วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
9 ม.ค.62 ที่แปลงสาธิตการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนา อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลสำเร็จการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาในพื้นที่นำร่อง หมู่ที่ 4 บ้านโรงหม้อ ต.บ้านหม้อ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ โดยมี นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์, นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
โดยนายกฤษฎา กล่าวว่า วันนี้ (9 ม.ค.62) ครบ 3 เดือน หรือ 130 วัน ที่ได้เพาะปลูกเมล็ดข้าวโพดไว้ ทั้งนี้ การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ประสบความสำเร็จในการหารายได้ให้กับประชาชน เพราะเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วมีรายได้ประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อไร่ ในขณะที่การปลูกข้าวนาปรัง หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือประมาณ 300-400 บาทเท่านั้น แต่อยากให้ระวังเรื่องการเก็บเกี่ยว ความชื้น และที่สำคัญสัญญาการซื้อขายกับสหกรณ์การเกษตร เพื่อคงความสัมพันธ์ในการซื้อขายปีหน้าทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบนโยบายเข้าไปสนับสนุน ว่า การที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเข้าไปสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกอะไรนั้น จะต้องมีตลาดรองรับสินค้าและแนะนำอะไรต้องขายได้ ไม่ใช่ว่าพอลงไปปลูกแล้วมีผลผลิต เมื่อถึงเวลานำไปขายแล้วขายไม่ได้ ไม่มีตลาดรองรับ หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ

“ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้มีการจัดฉากมาเอางานของเกษตรกรที่ปลูกอยู่แล้ว มาเป็นผลงาน แต่เราได้เข้ามาบริหารจัดการให้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ จ.อุตรดิตถ์มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว แต่มีปัญหาหลังการเก็บเกี่ยว คือไม่มีจุดรับซื้อที่ชัดเจน หรือบางครั้งต้องข้ามจังหวัดไปขาย แต่เมื่อเราเข้ามาก็ได้ช่วยเรื่องการบริหารจัดการเกี่ยวกับจุดรับซื้อ รับส่งเพื่อให้สะดวก ซึ่งเป็นการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เราได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอนาคต ถ้าหากราคาต่ำลง เราก็จะมีการสนับสนุนให้เกษตรกรหมุนเวียนไปปลูกถั่วเขียว ถั่วเหลือง หรือพืชผักปลอดสารพิษ โดยจะมีราคาไล่เลี่ยกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน คือ มีจุดรับซื้อชัดเจนอยู่แล้ว” รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว
ด้านนายพิเชษฐ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้คัดเลือกอ.พิชัยเป็นพื้นที่นำร่องในการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังนา เนื่องจากมีสภาพพื้นที่เหมาะสมตาม Agri – Map โดยมีเกษตรกรในพื้นที่ 221 ราย และมีเกษตรกร 67 รายเพิ่งหันมาลองปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาเป็นครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งเกษตรกรทั้งหมดเป็นสมาชิกสหกรณ์ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโรงหม้อ จำกัด สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโคกหม้อ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรพิชัย จำกัด พื้นที่เพาะปลูก 3,240 ไร่

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานพื้นที่นำร่องใน จ.อุตรดิตถ์ เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วประมาณ 3,800 ตัน สหกรณ์รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด และส่งต่อให้สหกรณ์การเกษตรเมืองตรอน จำกัด ซึ่งเป็นแม่ข่ายในการรับซื้อผลผลิตจากทั้ง 4 สหกรณ์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพอบลดความชื้นให้อยู่ที่ 14.5% และส่งจำหน่ายให้กับบริษัท CPF และบริษัท เบทาโกร จำกัด ซึ่งราคาขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 9.80 บาท เกษตรกรจะมีต้นทุนในการผลิตเฉลี่ย 3,810 บาท/ไร่ ซึ่งรับซื้อข้าวโพดฝักสดจากสมาชิก ระดับความชื้น 27-30 % ในราคา 7-8 บาทต่อกก. โดยเกษตรกรจะมีรายได้จากการขายข้าวโพดเฉลี่ย 8,365 บาท/ไร่ และเมื่อหักต้นทุนแล้วจะมีกำไรเฉลี่ยไร่ละ 4,555 บาท
“อ.พิชัย ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 221 ราย พื้นที่รวม 3,240 ไร่ ผลผลิตข้าวโพดที่ได้โดยเฉลี่ยไร่ละ 1.2 ตัน และในบางรายได้ผลผลิตสูงถึง 1.8 ตันต่อไร่ และหากขายได้ในราคากิโลกรัมละ 8 บาท จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่นำร่องมีรายได้รวมกว่า 31 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการที่วางไว้ทั้งเรื่องปริมาณผลผลิตต่อไร่ คุณภาพของข้าวโพดและราคาที่รับซื้อจากเกษตรกร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชนและสหกรณ์ในพื้นที่ ในการร่วมกันปฏิรูปภาคการเกษตร ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ เพื่อช่วยดูแลและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง และคาดว่าข้าวโพดจะเป็นพืชทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรจะเพาะปลูกได้หลังเสร็จสิ้นจากฤดูทำนา” นายพิเชษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา ได้มีการพูดคุยทักทายกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงลงแปลงและขับรถเกี่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพด และมีการลงแขกเก็บข้าวโพดร่วมกับชาวบ้าน จากนั้นได้กล่าวเปิดโครงการสาธิตและแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนาทั้งนี้
สำหรับ ตัวอย่างแปลงนำร่องที่ประสบความสำเร็จเป็นของ "นายสมพร แตงน้อย" เนื้อที่ 10 ไร่ เพาะปลูกเดือนส.ค.61 และเก็บเกี่ยวผลผลิตเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.61 ขายให้กับสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด ในระดับความชื้นที่ 28% ราคา 7.20 บาท/กก. ทำให้มีรายได้ 86,400 บาท และมีกำไรเฉลี่ยไร่ละ 4,850 บาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี