วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่19 มีนาคม 2562 ให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลังนา โดยให้เป็นปัจจัยการผลิตกับเกษตรกร ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 13 ทุ่ง และพื้นที่งดทำนาปรัง มาปลูกพืชผัก พืชไร่ ใช้น้ำน้อยช่วง ฤดูแล้งนี้ โดยเกษตรกรต้องไม่เคยเข้าร่วมโครงการที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลทุกโครงการในฤดูกาลที่ผ่านมา จะจ่ายให้เกษตรกร ครัวเรือนละ 1 สิทธิ์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร ตามพื้นที่ปลูกจริงอัตราไร่ละ 600 บาทครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ เป็นเงินประมาณ 9,000 บาท ในพื้นที่เป้าหมาย 4.87 ล้านไร่ เกษตรกร 330,000 ครัวเรือน กรอบวงเงิน 2,932 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอดำรงชีพ ลดภาระค่าครองชีพพร้อมกับการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรรักษาศักยภาพการผลิต ส่งผลให้คุณภาพชีวิตมั่นคงเข้มแข็งในการประกอบอาชีพ
จากการคาดการณ์ของกรมอุตนิยมวิทยาว่าฤดูฝนมาช้า และอาจยาวนานถึงปลายเดือนพ.ค. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรช่วงฤดูแล้ง ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย ลดความเสี่ยงเพาะปลูกที่ปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอ ซึ่งการปลูกพืชหลังนา เกษตรกรจะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น เช่น ค่าสูบน้ำ ค่าจัดการศัตรูพืชที่สูงกว่าฤดูกาลปกติ ทำให้รายได้ไม่พอดำรงชีพ
สำหรับโครงการ เกษตรกรต้องสมัครเข้าร่วมมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เป็นเกษตรกรเพาะปลูกพืชหลังนา ปี 2561/2562 ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561-31 มีนาคม 2562 และขึ้นทะเบียนเกษตรกรภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562
2. เป็นเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 ยกเว้นภาคใต้ และพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่งตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561-30 เมษายน 2562 และขึ้นทะเบียนเกษตรกรภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2562 3. เป็นเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชหลังนา ปี 2561/62 ในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2562 – 15 มิถุนายน 2562 และขึ้นทะเบียนเกษตรกรภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2562
นอกจากนี้ ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559-2561) ปีใดปีหนึ่ง และเป็นพื้นที่เฉพาะที่นา ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไปแต่ไม่เกิน 15 ไร่ โดยช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกพืชอื่น ในนา เช่น พืชไร่ พืชผัก พืชใช้น้ำน้อย พืชอาหารสัตว์ พืชปรับปรุงบำรุงดิน ฯลฯ ยกเว้น อ้อยและสับปะรด กรณีเกษตรกรปลูกพืชหลังนามากกว่า 1 ชนิด สามารถเลือกชนิดพืชในการขอรับการช่วยเหลือ แต่พื้นที่รวมกันได้ แต่ต้องไม่เกิน 15 ไร่ ต่อครัวเรือน และหากเกษตรกรปลูกพืชอายุสั้นที่เพาะปลูกหลายรอบการผลิตในพื้นที่เดียวกัน เช่น พืชผัก เข้าร่วมโครงการขอรับการช่วยเหลือได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยเกษตรกรต้องแจ้งข้อมูลที่เป็นจริง เพราะจะมีคณะทํางานตรวจสอบสิทธิ์ระดับตําบล และเกษตรกรสามารถแจ้งขอรับสิทธิ์ได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูกตามเวลาที่กำหนด
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเงินช่วยเหลือชาวสวนปาล์ม ไร่ละ 1,500 อีกประมาณ 90,000 ครัวเรือน ที่รออยู่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะจ่ายเงินให้เกษตรกรได้ประมาณสัปดาห์หน้าหรือ (ก่อนสงกรานต์) แน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี