546.jpg
วสท.คาดเหตุเครนถล่มเกิดจากเสียสมดุล ห่วงก่อสร้างไทยใช้ของมือ2-3กว่าครึ่ง

วสท.คาดเหตุเครนถล่มเกิดจากเสียสมดุล ห่วงก่อสร้างไทยใช้ของมือ2-3กว่าครึ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562, 13.09 น.

24 ม.ค. 2562 รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) พร้อมคณะ เข้าตรวจสอบเหตุเครนถล่ม ณ พื้นที่ก่อสร้างโครงการลุมพินีคอนโด ย่านพระราม 3 ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ โดยเหตุเกิดเมื่อ 23 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้คนงานก่อสร้างเสียชีวิต 5 ศพ และบาดเจ็บ 5 คน

รศ.เอนก เปิดเผยว่า ในที่เกิดเหตุไซต์ก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งนี้ พบทาวเวอร์เครนสูงประมาณ 40 เมตร ซึ่งเป็นปั่นจั่นหอสูงแบบคอห่าน (Goose Neck) มี 2 แขนต่อด้วยจุดหมุน ติดตั้งเสร็จแล้ว 12 เมตร เหลือเพียงท่อนสุดท้าย โครงการนี้เป็นการต่อเสาแบบยาก ปกติจะใช้ลักษณะซองดีดเป็นตัวประคอง โดยมีเสาเหล็กอยู่ด้านข้าง แต่กรณีนี้เป็นการสอดเสาจากด้านบนลงมา 


ซึ่งสาเหตุอาจเป็นไปได้ว่าระหว่างการตอกยึดใช้แรงมากเกินไป ทำให้เครนเสียสมดุลจนแขนบูมกระดก 180 องศาไปกระแทกแขนบูมอีกอันหนึ่งหักลงมา เหตุเกิดในขั้นตอนการประกอบเครนของทีมคนงานติดตั้งมีทั้งหมด 8 คน ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมารายย่อย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประกอบเครนเพื่อยกความสูงขึ้นไป  จนกระทั่งเสาท่อนสุดท้ายที่อยู่สูงสุดเกิดหลุดร่วงลงมาทับไซโลปูนที่อยู่ด้านล่าง ส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิตทันที 4 ศพ โดยเสียชีวิตที่ชั้น 5 จำนวน 2 ศพ และที่ชั้นล่าง 2 ศพ 

นอกจากนี้ยังมีผู้ติดค้างอยู่บนปลายเครน โดยเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยพยายามช่วยกันนำตัวลงมาและส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมาอีก 1 ศพ รวมผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 5 ศพ อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บหลายราย ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงพักเที่ยง หากเป็นชั่วโมงการทำงานอาจสูญเสียมากกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ทำงานร่วมกับเครนมีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ 1.ผู้ขับเครน ซึ่งต้องผ่านการอบรมความรู้และทักษะความเชี่ยวชาญตามมาตรฐาน 2.ผู้ให้สัญญาณ และ 3.ผู้ผูกของและควบคุม ซึ่งต้องมีใบอนุญาตตามวิชาชีพวิศวกร 

“ในการลดปัญหาเครนถล่ม แนะนำว่าควรเพิ่มความรู้ความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง ปฏิบัติการเครน โดยอบรมอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานที่ถูกต้อง โครงการอสังหาริมทรัพย์และงานก่อสร้างต่างๆ ควรให้ความสำคัญและเพิ่มมูลค่างบประมาณด้านความปลอดภัยอย่างมีคุณภาพให้มากขึ้น และเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ขั้นตอน และการควบคุมตามกฎหมายด้วย” รศ.เอนก กล่าว

ขณะที่ รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษา วสท. ระบุว่า จากการตรวจสอบของ วสท. สาเหตุเครนถล่ม มีความเป็นไปได้จากการติดตั้งด้วยความแรงเกินก่อนจะยึดสลัก เนื่องจากเครนชนิดนี้จะตั้งประมาณ 90 องศา ซึ่งมีโอกาสที่จะเอนห้อยหลังได้เสมอ หากช่างหรือผู้ควบคุมไม่มีความชำนาญในการขับก็จะทำให้เกิด Shock load อย่างรุนแรง จนเครนเสียสมดุลเอียงไปด้านหลังและถล่มลงมาในที่สุด ส่วนด้านความแข็งแรงของเครนนั้น เครนถูกออกแบบมาให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขความสมดุลและใช้หลักการทางกลศาสตร์เข้ามาช่วย

โดยหลังจากนี้ควรมีการรื้อถอนทั้งเครนที่พังลงมาเสียหาย และเครนอีกตัวที่ได้รับผลกระทบซึ่งยังมี Counter Weight ถ่วงอยู่ หากร่วงลงมาซ้ำอีกอาจสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนบริเวณนั้นได้ จึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพราะสภาพอากาศไม่สามารถคาดเดาได้ จนกลายเป็นอุปสรรคและเกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำได้อีกครั้ง ทั้งนี้ถ้าทางโครงการคอนโดมิเนียมยังไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนเครนได้ทันที ขอให้มีการแจ้งเตือนประชาชนใกล้เคียงได้รับทราบถึงมาตรการป้องกัน 

รศ.สิริวัฒน์  กล่าวต่อไปว่า ส่วนในด้านการพัฒนาบุคคลากรของไทยในการใช้และควบคุมเครนนั้น วสท. ซึ่งมีบทบาทในการอบรมและพัฒนาความรู้แก่บุคลากรด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง ได้เพิ่มเติมเนื้อหาอบรมเจาะลึกด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างในการติดตั้งเครนด้วย เช่น การออกแบบฐานทาวเวอร์เครน การออกแบบจุดต่อต่างๆ เป็นต้น

ด้านนายหฤษฏ์ ศรีนุกูล คณะอนุกรรมการวิศวกรรมยกหิ้วและปั้นจั่นไทย วสท. กล่าวว่า ปั้นจั่นหรือเครนสามารถแยกได้เป็นหลายชนิด เช่น ปั้นจั่นหอสูง (Tower Crane), ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ (Mobile Crane) รวมถึงรถเครน, ปั้นจั่นเหนือศีรษะ (Overhead Crane) ปั้นจั่นขาสูง (Gantry Crane) และรอกไฟฟ้า (Electric Hoist) ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงการใช้งานสลิงและอุปกรณ์ช่วยยกแบบต่าง ๆ โดยตามกฎหมายได้มีการกำหนดให้มีการตรวจสอบและทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่ไม่เกินกว่า 1 ปี 

“ในต่างประเทศมีการพัฒนาเทคโนโลยีเครนก้าวหน้า แต่ในประเทศไทยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดการใช้งานเป็นเครนเก่ามือสองมือสาม ดังนั้นการบำรุงรักษาในขั้นตอนก่อนการติดตั้งหรือขั้นตอนการติดตั้งที่ต้องมีการตรวจสอบตามคู่มือที่ผู้ผลิตกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ผู้บังคับเครนและผู้ยึดเกาะวัสดุอีกไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจควรเข้าฝึกอบรมตามมาตรฐานในการใช้งาน รวมถึงผู้รับเหมาและผู้รับจ้างจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพ ความพร้อมของเครนและความปลอดภัยในการใช้งาน” นายหฤษฏ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top