เชียงใหม่-TCELS จับมืออุทยานวิทย์ฯ มช. เปิดตัวโครงการการพัฒนาพื้นที่สุขภาพดิจิตอลภาคเหนือเพื่อการขับเคลื่อนสู่เชียงใหม่เมืองสุขภาพ เตรียมพร้อมยกระดับเวชนครเชียงใหม่
12 มี.ค.62 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีเปิดตัวโครงการ “การพัฒนาพื้นที่สุขภาพดิจิตอลภาคเหนือเพื่อการขับเคลื่อนสู่เชียงใหม่เมืองสุขภาพ" (Northern Digital Health Revolution to Chiang Mai Medical and Health Hub) ภายใต้แนวคิด Make Healthcare Driven by Innovation โดยมี ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) เป็นประธานกล่าวเปิดงานในเวลา 10.00 น. ณ ชั้น 5 @Nimman Convention Centre โครงการ One Nimman จ.เชียงใหม่ เพื่อผลักดันให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองสุขภาพที่มีบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ครบครัน ส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชากรในพื้นที่ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหาด้านสุขภาพของคนในจังหวัดผ่านเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศโดยผู้ประกอบการและ Startup ของภาคเหนือที่มีศักยภาพ ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวยังได้จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษภายใต้หัวข้อ The Future of Healthcare is Digital โดยเชิญ ผศ.นพ.ก่อพงศ์ รุกขพันธ์ ผู้สร้างชื่อให้กับโรงพยาบาลปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ด้วยการเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานระดับสูงในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับบริการดูแลผู้ป่วย เทียบชั้นกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำของโลก พร้อมจุดแสดงผลงานนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพเพื่อให้ความรู้แก่ผู้สนใจอีกด้วย

ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า พื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่นับเป็น Ecosystem ที่ดีในการพัฒนาพื้นที่สุขภาพดิจิตอล เพราะเป็นจังหวัดยอดนิยมในด้านการท่องเที่ยวที่มีจุดเด่นทางด้านธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของความเป็นล้านนา อีกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ยังมีความตื่นตัวและสนใจในการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน เชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขรวมถึงนักลงทุนเพื่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาทางด้านสุขภาพและสาธารณสุขได้จริง โดยเป็นผู้นำการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ครบวงจร พร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ของประเทศไทยในอนาคต
ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กล่าวว่า อุทยานฯ ดำเนินงานเป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และงานวิจัยที่สำคัญ ผ่านกลไกผลักดันนำงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัยไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์ เชื่อมโยงภาคมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน (University Industry Linkage) โดยได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากคณะต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยซึ่งเกี่ยวข้องทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีผลงานวิจัยที่มีศักยภาพและเป็นประโยชน์ สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อคนเชียงใหม่และในพื้นที่ภาคเหนือ นอกจากนี้ อุทยานฯ ยังมีพันธกิจการบ่มเพาะผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ให้มีศักยภาพและมีความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับเทศและสากล โดยวางเป้าหมายในการทำโครงการฯ เพื่อกระตุ้นและผลักดันการสร้างสตาร์ทอัพทางด้านการแพทย์ (Medical and Healthcare Startup) ตั้งแต่ต้นน้ำ Upstream ซึ่งจะเป็นสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพโดยพัฒนามาจาก Core Technology หรืองานวิจัยในมหาวิทยาลัย ผ่านการพัฒนาต่อยอดร่วมกับเทคโนโลยีด้านดิจิทัล เกิดเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงการให้บริการและการใช้งาน โดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาทางด้านการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง โดยส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าเชิงเศรษฐกิจในพื้นที่และในระดับประเทศ ให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ตลอดจนพัฒนาให้เมืองเชียงใหม่มีความพร้อมในการเป็นเมืองสุขภาพครบวงจรและศูนย์กลางทางการแพทย์ด้าน Medical Hub และส่งเสริม Ecosystem ในการส่งเสริมการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้าน Life Science
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี