546.jpg
‘สมชัย’เสนอ3ทางออก-งัดม.44แก้‘กก.สภามหา’ลัย’แห่ลาออก หนีแจ้งทรัพย์สิน

‘สมชัย’เสนอ3ทางออก-งัดม.44แก้‘กก.สภามหา’ลัย’แห่ลาออก หนีแจ้งทรัพย์สิน

วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 09.58 น.

‘สมชัย’เสนอ3ทางออก-งัดม.44แก้‘กก.สภามหา’ลัย’แห่ลาออก หนีแจ้งทรัพย์สิน

9 พ.ย.61 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า เป็นไปตามคาดหมายว่าประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ออกมาเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2561 ได้สร้างความปั่นป่วนให้แก่สภามหาวิทยาลัยทั้งประเทศ กรรมการสภาที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่เป็นภาคเอกชน ข้าราชการเกษียณ นักวิชาการอาวุโส คงทยอยการลาออก เพราะแม้อยากจะช่วยมหาวิทยาลัย และไม่มีทรัพย์สินมากมายที่จงใจจะปกปิด แต่กฎระเบียบที่เป็นภาระ ถึงขนาดต้องไปตามแจ้งทรัพย์สินทุกรายการของคู่สมรส ไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่จดทะเบียน และประกาศต่อสาธารณะ ในวัยที่ตนไม่มีคนช่วยจัดเก็บและกรอกข้อมูล และหากไม่ครบ อาจโดนคดีอาญาเรื่องจงใจปกปิดทรัพย์สิน คงจะเป็นการเสียสละเกินกำลัง


นายสมชัย กล่าวอีกว่า ป.ป.ช. เอง แม้จะถูกกดดันจากกรณีดังกล่าว แต่คงอยู่ในภาวะ “ไม่ทำไม่ได้” เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ป.ป.ช. ที่ระบุให้ ป.ป.ช.มีหน้าที่ออกประกาศระบุตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน อีกทั้งมีแนวคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ชี้ไว้ชัดเจนแล้วว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัย เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจากมีอำนาจในทางปกครอง ให้คุณให้โทษต่อบุคคลในมหาวิทยาลัย และ อำนาจในการอนุมัติงบประมาณ

“แต่หากเรื่องนี้จบลงด้วยการลาออกขนานใหญ่ของกรรมการสภามหาวิทยาลัย สิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการศึกษาไทยในระยะสั้น คือ การหยุดชะงักของการบริหารงานมหาวิทยาลัยทั้งประเทศ เนื่องจากไม่สามารถประชุมสภามหาวิทยาลัยได้อย่างน้อย 2-3 เดือน จนกว่าจะสรรหาคนใหม่มาทดแทน เรื่องหลักสูตร เรื่องขออนุมัติปริญญา เรื่องขออนุมัติใช้งบประมาณ  เรื่องการขอจ้างอาจารย์ในกรณีพิเศษ  เรื่องการกำกับดูแลการบริหารงานของอธิการบดี  คงค้างอยู่ในวาระจนกว่าจะสามารถประชุมสภามหาวิทยาลัยได้” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวอีกว่า ในระยะยาว แม้หาคนมาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่พร้อมจะแจ้งบัญชีทรัพย์สินได้ แต่โอกาสที่คนระดับมันสมอง คนที่เป็นปราชญ์ชาวบ้านปราชญ์แผ่นดิน คนที่ประสบความสำเร็จในทางบริหาร ในทางธุรกิจ จำนวนหนึ่ง คงขอโอกาสไปสนับสนุนมหาวิทยาลัยในทางอื่น ซึ่งหมายความว่าวงการศึกษาทั้งประเทศคงอยู่ในภาวะการกำกับดูแลที่ขาดมุมมองที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ไป

นายสมชัย ระบุว่า วันนี้ทางออกของการแก้ไขคงเป็นไปได้ 3 ทาง คือ 1.การชะลอการบังคับใช้ประกาศ 2.การแก้ไขกฎหมายที่นำไปสู่การแก้ประกาศ และ 3.การใช้อำนาจพิเศษเพื่อยกเว้นการบังคับใช้ประกาศบางมาตรา

ทางแรก การชะลอการใช้ประกาศ  จากที่จะมีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2561 ออกไปอีกระยะหนึ่ง อาจจะ 3 เดือน 6 เดือน ช่วยได้ในการบรรเทาอาการตื่นตระหนกการลาออกแบบกะทันหัน จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถประชุมสภามหาวิทยาลัยในช่วงนี้ได้   สามารถทำให้กรรมการสภาจำนวนหนึ่งมีเวลาในการตระเตรียมเอกสาร และประเมินความพร้อมของตนว่าจะลาออกหรือไม่  ในขณะที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็สามารถเตรียมทาบทามบุคคลอย่างไม่เป็นทางการมาเป็นกรรมการสภา  เพื่อให้กระบวนการสรรหาคนใหม่ หลังจากการลาออกมีช่องว่างของเวลาน้อยที่สุด  ในกรณีนี้สามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้  แต่ต้องประเมินถึงผลกระทบระยะยาว

ทางที่สอง การแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ปปช. ให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับนิยามคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” และ “ผู้บริหารระดับสูง” ว่ามีความหมายครอบคลุมหรือไม่ครอบคลุมยังตำแหน่งลักษณะใดบ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ฝ่ายคณะรัฐมนตรีในฐานะผู้ใช้อำนาจบริหารต้องปรึกษาหารือกับ ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช.เสนอเรื่องผ่าน ครม. นำเข้าสภานิติบัญญัติ ก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมาย หลังจากนั้น ป.ป.ช.จึงออกประกาศแก้ไขประกาศของตน กระบวนการดังกล่าวน่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งอาจไม่ทันในรัฐบาลนี้  และกว่าจะดำเนินการได้  กรรมการสภาคงลาออกทั้งประเทศแล้ว

ทางที่สาม การใช้อำนาจพิเศษ ม.44 ของ คสช. ในการประกาศให้ยกเว้นการบังคับใช้ประกาศของ ป.ป.ช. ในตำแหน่งบางตำแหน่ง  ซึ่งสามารถทำได้เลย  แต่ต้องทำก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2561  ซึ่งเป็นวันที่ประกาศ ป.ป.ช. มีผลใช้บังคับ  ซึ่งจะช่วยยุติปัญหาดังกล่าวได้  แต่ต้องยอมให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า ร่างกฎหมายไม่รอบคอบจนเป็นปัญหา ทำให้ต้องใช้อำนาจพิเศษอยู่ร่ำไป

“ทุกทางขึ้นอยู่กับใจของ คสช. ครม. และ ป.ป.ช. ว่าจะเห็นปัญหาและเห็นว่าจะใช้แนวทางใดในการแก้ไข  ส่วนประชาชนอย่างเราแค่ทำใจ ส่วนผมหากประกาศมีผลใช้บังคับ คงเตรียมใจเป็นกรรมการสภา หากมีการทาบทามมา เพราะผมพร้อมยื่นทรัพย์สิน” นายสมชัย กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top