล้องบริษัทชาร์ปจากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาถ่ายทำสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วยกล้อง 8k เขาประทับใจมากเพราะสัมผัสได้ถึงความมีวัฒนธรรมของคนไทย และจะนำภาพเหล่านี้ออกไปฉายวนในจอทีวีที่ยังอยู่ในร้านโชว์รูมทั่วโลก เพื่อให้คนอื่นๆได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาบ้างหรือไม่ นายวีระศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา บางพื้นที่ผู้คนนิยมเดินทางไปทำให้ที่จอดรถไม่เพียงพอ แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ อย่างไรก็ดี ครั้งนี้ถือว่ามีเรื่องร้องเรียนน้อยมาก ต่างจากปีที่แล้วที่มีการรายงานจากผลสำรวจ ว่า สุภาพสตรีเกิน 59 เปอร์เซ็นต์ ร้องเรียนว่าถูกลวนลาม แต่ในปีนี้ลดลงอย่างมากแม้ยังไม่ทราบตัวเลขก็ตาม ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับการแต่งชุดไทย เพราะผู้ชายเมื่อแต่งชุดไทยอาจจะรู้สึกว่าอยากเป็นสุภาพบุรุษมากขึ้น
ส่วนการจะทำให้บรรยากาศเหล่านี้มีความยั่งยืนได้ จำเป็นต้องมีรากทางวัฒนธรรม ไม่อย่างนั้นเมื่อกระแสอะไรเข้ามาก็จะเปลี่ยนไปตามกระแสนั้น หลังจากนี้เราจะทำงานด้านวัฒนธรรมมากขึ้น การท่องเที่ยวในเมืองรองจะยังคงมีต่อไปแม้ไม่ใช่ในช่วงเทศกาล เพราะเมืองไทยมีวันหยุดนักขัตฤกษ์เยอะ ดังนั้นกิจกรรมทั้งเชิงการท่องเที่ยวและเชิงประเพณีก็จะมีอย่างต่อเนื่อง
นายวีระศักดิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ต้องแบ่งเป็น 2 เรื่อง คือการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว กับ เรื่องแต่งชุดไทย เรื่องแต่งชุดไทยนั้นคนท้องถิ่นแต่งชุดไทยได้แม้ไม่มีนักท่องเที่ยวไปเยือน หน้าที่ภาครัฐคือส่งเสริมให้มีต่อไปเพื่อเป็นการรักษาวัฒนธรรม ส่วนที่สอง คือ คนที่เดินทางท่องเที่ยว จำนวนมากก็ต้องการนำใบเสร็จเพื่อใช้ลดหย่อนจำนวน 5,000 บาท ตามที่มติคณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติไว้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี