วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้การทำบัญชี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ครอบครัว และชุมชน รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน เป็นอีกภารกิจหนึ่งที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญและได้ดำเนินการส่งเสริมความรู้สู่เด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านต้นมะม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่มีการจัดการเรียน การสอนให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำบัญชี ผ่านโครงการส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อฝึกปลูกฝังให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงการทำงานเป็นทีม มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างประชาธิปไตยในโรงเรียน และดำเนินชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ซึ่งทำให้เด็กๆ ได้ฝึกหัดทักษะในหลากหลายด้าน รวมไปถึงการเรียนรู้ด้านการบัญชีที่เป็นการฝึกให้เด็กมีความละเอียดถี่ถ้วน รู้จักการคิดคำนวณ รู้จักการวางแผนผลิตและจำหน่ายสินค้า ตามอุดมการณ์และหลักการสหกรณ์
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์กาญจนบุรี ได้เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักประโยชน์ของการทำบัญชี กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนเห็นว่า บัญชีเป็นเรื่องง่ายและมีประโยชน์ ทุกคนสามารถฝึกฝนกันได้ ทำให้เด็กมีวินัยในตนเองใช้จ่ายอย่างประหยัด และสามารถเป็นกลไกสำคัญในการสอนและแนะนำผู้ปกครอง รวมทั้งคนในชุมชนของตนเอง โดยมีโรงเรียนเป็นศูนย์กลางสำคัญในการพัฒนา เพื่อให้รู้จักการบันทึกบัญชีต้นทุนอาชีพ รู้จักคิดกำไร ขาดทุน และใช้ข้อมูลทางบัญชีในการวางแผนลดต้นทุน หรือปรับเปลี่ยนอาชีพที่เหมาะสม เพื่อให้มีรายได้และเงินออมจากการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน
พ.ต.ต.วิรัช วรรณะพุก ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านต้นมะม่วง จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า การดำเนินโครงการส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหนึ่งในโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โรงเรียนได้ดำเนินการ เพื่อฝึกปลูกฝังให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงการทำงานเป็นทีม มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างประชาธิปไตยในโรงเรียน และยังฝึกหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนคือ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์กาญจนบุรี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกาญจนบุรี กรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งโรงเรียนแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมร้านค้า และกิจกรรมรับฝากออมทรัพย์ เน้นการส่งเสริมให้เด็กอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยใช้ระบบสหกรณ์เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ รวมไปถึงการส่งเสริมองค์ความรู้ทางบัญชีผ่านระบบสหกรณ์ ในโรงเรียน ซึ่งทำให้เด็กนักเรียนได้มีองค์ความรู้ด้านบัญชีควบคู่ไปด้วย
“โรงเรียนได้นำผลผลิตที่ได้จากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันมาผ่านระบบสหกรณ์ มีการทำกิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ กิจกรรมทางการเกษตร และการจัดการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์ให้กับนักเรียน ผลผลิตที่เราได้ก็นำมาขายให้กับสหกรณ์ สหกรณ์ก็ขายให้กับโครงการอาหารกลางวัน ส่วนผลกำไร เงินปันผล ก็ให้เด็กตอนสิ้นปีการศึกษา โดยเรายังให้ความรู้ในเรื่องการจัดทำบัญชี ให้เด็กลงมือทำบัญชีเอง โดยมีครูเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ และขยายผลไปถึงผู้ปกครองและชุมชนด้วย เราเน้นเรื่องการรวมกลุ่มของเด็กๆ ให้เด็กได้รู้กระบวนการต่างๆ สอดแทรกในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรมเข้าไป เด็กก็จะมีความรู้ความรับผิดชอบ มีทักษะต่างๆ ทั้งการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ รวมไปถึงกิจกรรมสหกรณ์ ดังนั้น ทุกกิจกรรมจะเชื่อมโยงมาหาสหกรณ์ ในแต่ละกิจกรรมเด็กๆ ก็จะได้ความรู้ ได้เห็นผลกำไรที่ได้จากการทำกิจกรรม ก็เป็นขวัญกำลังใจของเขา”
การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ด้านการจัดทำบัญชี และนำไปใช้ในการบริหารกิจกรรมสหกรณ์ของโรงเรียน นอกจากสามารถเป็นพื้นฐานในการบริหารกิจการตนเองได้ในอนาคต ยังสร้างวินัยทางการเงิน ช่วยพัฒนาอุปนิสัยให้รู้จักการออม ใช้เงินอย่างคุ้มค่า มีความซื่อสัตย์ เป็นการพัฒนาสู่ความพอเพียง สู่อนาคตที่เจริญอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี