546.jpg
สยยท.คัดค้านมติครม.  อุ้มยางแจกไร่ละ1,800บ.  แก้ไม่ถูกจุดแนะทำถนน

สยยท.คัดค้านมติครม. อุ้มยางแจกไร่ละ1,800บ. แก้ไม่ถูกจุดแนะทำถนน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

เครือข่ายยางฯค้าน มติครม.ชดเชยเงินสวนยางไร่ละ 1,800 บาท แก้ไม่ถูกจุด หวั่นสร้างมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกัน จะก่อความขัดแย้งชาวสวน แนะนำยางไปทำถนน “กฤษฎา” เร่งอปท.ประสาน ทหารพัฒนาทำ’ถนนยาง’ทุกชุมชน ชูโมเดลปลูก”โกโก้”ทดแทน”ยางพารา”ชี้ ตลาดใน-นอก ต้องการมาก นักวิชาการ หนุนลดปลูกยางในพื้นที่ไม่เหมาะสม ต้นทุนสูง ผลผลิตต่ำ ทำให้ขาดทุน


เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.)กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราไร้ละ1,800บาทไม่เกินรายละ15ไร่ว่า เป็นแนวคิดของรมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง สยยท.เคยให้ความเห็นไปแล้วว่าชาวสวนยางส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากวงเงินจะให้ได้แต่เฉพาะสวนยางที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง มีผู้ได้รับสิทธิ์ ทั้งเจ้าของสวน และคนกรีดประมาณ1.3ล้านครอบครัว แต่ชาวสวนยางอีก 8ล้านกว่าครอบครัวซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ์จะไม่ได้รับประโยชน์ตรงนี้

“เป็นการสร้างมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกัน จะก่อให้เกิดความยังแย้งต่อชาวสวนกันเองทั้งที่ชาวสวนประมาณ10ล้านครอบครัว ต้องจ่ายเงินเซ หรือค่าทำเนียมการส่งออกยางพารากิโลกรัมละ2บาทเท่ากัน การแก้ปัญหาเช่นนี้ เป็นเหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เคยแก้มาแล้วก็ไม่สามารถทำให้ราคายางดีขึ้น ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.)ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ ที่มีรมว.เกษตรฯเป็นประธาน ผมจะคัดค้านมติ ครม.ดังกล่าวและจะเสนอให้รัฐบาลเร่งผลิตถนนยางพาราซอยซีเมนต์ เพื่อนำยางออกจากตลาด ตรงนี้ จะทำให้ราคายางดีดตัวขึ้นทั้งระบบ เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดเพราะชาวสวนจะได้ประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน”ประธานสภาเครือข่ายยางฯ ย้ำ

ด้าน นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าหลังสั่งการให้เกษตรและสหกรณ์(กษ.)จังหวัดและผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)จังหวัดร่วมสำรวจการใช้ยางพารา ตามแนวทางสนับสนุนการใช้ยางภาครัฐนั้น ขณะนี้มีหลายจังหวัด เริ่มดำเนินการทำถนนยางพาราแล้ว ล่าสุด ที่ จ.เลย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนานพค.23ได้ปรับปรุงทางลูกรัง เป็นถนนงานดินซีเมนต์ผสมยางพารา 7 เส้นทาง โดยใช้งบประมาณปี 2561/กันเหลื่อมปี 2562 ซึ่งการปรับปรุงผิวจราจรถนนลงลูกรังหนา 10 เซนติเมตร ใช้น้ำยางพารา Pre-blended 2.10กิโลกรัมต่อตารางเมตร ผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์(ประเภทงานโครงสร้าง) 14.20 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร

“จากรายงานแสดงให้เห็นว่า การใช้น้ำยางสดร่วมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปรับปรุงผิวจราจรซึ่งทำโดยหน่วย นพค. ขั้นตอนไม่ซับซ้อนดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ที่มีเครื่องจักรเครื่องมือ หากมีหน่วยทหาร หรือหน่วยงานอื่น ที่มีรถบรรทุกน้ำแล้วปรับปรุงให้ใส่น้ำยางสดได้จะสามารถใช้น้ำยางสดมา เป็นผสมในปรับปรุงผิวจราจรได้ขณะนี้มีถนนที่ปรับปรุง2แห่งคือบ้านศรีชมชื่น ต.น้ำสวย อ.เมืองจ.เลย และบ้านน้ำพร ต.ปากตม อ.เชียงคาน “นายกฤษฏา กล่าว

