546.jpg
ว่าที่คุณแม่ระวัง! เปิดสถิติผู้ป่วยฉุกเฉินจากการ‘ตั้งครรภ์’ สพฉ.แนะวิธีปฐมพยาบาล

ว่าที่คุณแม่ระวัง! เปิดสถิติผู้ป่วยฉุกเฉินจากการ‘ตั้งครรภ์’ สพฉ.แนะวิธีปฐมพยาบาล

วันเสาร์ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 17.05 น.

ว่าที่คุณแม่ระวัง! เปิดสถิติผู้ป่วยฉุกเฉินจากการ‘ตั้งครรภ์’ สพฉ.แนะวิธีปฐมพยาบาล

11 ส.ค.61 นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ให้เกิดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยเฉพาะในเดือนนี้คือเดือนสิงหาคม เป็นเดือนแห่งวันแม่ สพฉ.จึงให้ความสำคัญกับการดูแลแม่ หรือคนที่กำลังจะเป็นแม่ให้ปลอดภัย โดยระดับความเสี่ยงของแม่ขึ้นอยู่กับอายุ และการดูแลร่างกายของแม่ ซึ่งตามปกติแม่ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น จะมีภาวะเสี่ยงต่อโรคฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแม่ที่ตั้งครรภ์และมีอายุมาก ยิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะจะยิ่งมีความเสี่ยง


“จากสถิติตลอดทั้งปี 2560 พบว่า มีการนำส่งผู้ป่วยเพศหญิง อายุระหว่าง 30-50 ปี ที่เจ็บป่วยฉุกเฉินจากการตั้งครรภ์ การคลอดและนรีเวช  8,410 คน คิดเป็นร้อยละ 0.53 จากผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งหมด โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยฉุกเฉินมาก 5 อันดับแรก คือ นราธิวาส 478  ราย  ,  สงขลา 471  ราย , อุบลราชธานี  338 ราย , ขอนแก่น 328  ราย และ ปัตตานี  289 ราย” นพ.ไพโรจน์ กล่าว

นพ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับอาการฉุกเฉินระหว่างการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่จะมีภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุและจะมีความรุนแรงแตกต่างกันออกไป อาทิ การตั้งครรภ์นอกมดลูก   ภาวะตกเลือด  และภาวะเลือดออกในช่องท้องจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งอาจทำให้แม่เสียเลือดมาก ถือเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ โดยอาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูกสามารถสังเกตได้ดังนี้ จะปวดท้องข้างใดข้างหนึ่งขึ้นมาโดยฉับพลัน มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดคลำเจอก้อนที่ท้องและมีอาการอ่อนเพลียหรือหน้ามืดในขณะที่ลุกขึ้น

สำหรับการตกเลือดหรืออาจเรียกว่า “เลือดตกใน” คือจะมีเลือดออกจากเส้นเลือดภายในร่างกาย แต่ไม่ไหลออกมาภายนอกให้เห็นชัดเจน  ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่นการฉีกขาดของอวัยวะและเส้นเลือดภายใน    หรือ  ความดันในเส้นเลือดสูง ความดันเลือดในร่างกายสูงกว่าปกติ อาจทำให้เส้นเลือดบางแห่งแตก  จะมีอาการ คือ ซึม ซีด   เหงื่อออก ตัวเย็น  ชีพจรเบาและเร็ว หายใจเร็ว

ส่วนการปฐมพยาบาลผู้ที่มีภาวะตกเลือด จะต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ต้องรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด  และระหว่างนั้นต้องให้ผู้ป่วยนอนนิ่ง ๆ   ให้ศีรษะต่ำกว่า  โดยยกปลายเท้าให้สูงเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองและป้องกันอาการช็อก ห่มผ้าให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย คอยสังเกตชีพจร การหายใจตลอดเวลา ถ้าหยุดหายใจ ต้องรีบทำการช่วยหายใจทันที  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top