“นายกฯท่าแลง” การันตี “โรงไฟฟ้า WPP” ได้มาตรฐาน-ไร้ปัญหา เตรียมตั้งทีมงานเกาะติด ด้าน "ผู้บริหาร WPP" เผยได้ใบอนุญาตถูกต้อง พร้อมทุ่มใช้เทคโนโลยีป้องกันมลพิษมาตรฐานสากล
ที่โรงงานผลิตไฟฟ้าด้วยขยะมูลฝอย ของบริษัทดับเบิลยูพีจีอี เพชรบุรี จำกัด (WPP) ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นายสงวน จิตต์พุ่ม นายกเทศมนตรีตำบลท่าแลง พร้อมด้วย นายธวัชชัย โคตรเพชร หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรม และนายอำนวย คงกระพันธ์ หัวหน้าสำนักงานพลังงาน จ.เพชรบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมและความถูกต้องของโครงการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ขนาด 7.9 เมกะวัตต์ของ WPP หลังมีกรณีข้อพิพาทในพื้นที่เกิดขึ้นว่า โรงงานดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้มีตัวแทนประชาชนในพื้นที่ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง กว่า 120 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์และเยี่ยมชมโรงงาน โดยมี น.ส.รมย์ชลี จันทร์ประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WPP ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม
นายสงวน กล่าวว่า หลังจากที่หน่วยงานได้เข้าดูพื้นที่และติดตามการก่อสร้างโรงงานมาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่พบปัญหาหรือความกังวลใจใดๆ อย่างไรก็ตามเพื่อให้การติดตามเป็นไปอย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังไม่ให้มีปัญหาที่สร้างผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบโรงงาน ตนแต่งตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สาธารสุข, เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม และ นิติกร เพื่อเตรียมประสานกับเจ้าหน้าที่โรงงาน และขอให้โรงงานไฟฟ้าแจ้งรายละเอียดรวมถึงความคืบหน้าการทำงานแต่ละขั้นตอนมาให้เทศบาล ซึ่งความจริงตนเห็นดีด้วย ที่จะมีโรงงานที่แปลงขยะไปเป็นพลังงานไฟฟ้า แต่ตนจะไม่ยอมให้โรงงานสร้างผลกระทบกับคน หรือชุมชนในพื้นที่ จากนี้ไปผมและคณะทำงานจะติดตามอย่างใกล้ชิด
ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าโรงไฟฟ้าของ WPP ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายกำหนดและผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตามขั้นตอน ขณะที่การก่อสร้างอาคารและระบบจัดการมลพิษต่างๆ เบื้องต้นการตรวจสอบพบว่าเป็นไปตามแบบที่ขออนุญาต แต่ยืนยันว่าหน่วยงานภาครัฐจะไม่ละเลยการตรวจสอบประเด็นต่างๆที่ชุมชนโดยรอบกังวลแน่นอน
“กระบวนการตรวจสอบทั้งหมด ต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานด้านอุตสาหกรรม ทั้งก่อนเปิดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ ต้องมีมาตรการตรวจสอบอีกหลายขั้นตอนรวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยของพนักงานในโรงงานด้วย ดังนั้นชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น หรือ น้ำเสียที่ไหลลงสู่ชุมชน เพราะหน่วยงานภาครัฐต้องกำกับดูแลเข้มงวด " นายธวัชชัย ระบุ
ส่วนนายเอื้อม ชุ่มจิตต์ ตัวแทนชาวบ้านหมู่5 ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง กล่าวภายหลังร่วมสังเกตการณ์ว่า ยอมรับว่ามั่นใจขึ้นว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงงานจะไม่สร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชีวิตของชุมชนโดยรอบอย่างที่เคยกังวล เพราะทีมงานพาเข้าไปดูและอธิบายถึงกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ น.ส.รมย์ชลี กล่าวยอมรับว่า การชี้แจงและพาตัวแทนชาวบ้านเข้าพื้นที่นั้น ยังไม่สามารถทำให้ชุมชนโดยรอบตอบรับได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จากนี้ไปทางเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่เพื่ออธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจอีกครั้ง ถึงการสร้างประโยชน์และมาตรฐานการป้องกันมลพิษด้านต่างๆ
ซึ่งเป้าหมายของเรา คือพัฒนาให้เป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะต้นแบบของอาเซียน ดังนั้นจะเน้นระบบป้องกันและมาตรฐานความปลอดภัยสูงตามหลักสากล ซึ่งชาวบ้านไม่ต้องกังวลปัญหาทั้งมลพิษทางอากาศ หรือ มลพิษทางน้ำ เพราะเราได้ออกแบบระบบป้องกันไว้ทั้งหมดแล้ว พร้อมกับมีแผนที่จะประเมินคุณภาพทุกๆ 6 เดือนและเมื่อโรงไฟฟ้าเดินเครื่องเริ่มผลิตไฟฟ้าก็จะมีการประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ขนส่งขยะมายังพื้นที่
โดยขอให้ใช้รถขนขยะที่มีมาตรฐาน มีผ้าใบคลุม และมีถังน้ำรองรับน้ำเสียจากขยะระหว่างขนส่ง ขณะที่การขนขยะที่กำหนดไว้วันละ 300 ตัน จะใช้รถขนขยะขนาดใหญ่ ประมาณ 30 คัน แทนรถขนขยะขนาดเล็กที่ต้องใช้วันละ 100 คันแทน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี