546.jpg
รับมือพายุ‘ปาบึก’ถล่ม  16จว.ใต้ระทึก  ขึ้นฝั่งชุมพร-สุราษฎร์

รับมือพายุ‘ปาบึก’ถล่ม 16จว.ใต้ระทึก ขึ้นฝั่งชุมพร-สุราษฎร์

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รับมือพายุ‘ปาบึก’ถล่ม

16จว.ใต้ระทึก


ขึ้นฝั่งชุมพร-สุราษฎร์

เตือนคลื่นสูง5ม.-เรือหนีขึ้นฝั่ง

ปตท.อพยพจนท.-หยุดผลิตก๊าซ

ระทึก!พายุโซนร้อน“ปาบึก”จ่อถล่มอ่าวไทย รัฐบาลสั่งทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นลมแรง 4-5 มกราคมคาดสูงกว่า 5 เมตร ด้านชาวประมงหลายจังหวัดผวาอพยพเรือขึ้นฝั่ง หยุดออกทะเลหลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเรื่อง พายุ “ปาบึก”ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงนี้ และส่งผลกระทบไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

นายกฯย้ำมท.บูรณารับฝน-ท่วม

เมื่อวันที่ 2 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการรับมือพายุปาบึกว่า ได้แจ้งเตือนไปทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะเรื่องประมง ท่องเที่ยว การสัญจรเรือในอ่าวไทยและฝั่งอันดามันห้ามออกทะเล ให้ทุกคนช่วยเตรียมป้องกันตัวเอง และกระทรวงมหาดไทยประชุมเตรียมบูรณาการอีกครั้ง ในฐานะแม่งานขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือ ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กองทัพบก กรมเจ้าท่า ซึ่งอิทธิพลจากพายุปาบึกจะทำให้มีฝนตกชุก จึงกำชับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยให้ดูแลป้องกันน้ำท่วมอีกทาง โดยเฉพาะเรื่องการคมนาคม ถ้าฝนมาก ก็ต้องใช้เวลาแก้ปัญหา เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเสียส่วนใหญ่ เรื่องนี้เป็นภัยธรรมชาติ

มท.1ถกด่วนสั่งผู้ว่าฯ16จว.ใต้รับมือ

วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประชุมด่วนวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ไปยังจ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อนปาบึก หลังนายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานให้เน้นเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัย ใน 3 เรื่อง ทั้งการเคลื่อนตัวของพายุ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัย วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ รวมถึงเตรียมพร้อมปฏิบัติการในระดับพื้นที่ รับการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันท่วงที อาทิ เรื่องไฟฟ้า และการระบายน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

เตือน4-5มค.ฝนหนักคลื่นลมแรง

ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ใกล้ชิด จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนกรมอุตุนิยมวิทยารายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ที่ประชุมรับทราบ พร้อมเฝ้าระวัง โดยคาดการณ์ว่า วันที่ 4-5 มกราคม ผลกระทบจะกินวงกว้าง ตั้งแต่จ.เพชรบุรีถึงนราธิวาส พร้อมเฝ้าระวัง คลื่นลมในอ่าวไทยที่มีกำลังแรงขึ้น อาจเกิดคลื่นซัดฝั่งกำลังแรง ความสูงคลื่น ประมาณ 3-5 เมตร

กรมชลฯพร้อมรับมือปาบึก

ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กรมฯเร่งพร่องน้ำออกจากลำน้ำต่างๆ ทำให้ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2-3 เมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพรับน้ำจากฝนที่ตกลงในพื้นที่ เช่นเดียวกับ เขื่อนต่างๆได้ระบายน้ำออกล่วงหน้าแล้วเช่นกัน ถ้ามีฝนตกหนักต่อเนื่อง กรมฯจะทำหนังสือแจ้งเตือนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ ปภ. กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุทกภัย ที่สำคัญบูรณาการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนข่าวสารสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบข่าวสารอย่างถูกต้อง ชัดเจน สำหรับพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องมืออื่นเตรียมพร้อมไว้ด้วยแล้ว ส่วนพื้นที่เสี่ยง 75 จุดตั้งแต่จ.เพชรบุรีลงมาทั้ง 16 จังหวัด ได้วางแผนระบายน้ำ ขุดลอกคูคลองสิ่งกีดขวางการระบายน้ำออกไปแล้ว พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์ช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เรือสงขลา-นครฯขึ้นฝั่งหนีพายุ

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่จ.สงขลา สภาพคลื่นลมบริเวณชายฝั่งรุนแรงขึ้น ทำให้ชาวประมงทั้ง 6 อำเภอตั้งแต่ อ.ระโนด สทิงพระ สิงหนคร อ.เมือง จะนะ และอ.เทพา ต้องหยุดออกเรือชั่วคราว อย่างที่ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านที่บ้านบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา ชาวประมงเร่งนำเรือขึ้นฝั่ง เพื่อป้องกันคลื่นซัดเสียหาย

เช่นเดียวกับ หมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชนำเรือประมงเล็กไปเก็บไว้ตามลำคลองชั้นใน และนำขึ้นฝั่ง ทั้งนี้ จากสภาพคลื่นลมที่รุนแรงนายเจริญ โต๊ะอีแต นายกสมาคมชาวประมงพื้นบ้านอ่าวท่าศาลา ยอมรับว่ารู้สึกกังวล เพราะสภาพอากาศมีลมตะวันตกพัดเข้ามาด้วย และตามภูมิปัญหาชาวประมงพื้นบ้านจะรู้ว่าเหมือนเป็นสัญญาณเตือนก่อนลมใหญ่จะเข้าหาฝั่ง

อพยพจนท.-หยุดเดินแท่นขุดเจาะ

ส่วนบริเวณท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการขนส่งบุคลากรของแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมกลางอ่าวไทยได้นำเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเจ้าหน้าที่จากแท่นขุดเจาะขึ้นฝั่งทั้งหมดเช่นกัน เนื่องจากต้องหยุดปฎิบัติการขุดเจาะน้ำมันอีกหลายวัน โดยให้บุคลากรกระจายพักตามสถานที่พักต่างๆในนครศรีธรรมราชและใกล้เคียง

ขณะที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ออกแถลงการณ์ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของการปฏิบัติงานในพื้นที่ปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง พร้อมกับระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติไว้ชั่วคราวเนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของแท่นผลิตก๊าซฯบงกชเหนือ และแท่นผลิตก๊าซฯบงกชใต้ อยู่ในเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนดังกล่าว และส่งพนักงานที่เหลือทั้งหมดกลับขึ้นฝั่งที่จังหวัดสงขลาเพื่อความปลอดภัย

สมุยตั้งวอร์รูม-ร.10ทรงห่วงใย

ที่อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน นายอำเภอเกาะสมุย เรียกประชุมด่วนหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ เตรียมรับผลกระทบจากพายุปาบึก พร้อมกันนี้ ยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเรื่องนี้ และขอให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอเกาะสมุยติดตาม ประเมินสถานการณ์และมาตรการรับมือรอบด้าน

ปาบึกจ่อขึ้นฝั่งที่ชุมพร-สุราษฎร์

เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง พายุปาบึก (PABUK)» ฉบับที่ 9 ระบุบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยช่วงวันที่ 2-3 มกราคม และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่างจ.ชุมพรและสุราษฎร์ธานีช่วงค่ำวันที่ 4 มกราคม โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ช่วงวันที่ 3-5 มกราคม ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ โดยช่วงวันที่ 3-4 มกราคม จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

เตือนฝนตกหนัก-คลื่นสูง3-5เมตร

จากนั้นระหว่างวันที่ 4-5 มกราคม ภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงบริเวณจ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 2-5 มกราคม 2562

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top