4 ม.ค.62 นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ในปีการผลิต 2561/62 ตามนโยบายนายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ใช้การตลาดนำการผลิต ล่าสุดมีเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 96,928 ราย พื้นที่ 814,916 ไร่ (ข้อมูลวันที่ 4 มกราคม 2562)
ทั้งนี้ ปีนี้เป็นปีแรกที่กระทรวงเกษตรฯ ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามแผนการผลิตภาคการเกษตรของประเทศ ซึ่งบูรณาการทุกหน่วยงานร่วมปฏิบัติ ทำให้ประสบผลดีอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการมา 3 ปี โดยในปีการผลิต 2559/60 มีเกษตรกรสมัครใจเข้าโครงการ 16,545 ราย พื้นที่ 148,949 ไร่ และในปีการผลิต 2560/61 มีเกษตรกรสมัครใจเข้าโครงการ 67,369 ราย พื้นที่ 452,827.75 ไร่ ดังนั้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พื้นที่สมัครมากกว่าเท่าตัวแล้ว ทั้งนี้ การรับสมัครยังรับสมัครไปถึง วันที่ 15 มกราคม 2562 ซึ่งยังคงเกษตรกรมีความสนใจที่จะร่วมโครงการและอยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัครจำนวนมาก
นายสำราญ กล่าวอีกว่า จากโครงการนำร่องที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเริ่มเมื่อเดือนกันยายน 2561 เกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการกว่า 206 ราย พื้นที่ 3,025 ไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 3,454.72 ตัน เกษตรกรสามารถขายได้ที่ความชื้นประมาณร้อยละ 27 - 30 โดยราคาที่จุดรับซื้อของสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ อุตรดิตถ์ประมาณ 8 บาทต่อกิโลกรัมซึ่งคาดว่าเกษตรกรจะมีรายได้เฉลี่ย 8,365 บาทต่อไร่ ต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 3,810 บาทต่อไร่ (ข้อมูลวันที่ 4 ม.ค. 62) จึงจะได้กำไรถึง 4,555 บาทต่อไร่ นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบราคารับซื้อข้าวโพดที่จังหวัดสระบุรี เกษตรกรขายข้าวโพดเก็บเกี่ยวสดที่หน้าแปลง ความชื้นร้อยละ 25 ราคาไม่ต่ำกว่า 8 บาท ส่วนที่ความชื้นร้อยละ 14.5 ที่หน้าโรงงานอาหารสัตว์สูงถึง 10 - 10.25 บา
ด้านนายณรงค์ วงศ์ธรรมสรณ์ ผู้อำนวยการจัดซื้อและสำรวจวัตถุดิบ บริษัท เบทาโกร จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่และเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปรับซื้อข้าวโพดหลังนาของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์อย่างไม่จำกัด เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศมีความขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์อีกจำนวนมากแต่ละปีมีความต้องการ
โดยที่ผ่านมาไทยผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ประมาณ 5 ล้านตัน มีความต้องการถึงประมาณ 8 ล้านตัน จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ แม้จะมีการนำเข้าวัตถุดิบมาจากต่างประเทศบางส่วนแล้วก็ยังมีความขาดแคลนอยู่อีก1.4 ล้านตันต่อปี ในขณะที่บริษัทฯเองก็มีความต้องการจำนวน 800,000 - 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนต้องหาวัตถุดิบอื่นๆมาเพิ่ม อาทิ ข้าวสาลี ปลายข้าว ดังนั้นโครงการข้าวโพดหลังนาของรัฐบาลตลาดยังมีอนาคตอีกยาวไกลเกษตรกรไม่ต้องกังวลเรื่องผลผลิตไม่ได้ราคาหรือล้นตลาด คาดว่า ผลผลิตที่จะออกตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปนั้นจะไม่ต่ำกว่า 9 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ที่สำคัญข้าวโพดถือเป็นพืชเงินสด โดยขายแล้ว เกษตรกรได้รับเงินสดทันที จึงทำให้ชาวนาสนใจร่วมโครงการมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ บริษัท เบทาโกร ได้ร่วมดำเนินการภายใต้โครงการดังกล่าวมาแล้ว 2 ปีคือ ในปี 2559 รับซื้อผลิตจำนวน 60,000 ตัน ปี 2560 รับซื้อจำนวน 25,000 ตันที่ลดลงจากปี 2559 เพราะราคาผลผลิตอยู่ในเกณฑ์ดีทำให้เกษตรกรมีตัวเลือกในการจำหน่ายมากในตลาดที่หลากหลายขึ้น ส่วนปี 2561 รับซื้อไม่จำกัดจนกว่าจะเพียงพอและยังมีความต้องการข้าวโพดสำหรับผลิตอาหารสัตว์อีกจำนวนมาก
ส่วนการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร โครงการได้กำหนดให้มีการทำความตกลงกับผู้รับซื้อ และหาตลาดให้แก่เกษตรกร โดยรับซื้อตามมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ ในราคากิโลกรัมละ 8 บาท ที่ความชื้น 14.5% สหกรณ์การเกษตรทำหน้าที่เป็นจุดรวบรวมและรับซื้อผลผลิต เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งการขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 2 จึงพิจารณาจากราคาช่วง มกราคม– มิถุนายน เป็นหลัก โดยราคาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 ความชื้น 14.5% ช่วงนี้ของปี 2561 เฉลี่ยอยู่ที่ 8.29 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2560/61 อยู่ที่ 4,624.53 บาท/ไร่ ทั้งนี้หากเกษตรกรดูแลข้าวโพดให้มีผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ต้นทุนจะลดลง
ในปีนี้ทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการกำหนดจุดรับซื้อ โดยวางระบบให้สหกรณ์การเกษตรเป็นหน่วยธุรกิจขับเคลื่อนหลักในการดำเนินโครงการ ตั้งจุดรับซื้อทั้งหมด 324 จุด แบ่งเป็นจุดรับซื้อของสหกรณ์ 292 จุด และจุดรับซื้อของเอกชน 32 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 386 อำเภอ ใน 37 จังหวัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี