546.jpg
สั่งตั้งทีมศึกษาขอเพิ่มเงินอุดหนุน สมทบจ่ายเงินเดือนครูภายใน 15 วัน

สั่งตั้งทีมศึกษาขอเพิ่มเงินอุดหนุน สมทบจ่ายเงินเดือนครูภายใน 15 วัน

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 11.32 น.

บอร์ด กช.สั่ง สช.ตั้งทีมศึกษาแนวทางขอเพิ่มเงินอุดหนุนสมทบจ่ายเงินเดือนครู ภายใน 15 วัน  เตรียมประสาน สปสช.กฤษฎีกา ร่วมหารือดูแลสวัสดิการครูเอกชน 

20 พ.ย. 61 นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขธิการ กช.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมนัดแรกของกรรมการชุดใหม่วาระ 3 ปี โดยที่ประชุมกำหนดให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมารับผิดชอบในเรื่องต่างๆ อาทิ อนุฯด้านพัฒนาบุคลากร อนุฯด้านกฎหมาย ฯลฯ จากนี้แต่ละคณะอนุฯจะต้องไปหาประธานและกรรมการ ซึ่งรมว.ศึกษาธิการ ให้นโยบายว่า ในองค์ประกอบของแต่ละคณะอนุฯต้องให้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมอยู่ และให้เร่งดำเนินการประกาศแต่งตั้งโดยเร็ว เพื่อให้สามารถทำงานได้ทันที 


นายชลำ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้  ที่ประชุมได้หารือประเด็นที่โรงเรียนเอกชนไม่สามารถจ่ายเงินเดือนครูเอกชนได้ตามวุฒิ รวมถึงกรณีที่มีโรงเรียนเอกชนบางแห่งในจังหวัดปัตตานี ยึดบัตร ATM ครู 23 คนนั้น ซึ่งจากการหารือร่วมกับสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) พบว่าปัญหานี้ไม่มีเพียงแค่ภาคใต้ แต่พบได้ทั่วประเทศ มาจากสาเหตุเดียว คือ เงินอุดหนุนรายหัวที่รัฐสนับสนุนเงินสมทบเป็นเงินเดือนครูไม่เพียงพอตามอัตราที่ราชการกำหนด 15,000 บาท ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบให้ สช.ไปตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินอุดหนุนในส่วนสมทบเงินเดือนครูให้เพียงพอกับโรงเรียน มาเสนอเร่งด่วนภายใน 15 วัน  อย่างไรก็ตาม จุดคุ้มทุนของโรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุนเพียงพอที่จะจ่ายเงินเดือนครูต้องมีนักเรียนไม่น้อยกว่า 340 คน

นายชลำ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้หารือเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งที่ผ่านมาครูเอกชนส่วนหนึ่งที่ไม่มีใบอนุญาตฯ คุรุสภาผ่อนผันให้สามารถรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว มีอายุ 2 ปีต่อได้ 2 ครั้ง รวม 4 ปี ในระหว่างนั้นจะต้องดำเนินการให้ได้ใบอนุญาตฯตัวจริง ซึ่งหากครบกำหนดแล้วไม่มีก็ไม่สามารถปฏิบัติการสอนต่อได้ ตรงนี้ รมว.ศึกษาธิการ เห็นว่า คนที่เป็นครู มีผลประเมินยอดเยี่ยมกลายเป็นคุณสมบัติความเป็นครู จึงให้คุรุสภาไปทบทวนว่ากรณีผู้ที่มีคุณสมบัติครบแล้วผ่อนผันให้สามารถรับใบอนุญาตฯได้เลยหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อโรงเรียนเอกชนเพื่อให้คนที่มีความรู้ ความสามารถอยู่กับโรงเรียนต่อไป 

“และที่ประชุมได้หารือเรื่องสวัสดิการของครูเอกชน ผ่านกองทุนสงเคราะห์ครู ซึ่งตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน กำหนดว่าครูเอกชนต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุน โดยเงินดอกผลจะใช้เพื่อการรักษาพยาบาลและการศึกษาของบุตร และเป็นเงินออมเมื่อออกจากงาน แต่ที่ผ่านมาพบปัญหาว่าไม่เพียงพอ เช่น ค่ารักษาพยาบาลกำหนดที่ 1 แสนบาทต่อคนต่อปี เป็นต้น ขณะที่กองทุนฯก็ติดลบดอกผลไม่เพียงพอจะดูแลครูเอกชนได้ และครูเอกชนได้รับสิทธิไม่เท่าเทียมกับคนกลุ่มอื่นๆ อย่างสิทธิหลักประกันสุขภาพ ซึ่งรมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้ สช.ดูแล อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ สช.เคยมีหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาในหลายประเด็นว่าครูเอกชนสามารถใช้สิทธิสวัสดิการอื่นได้หรือไม่ แต่เร็วๆนี้ สช.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คณะกรรมการกฤษฎีกา มาหารือร่วมกัน โดยมีรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน” นายชลำ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top