546.jpg
เสร็จแล้ว! เปิดรายละเอียดร่างกม.ใหม่‘ปฏิรูปตำรวจ’ หัวใจคือป้องกัน ขจัดสภาวะ2ซื้อ

เสร็จแล้ว! เปิดรายละเอียดร่างกม.ใหม่‘ปฏิรูปตำรวจ’ หัวใจคือป้องกัน ขจัดสภาวะ2ซื้อ

วันเสาร์ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2561, 11.19 น.

เสร็จแล้ว! เปิดรายละเอียดร่างกม.ใหม่‘ปฏิรูปตำรวจ’ หัวใจคือป้องกัน ขจัดสภาวะ2ซื้อ

29 ก.ย.61 นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn ว่า ร่างกฎหมายตำรวจใหม่เสร็จแล้ว หัวใจคือป้องกันและขจัดสภาวะ 2 ซื้อ !


คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติตรวจร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ได้ยกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับเสร็จสิ้นวาระที่ 2 แล้วในการประชุมสัปดาห์นี้ เหลือเพียงบัญชีเงินเดือนท้ายร่าง โดยในการพิจารณาวาระที่ 2 นี้ได้นำความคิดเห็นจากบุคคลและกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่ส่งเข้ามาในทุกทางหลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเผยแพร่ร่างฯที่ผ่านการพิจารณาในวาระแรกตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 มาประกอบการพิจารณาด้วยในทุกมาตรา

จากนี้ไปจะเป็นการตรวจร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. .... ในวาระที่ 2 คาดว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2561 นี้

ขั้นตอนต่อไปคือการนำส่งคณะรัฐมนตรีพร้อมกันทั้ง 2 ร่างฯ

หัวใจของร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่คืออะไร ?

ย้อนทบทวนดูประเด็นที่พูดคุยกันในคณะกรรมการตลอดระยะเวลา 5 เดือนเต็ม และอ่านบทบัญญัติใหม่ทั้งหมดอีกครั้งแล้ว หากพูดจาประสาชาวบ้านแบบตรงไปตรงมาก็คือการสร้างกลไกและมาตรการต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันในการป้องกันและขจัดสภาวะ '2 ซื้อ' ในองค์กรตำรวจ คือ ซื้อตำแหน่ง และซื้ออุปกรณ์รวมทั้งควักกระเป๋าออกค่าใช้จ่ายในการทำงานเอง

- ต้องมีมาตรการที่ทำให้มั่นใจว่าสามารถป้องกันการซื้อตำแหน่ง สร้างความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายให้มากที่สุด

- เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว โดยเฉพาะตำแหน่งในโรงพัก ก็ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์รวมทั้งออกค่าใช้จ่ายในการทำงานต่าง ๆ ที่จำเป็นเอง

จะป้องกันการซื้อตำแหน่ง รวมทั้งการวิ่งเต้น เล่นพรรคเล่นพวก ที่ตกเป็นข้อครหามาอย่างต่อเนื่องได้ ก็แต่โดยการกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายไว้ในกฎหมายหลักให้แน่นอนชัดเจน ไม่ใช่เปิดกว้างไว้ให้ไปอยู่ในกฎลำดับรองที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ทำให้เกิดข้อเคลือบแคลงสงสัยว่าเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดเป็นการเฉพาะหรือไม่

- เกณฑ์ระยะเวลาการอยู่ในแต่ละตำแหน่ง กำหนดไว้ชัดเจน

- นับเวลาปฏิบัติราชการจริง / ไม่นับเวลาทวีคูณ

- คะแนนประจำตัวนายตำรวจทุกคนตาม 'ระบบผสม' สัดส่วน 50-20-30 ที่ประกาศให้ทราบทั่วกัน

- เงื่อนไขการย้ายข้ามสายงาน ถ้าย้ายต้องไปดำรงตำแหน่งในระนาบเดียวกัน และไปต่อท้ายแถวอาวุโสของสายงานที่ย้ายไป

- เงื่อนไขให้ย้ายภายในจังหวัด/ภาค

- บทลงโทษผู้บังคับบัญชาและบุคคลภายนอกผู้แทรกแซง

- ระบบคุณธรรม การร้องเรียน และองค์กรพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่มีบุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม

- ฯลฯ

สรุปสารัตถะสำคัญที่เป็นนวัตกรรมใหม่คือการให้การแต่งตั้งโยกย้ายเป็น 'ระบบผสม' กล่าวคือนายตำรวจแต่ละคนจะได้รับการประเมินเพื่อการเติบโตในตำแหน่งหน้าที่โดยผสมผสานระหว่างหลักอาวุโส (50 %) กับหลักความรู้ความสามารถ (20 %) และหลักความพึงพอใจของประชาชน (30 %)

ในการแต่งตั้งโยกย้ายทุกตำแหน่งที่ว่างลงจะพิจารณาโดย 'ระบบผสม' ที่ประกอบด้วย 3 หลักนี้ทั้งหมด

ไม่ใช่ 'ระบบแบ่งกอง' ที่ใช้กันมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน คือในจำนวนตำแหน่งที่ว่างทั้งหมด ให้โยกย้ายแต่งตั้งตามหลักอาวุโสเพียง 33 % ของตำแหน่งที่ว่างลงนั้น ส่วนที่เหลืออีก 67 % ไม่จำเป็นต้องใช้หลักอาวุโส

ส่วนที่ไม่ใช้หลักอาวุโสนี่แหละที่ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทุกปี จะให้มีคนทำงานเพียงพอ และคนทำงานนั้นไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์การทำงานเองก็โดยการกำหนดให้เป็นหลักเกณฑ์ไว้ให้ชัดเจน

- โรงพักและกองบังคับการจังหวัดถือเป็น first priority ทั้งด้านกำลังพลและงบประมาณ เป็นหน้าที่และอำนาจของทั้งก.ตร. ผบ.ตร. และผู้บัญชาการภาค จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนี้

- ถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานตำรวจแท้ออกไปให้หน่วยงานอื่น เพื่อนำกำลังเหล่านั้นจัดสรรให้โรงพักและกองบังคับการจังหวัด

- ห้ามโยกย้ายตำรวจในโรงพักและกองบังคับการจังหวัดไปหน่วยอื่น ยกเว้นจะมีอัตรามาทดแทน

- บรรจุกำลังพลให้เต็มกรอบอัตรากำลังภายใน 2 ปี

- ห้ามตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ภายใน 10 ปี

- กำหนดเกณฑ์การอารักขาบุคคลสำคัญให้ชัดเจนและประกาศให้รับรู้ทั่วไป

- เรียกคืนอัตรากำลังที่ไปช่วยราชการหรือปฏิบัติภารกิจอื่นภายนอก ทั้งที่ถูกต้อง และโดยเฉพาะที่ไม่ถูกต้อง

- ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณตรงไปยังโรงพักในพื้นที่ได้

- เงินเพิ่มพิเศษสำหรับนายตำรวจที่ปฏิบัติราชการจริงในโรงพัก

- ฯลฯ

เมื่อได้ตำรวจที่มีหลักประกันว่าไม่ต้องลงทุนด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากฝีมือและผลงานมาทำงาน ไม่ต้องวิ่งเต้น โดยมีอุปกรณ์ที่จำเป็นครบโดยไม่ต้องลงทุนซื้อเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้ปรารถนาดีโดยไม่หวังผลตอบแทนคนใดมาออกเงินซื้อให้ มีกำลังพลปฏิบัติราชการในโรงพักอย่างเพียงพอให้มีการหมุนเวียนกันได้ โดยเฉพาะในสายงานสอบสวน ก็จะเป็นพื้นฐานสำคัญเบื้องต้นให้ตำรวจตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่

นี่คือการแก้ปัญหาพื้นฐานที่จำเป็นที่สุด ที่จะเป็นการแก้ทุกข์ทั้ง 2 ด้าน คือ ทุกข์ของตำรวจ และทุกข์ของประชาชน

นอกจากนั้นร่างกฎหมายตำรวจฉบับใหม่ยังได้วางหลักเกณฑ์ใหม่สำหรับตำรวจในสายงานสอบสวนขึ้นมาเป็นครั้งแรก รวมทั้งการให้อัยการสามารถเข้ามาร่วมสอบสวนได้ตั้งแต่ต้นในคดีสำคัญ และกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ขององค์กรที่ทำหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องเรียนที่ให้บุคคลภายนอกองค์กรตำรวจเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งกำหนดกลไกใหม่ให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

จะได้ทยอยเล่าสู่กันฟังเป็นประเด็น ๆ ด้วยภาษาชาวบ้านตามโอกาสที่เหมาะสมต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top