546.jpg
สั่ง‘อปท.’ทั่วไทยเข้มลดอุบัติเหตุปีใหม่ กางแพ็คเกจอุ้มช่วยเหลือเจ็บฉุกเฉินฟรี 72 ชม.แรก

สั่ง‘อปท.’ทั่วไทยเข้มลดอุบัติเหตุปีใหม่ กางแพ็คเกจอุ้มช่วยเหลือเจ็บฉุกเฉินฟรี 72 ชม.แรก

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 13.48 น.

สั่ง‘อปท.’ทั่วไทยเข้มลดอุบัติเหตุปีใหม่ กางแพ็คเกจอุ้มช่วยเหลือเจ็บฉุกเฉินฟรี 72 ชม.แรก

29 ธ.ค.61 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เป็นช่วงที่ประชาชนใช้รถใช้ถนนเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนสูงกว่าในช่วงเวลาปกติ กรมฯ จึงขอให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ร่วมสนับสนุนและร่วมดำเนินการ ตามแนวทางการดำเนินงานของ “แผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2562” ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562


นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนนั้น ได้ขอให้ อปท. ทุกแห่งลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน โดยให้ประสานสถานีตำรวจและหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อบูรณาการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน/ด่านชุมชน และการจัดสายตรวจสุ่มตรวจตามเส้นทางสายหลัก (ทางหลวงแผ่นดิน) สายรอง (ทางหลวงชนบท/ถนนของ อปท. และหน่วยงานอื่น) และในสถานที่ชุมชนหรือบริเวณด้านหน้าสถานบันเทิง เพื่อเป็นการป้องปรามการฝ่าฝืนหรือการกระทำความผิด ตามมาตรการ 1ร. 2ส. 3ข. 4 ม. (10รสขม) ได้แก่ 1.ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2.ขับรถย้อนศร 3.ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 4.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5.ไม่มีใบขับขี่ 6.แซงในที่คับขัน 7.เมาสุรา 8.ไม่สวมหมวกนิรภัย 9.ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย และ 10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

นอกจากนั้น ยังขอให้ อปท. ทุกแห่ง จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ศปถ.อปท.) เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงให้ อปท. ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครทางหลวงชนบท (อส.ทช.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจบ้าน ทหาร และประชาชนในพื้นที่ จัดตั้ง “ด่านชุมชน” เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนของคนในพื้นที่ โดยให้ดำเนินจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น  การจัดทำ “ประชาคมชุมชน/หมู่บ้าน” กำหนดข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางถนน,การจัดกิจกรรมทางศาสนา “1 อำเภอ 1 กิจกรรม” เช่น ทำบุญตักบาตร สวดมนต์ข้ามปี

ขอความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์โดยใช้รูปแบบ “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความตื่นตัวให้แก่ประชาชนในการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไปจนถึงทำการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนน เผยแพร่ผ่านหอกระจายข่าว เสียงตามสาย และวิทยุชุมชน เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรับทราบถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่จะดำเนินการในช่วงเทศกาลปีใหม่

อธิบดี สถ. กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็ขอให้ อปท. ทุกแห่ง กำชับให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานเจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีด้านวินัยจราจรในการปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรการ 4 ห้าม 3 ต้อง (ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เมาไม่ขับ โทรไม่ขับ ง่วงไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย ต้องมีใบอนุญาตขับรถ) และหากมีคำสั่งให้บุคลากร ของ อปท. ปฏิบัติหน้าที่ประจำในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เช่นที่ด่านตรวจ ด่านชุมชน ณ จุดที่มีการเฉลิมฉลอง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ และให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด

ด้านการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม ก็ได้ขอให้ อปท. ทุกแห่งดำเนินมาตรการ “1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย” ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จริงจัง และต่อเนื่อง โดยในถนนเส้นนี้ ขอให้ อปท.สำรวจและตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของถนน จุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดที่เกิดเหตุบ่อยครั้ง และจุดที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมถนนให้มีความปลอดภัย,ให้จัดเตรียมช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) ทางเลี่ยง ทางลัด และจัดทำป้ายเตือน ป้ายแนะนำต่างๆ ให้ชัดเจน ขอให้จัดจุดพักรถ และจุดบริการเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน, ให้ตรวจสอบสิ่งอันตรายข้างถนน (Roadside Hazards) อาทิ ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง สัญญาณไฟจราจร เสาป้ายโดยปรับปรุงแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

“ในด้านมาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุนั้น ให้ อปท. เตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัยในความรับผิดชอบ ด้านบุคลากร เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ กำหนดให้มีทีมกู้ชีพฉุกเฉินระดับท้องถิ่น อำเภอ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประสบเหตุ ได้ทราบถึงระบบการช่วยเหลือต่างๆ ที่สมควรได้รับ เช่น ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ประชาชนมีสิทธิเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในช่วงเวลา 72 ชั่วโมงแรก ตามนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่” การจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 24 ชั่วโมง เป็นต้น” อธิบดี สถ.กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top