546.jpg
คุมพ่อหื่นขืนใจลูกสาวส่งฝากขัง อ้างขาดสติพร้อมขอโทษลูก-เมีย

คุมพ่อหื่นขืนใจลูกสาวส่งฝากขัง อ้างขาดสติพร้อมขอโทษลูก-เมีย

วันเสาร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 15.15 น.

ตำรวจ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ คุมตัวพ่อหื่นข่มขืนลูกสาวในไส้นาน 2 ปี ส่งฝากขังศาลจังหวัด ผู้ต้องหาอ้างทำไปเพราะขาดสติยั้งคิดไม่ได้เมายอมรับผลกรรม  พร้อมขอโทษภรรยาและลูก  ขณะภรรยาร่ำไห้เสียใจที่ปล่อยลูกตกนรกทั้งเป็นยืนยันดำเนินคดีตามกฎหมาย 

27 ต.ค.61 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสตึก  จ.บุรีรัมย์  พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ ได้ควบคุมตัวนายเจษฎา (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาที่ข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวของตัวเอง ตั้งแต่ปี 2559 ขณะที่ลูกสาวมีอายุได้เพียง 15 ปี จนถึงปี 2561 เป็นเวลานาน 2 ปี  ทั้งยังข่มขู่จะฆ่าให้ตายหากนำเรื่องไปบอกคนอื่น  ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์  หลังถูกจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา  ขณะนายเจษฎา ขับรถกระบะบรรทุกข้าวของเครื่องใช้จะมาส่งให้กับภรรยาที่บ้านใน ต.เมืองแก  อ.สตึก  


ซึ่งเบื้องต้นได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน   แต่หลังจากส่งตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

ซึ่งนายเจษฎา ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหา คือ “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15  ปี โดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม(ขณะเกิดเหตุเด็กอายุ 14  ปี 364 วัน) , กระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง โดยใช้กำลังประทุษร้าย , กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำความรุนแรงในครอบครัว มาตรา 3, 4  (พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความรุนแรงต่อครอบครัว)

โดยก่อนที่นายเจษฎา  จะถูกควบคุมตัวส่งฝากขังก็ยังได้พูดคุยกับภรรยา และลูกสาว ที่เดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม  โดยนายเจษฎา ก็ได้ขอโทษภรรยา และลูกสาว  พร้อมระบุด้วยว่าที่ทำลงไปเพราะขาดสติยั้งคิดขอยอมรับผลกรรมกับสิ่งที่กระทำลงไป  พร้อมได้ฝากภรรยาดูแลลูกสาวให้ดี เพราะตนเองคงไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่พ่อแล้ว   หากย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะไม่ทำแบบนี้  

พร้อมทั้งยังฝากถึงสังคมและครอบครัวอื่น อย่าได้กระทำเหมือนกับตนเอง เพราะหากทำไปแล้วก็นอกจากตนเองจะถูกจับดำเนินคดีแล้ว  ยังส่งผลกระทบกับคนในครอบครัวด้วย  ก็อยากให้เคสของตัวเองเป็นอุทาหรณ์กับครอบครัวอื่นด้วย  เพราะบางอย่างเมื่อทำลงไปแล้วอาจจะไม่ได้รับโอกาสหรือการให้อภัยทั้งจากครอบครัวและสังคม

ขณะที่ ภรรยา  บอกว่า  ส่วนตัวอโหสิกรรมให้แต่เรื่องคดีก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย  ในฐานะที่ตัวเองเป็นแม่ก็เสียใจและรู้สึกผิดที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับลูกสาว  เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะคนกระทำก็ไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็นพ่อแท้ๆ ที่ตนเองและลูกสาวไว้ใจมากที่สุด  จึงไม่มีใครยอมรับได้  ซึ่งวันนี้ที่ได้พูดคุยกับสามีก็ยอมรับผิดในสิ่งที่กระทำ  ทั้งยังบอกกับตนเองว่าเครียดมากอยากจะฆ่าตัวตาย  ตนก็บอกไปว่าทำผิดแล้วก็ต้องยอมรับผิด ติดคุกยังไม่มีวันได้ออกอย่าคิดสั้น 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top