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯกล่าวอีกว่าได้สั่งให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯตั้งคณะศึกษาวิจัยอย่างรอบด้านถึงผลตอบแทนจากการปลูกโกโก้ ทดแทนยางพาราหรือปลูกแซมยางและการวางแผนผลิตโกโก้ทดแทน การทำสวนยางพารา มีอายุเกิน25ปี หรือให้น้ำยางน้อยไม่คุ้มทุน เพราะตลาดในประเทศและตลาดโลกมีความต้องการโกโก้มากขึ้น รวมทั้งมีราคาสูง เมื่อเทียบกับพืชอื่น เป็นแนวการปฏิรูปภาคการเกษตร ที่กระทรวงเกษตรฯเริ่มดำเนินการไปแล้ว โครงการข้าวครบวงจร โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ หลังฤดูการทำนา เป็นต้น

“หากผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ประเทศไทย มีความเหมาะสมในการปลูกและผลิตโกโก้ รวมทั้งให้ผลตอบแทนคุ้มทุนในเชิงเศรษฐศาสตร์แล้วให้เร่งรัดจัดทำแผนการผลิตโกโก้ อาจใช้โครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนา มาใช้เป็นต้นแบบ วางแผนการผลิตโกโก้ครั้งนี้ก็ได้ซึ่งโกโก้ที่ปลูกในไทย มีรสชาติความอร่อย ไม่แพ้ชาติอื่นๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วช็อกโกแลตยี่ห้อไทย”ภราดัย”ไปคว้ารางวัลระดับโลกมาถึง2รางวัล” รมว.เกษตรฯ ย้ำ

ด้าน รองศาสตราจารย์ วิษณุ อรรถวานิช คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงผลวิจัยเกี่ยวกับข้อกังวลที่ว่าจากนี้ไปยางสังเคราะห์ถูกใช้มากขึ้นทดแทนยางธรรมชาติ เมื่อเปรียบเทียบการใช้สัดส่วนการใช้ยางธรรมชาติต่อการใช้ยางทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 38.35 ในปี 2536 เป็นร้อยละ 46.54 ในปี 2560 สอดคล้องกับกระแสความนิยมสินค้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคที่เห็นว่ายางสังเคราะห์ผลิตจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยยางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือยางธรรมชาติที่ผลิตจากต้นรัสเซียแดนดิไลน์ (Russian Dandelion)ขณะนี้ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่เช่น Bridgestone, Cooper Tire และ Continental กำลังวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ต้นต้นวายยูลีให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับยางพาราทั้งด้านผลผลิตต่อไร่และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดังนั้นประเทศไทยควรต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราเพื่อเตรียมรับมือกับการทดแทนยางพาราของพืชทั้ง 2 ชนิดนี้

จากการวิจัยพบว่าผลผลิตยางพาราต่อไร่ของไทย มีแนวโน้มทรงตัวในทางลดลง ขณะที่อินเดียและเวียดนาม มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมากกว่าไทย โดยยางพาราในภาคเหนือ ภาคอีสานให้ผลผลิตต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจึงเสนอเร่งโค่นต้นยางเก่า มีอายุมาก ส่วนในพื้นที่ที่ให้ผลผลิตต่ำ ควรส่งเสริมให้ปลูกพืชอื่นที่เหมาะสมทดแทน จากสถิติของกรมพัฒนาที่ดินพบว่าพื้นที่ปลูกยางพาราที่ไม่เหมาะสมและเหมาะสมน้อย สูงถึง 4.9 ล้านไร่ ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางพัฒนาพันธุ์ยางที่มีผลผลิตต่อไร่สูงและมีคุณลักษณะตามที่ตลาดต้องการ พร้อมหาแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทานยางพาราเพื่อเตรียมรับมือกับการแข่งขันจากยางธรรมชาติที่ผลิตจากต้นวายยูลีและต้นรัสเซียแดนดิไลน์ในอนาคต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top