รร.สพฐ.เดินหน้าขยายผลเงินอุดหนุน"นร.ยากจนพิเศษ" เปิดคอร์สสร้างอาชีพแก้ปัญหายั่งยืน ขณะที่"ผอ.-ครู-เขตพื้นที่การศึกษา"พร้อมติดตามผลใกล้ชิด หลังได้รับเงินอุดหนุน ป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ ด้าน"กสศ."เปิดระบบให้รร.ส่งรายชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง16ม.ค.นี้
14 ม.ค.62 ที่โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดเสวนาติดตามเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ จัดสรรช่วยเหลือแล้วแก้ปัญหาตรงจุดอย่างไร โดย น.ส.ชูสะอาด กันธรส ผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินอุดหนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ.กล่าวว่า สถานะการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค.62 ที่ผ่านมา กสศ.ได้โอนเงินอุดหนุนในรอบแรกให้แก่โรงเรียนและผู้ปกครองที่ส่งข้อมูลเข้ามา และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นเงินทั้งสิ้น 393,932,400 บาท ครอบคลุมโรงเรียนจำนวน 16,497 โรงเรียน และนักเรียนจำนวน 364,527 คน โรงเรียนสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้จาก User ของ Admin โรงเรียน และเมื่อได้รับเงินอุดหนุนแล้ว สามารถดำเนินการตามแผนการใช้เงินที่เสนอไว้แก่คณะกรรมการสถานศึกษาได้ทันที
สำหรับเงินอุดหนุนนักเรียน ที่ผู้ปกครองไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคารและขอรับเงินสดจากโรงเรียน ควรเบิกจ่ายแก่นักเรียนภายใน 7 - 10 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินโอนจาก กสศ.โดยหลังจากนี้สถานศึกษาและครูจะรายงานบันทึกการมาเรียน รวมถึงน้ำหนัก ส่วนสูง ของนักเรียนยากจนพิเศษรายบุคคลอย่างใกล้ชิดตลอดปีการศึกษา ผ่าน cct.thaieduforall.org ตามข้อตกลงการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งจะเป็นข้อมูลและผลลัพธ์ที่สำคัญในการจัดสรรเงินอุดหนุนภาคเรียนถัดไป โดยนักเรียนยากจนพิเศษจะต้องมีอัตราการมาเรียนสูงกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน หลังจากนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาจะช่วยลงพื้นที่สนับสนุน ติดตามผลการใช้เงินอุดหนุน และการดำเนินงานของทางโรงเรียนต่อไป
น.ส.ชูสะอาด กล่าวว่า จากการตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอุดหนุน เราพบว่าขณะนี้ยังมีโรงเรียน 2 กลุ่ม ที่ขอความร่วมมือให้เร่งดำเนินการเข้ามาในระบบ ได้แก่ 1.กลุ่มที่ต้องแก้ไขข้อมูลที่ส่งเข้ามาให้ถูกต้อง เช่น กรอกชื่อบัญชีเงินฝาก เลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง และ 2.กลุ่มที่ยังไม่ได้ดำเนินการส่งข้อมูลเข้ามาเลยจำนวนรวมทั้งสิ้น 7,070 โรงเรียน ซึ่งหลังจากเปิดระบบรอบสุดท้ายในปีการศึกษา 2561 ล่าสุด มีโรงเรียนกรอกข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติมมากกว่า 2,600 โรงเรียน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของรายชื่อโรงเรียนที่เหลืออยู่ โดยระบบจะยังเปิดไปจนถึงวันพุธที่ 16 ม.ค.62 นี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้สถานศึกษาอีกราว 4,400 แห่ง เร่งจัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อส่งผลการรับรองรายชื่อนักเรียนยากจนพิเศษ และดำเนินการเปิดบัญชีสถานศึกษาพร้อมทั้งระบุชื่อ-เลขบัญชีให้ถูกต้อง เพื่อมิให้นักเรียนเสียโอกาสในการรับเงินอุดหนุนยากจนพิเศษในปีการศึกษานี้ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ที่ยังไม่ได้จัดทำข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษได้ที่ https://www.eef.or.th/thaieduforall/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 02-079-5475 กด 1
ด้าน นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ.กล่าวว่า หัวใจสำคัญของเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ คือ การดูแลและพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ตามสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งภายหลังได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจาก กสศ.นั้น โรงเรียนสามารถบริหารจัดการเงินอุดหนุนเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ค่าอาหารเช้าสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โดยโรงเรียนสามารถบริหารจัดการตามความเหมาะสมเพื่อให้นักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดี มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ นำไปสู่พัฒนาการสมวัย พร้อมเรียนรู้เต็มศักยภาพ และส่วนที่ 2 ค่าดำเนินกิจกรรมทางการศึกษา เสริมสร้างพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพในอนาคต โดยคำนึงถึงความสนใจของนักเรียน บริบทของพื้นที่ และโอกาสทางเศรษฐกิจประกอบกัน เพื่อขยายผลเงินอุดหนุนให้เป็นประโยชน์แก่นักเรียนกลุ่มนี้ในระยะยาว
"กรณีของโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ ถือเป็นต้นแบบการขยายผลเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ ด้วยงบประมาณจำนวนไม่มาก แต่โรงเรียนวางแผนต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่ม เมื่อสำรวจว่านักเรียนมีความสนใจด้านเบเกอรี่ จึงเปิดคอร์สพิเศษเพื่อสอนนักเรียนกลุ่มนี้ ซึ่งการเรียนการสอนสามารถบูรณาการทั้งในส่วนทักษะการทำอาหารเพื่อสร้างอาชีพ การบูรณาการกับวิชาการเรียนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น คณิตศาสตร์ การคำนวนต้นกำไรขาดทุน การชั่งตวงวัด วิทยาศาสตร์อาหาร ความคิดสร้างสรรค์ในการการออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางแผนการขาย และการทำการตลาด ซึ่งโรงเรียนสามารถเชิญวิทยากรจากภายนอกมาร่วมให้ความรู้ได้" นายสุภกร กล่าว
ขณะที่ นางสุภาณี ธรรมาธิคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียนยากจนพิเศษที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 5 ของนักเรียนทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ทางโรงเรียนจะละเลยไม่ได้ ในทุกกระบวนการตั้งแต่การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน การเก็บข้อมูลต้องครบถ้วนถูกต้อง เพราะทุกรายละเอียดคือโอกาสทางการศึกษาของเด็กนักเรียนเหล่านี้ โรงเรียนเข้าใจในกระบวนการที่มีหลายขั้นตอนและต้องตรวจสอบ ก็เพื่อความรอบคอบ สำหรับเงินอุดหนุนที่ได้รับจากทาง กสศ.โรงเรียนบริหารการใช้จ่ายเงินเป็น 2 ส่วน คือ จัดให้นักเรียนในรูปแบบคูปองอาหารกลางวัน และกิจกรรมพัฒนานักเรียนยากจนพิเศษ ซึ่งทางโรงเรียนให้ความสำคัญมาก โดยในการจัดกิจกรรมได้ประเมินจากความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก จึงจัดให้มีการสอนทักษะการทำเบเกอรี่และขนมอบต่างๆ แก่นักเรียนยากจนพิเศษทั้ง 64 คน
"เราเริ่มเปิดคอร์สให้นักเรียนมา 2 ครั้งแล้ว เด็กๆ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาให้รสชาติดีขึ้นทุกครั้ง เมื่อเชี่ยวชาญกว่านี้ เราวางแผนเปิดเป็นร้านเบเกอรี่จำหน่ายในชุมชน ตลาด เพื่อสร้างรายได้ เป็นกองทุนเล็กๆ ที่เติบโตต่อไป ทางโรงเรียนมองว่า เงินอุดหนุนจาก กสศ.ในส่วนของการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิต แม้ไม่มากแต่เป็นเงินลงทุน ซึ่งถ้านำไปใช้อย่างถูกจุดจะสามารถสร้างดอกผลทั้งในรูปของการเพิ่มพูนศักยภาพของนักเรียน และเป็นเงินลงทุนที่สร้างรายได้ในอนาคตได้ สำคัญอยู่ที่ความคิดริเริ่มและวิธีการนำไปใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเงินจำนวนนี้ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่นักเรียนมากที่สุด" นางสุภาณี กล่าว
นายนิพนธ์ ด้วงคำจันทร์ อาจารย์ระบบงานแนะแนวและระบบดูแลช่วยเหลือ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ครูแอดมิน กล่าวว่า เพราะเราตระหนักดีว่าข้อมูลของนักเรียนที่เก็บมาไม่ได้ถูกใช้เพื่อจ่ายเงินแค่ครั้งเดียว แต่คือการติดตามนักเรียนเป็นรายบุคคลในระยะยาวจนจบการศึกษา ป้องกันไม่ให้หลุดออกนอกระบบ กระบวนการจึงถูกออกแบบมาให้มีความละเอียด รอบคอบ เวลาบันทึกข้อมูลต้องสะกดให้ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน ไม่ว่าจะชื่อนักเรียน ชื่อผู้ปกครอง สถานะครัวเรือน เลขที่บัญชี ต้องมั่นใจ 100% ว่าตรงตามข้อเท็จจริงเพราะถ้าผิดแม้แต่คำเดียว จะส่งผลให้การช่วยเหลือนักเรียนล่าช้าออกไปอีก หรืออาจจะทำให้เด็กคนหนึ่งเสียโอกาสไปเลยก็ได้
"เวลากว่า 2 เดือน ที่ทำงานเรื่องนี้มา ตั้งแต่ลงเยี่ยมบ้าน กรอกข้อมูล แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และมีการตรวจสอบหลายชั้น จนถึงวันที่นักเรียนได้รับเงินอุดหนุน เราเห็นแววตาที่ดีใจ ความกระตือรืนร้นที่จะเรียนรู้ โอกาสของเด็กเหล่านี้ พิสูจน์เลยว่า ที่ทุ่มเทลงไปมันไม่สูญเปล่า เราหายเหนื่อย ยิ่งมีพลังมากขึ้นด้วยซ้ำ รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร" นายนิพนธ์ กล่าว
ขณะที่หนึ่งในตัวแทนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดสตรีอัปสรสวรรค์ ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนเด็กยากจนพิเศษจาก กสศ.กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับทุน จะวางแผนใช้ทุนที่ได้รับโดยเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ทุนนี้เป็นกำลังใจให้หนูมาก จะขวนขวายในเรื่องการเรียนให้มาก เพื่อตอบแทนสิ่งที่ได้รับ และเป็นการพัฒนาศักยภาพในเรื่องการเรียนต่อตัวเอง รวมทั้งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ ได้เห็นว่าเราได้รับทุนแล้วนำไปทำอะไรบ้าง อยากให้ทุน กสศ.เด็กยากจนพิเศษ มีต่อไปเรื่อยๆ เพื่อส่งเสริมให้เด็กยากจนได้เพิ่มศักยภาพ เพราะเพื่อนของหนูหลายครอบครัวที่เห็น มีศักยภาพแต่ขาดทุนทรัพย์ ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี