546.jpg
ลุ้น 3 ปี เปิดให้ประชาชนปลูก'กัญชา'ภายใต้การควบคุม

ลุ้น 3 ปี เปิดให้ประชาชนปลูก'กัญชา'ภายใต้การควบคุม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 14.50 น.

17 พ.ย. 61 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวว่า ปัจจุบันพืชกัญชายังเป็นยาเสพติดประเภท 5 เช่นเดียวกับ กระท่อม ฝิ่น และเห็ดขี้ควาย ตามพ.ร.บ.ยาเสพติด 2522 แต่ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบในหลักการให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับพืชสารเสพติด โดยมีการอนุญาตให้นำกัญชามาใช้ในการทดลองวิจัยเพื่อรักษาโรคในคนได้ แต่มีมาตรการในการควบคุมการปลูกตามขั้นตอน ซึ่งต้องยอมรับว่าการนำกัญชามาใช้จะเป็นประโยชน์ต่องานวิจัยทางการแพทย์  

นอกจากนี้กฎกระทรวงสาธารณสุขได้ระบุให้ รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขเป็นผู้อนุญาตให้หน่วยงานของรัฐ ปลูก หรือผลิตกัญชาเพื่อใช้ในการทดลองและวิจัยได้ เช่นเดียวกับทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ขออนุญาตปลูกและเสนอโครงการทดลองเพื่อใช้ในการทำสเปรย์รักษาโรคมะเร็ง และบรรเทาอาการปวด 


นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า ป.ป.ส.สนับสนุนการใช้พืชกัญชารักษาโรคและใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ แต่ยังไม่อนุญาตให้นำมาใช้เสรีหรือการเสพเพื่อความบันเทิง เพราะเกรงจะเกิดปัญหาและส่งผลกระทบกับเยาวชนในระยะยาว 

ดังนั้นกัญชายังถือเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 มีโทษเหมือนเดิม การเสพกัญชาจะใช้เพื่อประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการรักษาโรคจะกระทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มติครม.ฉบับดังกล่าวให้รมว.สาธารณสุข และคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นผู้ควบคุมการผลิต นำเข้า หรือส่งออก รวมทั้งครอบครองเพื่อศึกษาวิจัย ส่วนป.ป.ส. มีอำนาจในการกำหนดเขตพื้นที่ทดลองปลูก ผลิต และทดสอบสารเสพติดที่อยู่ในกัญชา โดยต้องมีการควบคุมอย่างใกล้ชิด 

กัญชายังเป็นยาเสพติดประเภท 5 เหมือนกัญชา แต่ได้มีการอนุญาตให้เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยรัฐเป็นผู้ควบคุม อนุญาตให้โครงการหลวงและโรงงานยาสูบจำกัดการปลูกในแปลงทดลอง เพื่อนำไปทำวิจัย หลังจากนี้อีก 3 ปี อาจจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้บุคคลทั่วไปขออนุญาตปลูกกัญชาโดยรัฐควบคุมพื้นที่ปลูกได้หรือไม่ โดยต้องอยู่ในเงื่อนไขของการปลูกเพื่อนำกัญชาไปใช้สนับสนุนหรือทำลองทางการแพทย์เท่านั้น นายศิรินทร์ยากล่าว 

ขณะที่นายวิโรจน์ สุ่มใหญ่ ประธานคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ(INCB)  กล่าวว่า การนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ทางยูเอ็นฯไม่ได้ห้าม แต่มีข้อระบุไว้ในสนธิสัญญาว่าด้วยวัตถุมีฤทธิ์ต่อจิตและประสาทว่าเป็นพืชที่มี 2 สถานะ คือ มีประโยชน์ทางการแพทย์นำไปใช้เป็นยารักษาโรค และมีฤทธิ์ต่อจิตประสาทเหมือนฝิ่นและโคคา จึงห้ามผลิต ห้ามปลูก นอกจากรัฐจะปลูกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์การวิจัยทางการแพทย์

โดยต้องมีการควบคุม เพราะพืชหรือต้นไม้ที่นำไปผลิตเป็นยารักษาโรคจะต้องปลอดจากสารเคมีทุกชนิด ไม่เช่นนั้นจะไม่ผ่านมาตรฐานองค์การอาหารและยา (อย.) โดยพื้นที่ปลูกต้องได้รับใบอนุญาต จากนั้นจึงให้จังหวัดกำหนดพื้นที่และควบคุมพื้นที่ได้รับจัดสรรตามโควต้า สำหรับผลผลิตที่ได้จะถูกส่งเข้าส่วนกลางและโรงงานยา ซึ่งทุกประเทศที่นำพืชเสพติดมาผลิตยาจะดำเนินการลักษณะเดียวกันนี้

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า กฎหมายไทยยังกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5  การปลดล็อคกัญชาให้พ้นสถานพืชเสพติดยังทำไม่ได้ แต่ทางอย.หรือกระทรวงสาธารณสุขสามารถอนุญาตให้ปลูกเพื่อวิจัย หรือเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ หรือผลิตยารักษาโรคได้ โดยอนุญาตให้เป็นรายๆไป แต่ต้องมีการควบคุมดูแลผลผลิตซึ่งทำได้ไม่มีปัญหา เพียงจะต้องวางระบบให้ดี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top