วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
เกษตรฯจัดงานวันคล้ายสถาปนาครบรอบปีที่ 127 พร้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ มุ่งหวังยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน
1 เม.ย.62 เป็นวันสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 127 ปี ซึ่งในปีนี้ เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าโดยนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ ศาลพระภูมิ ท้าวเวสสุวัณ ศาลตา - ยาย องค์พระพิรุณทรงนาค และองค์พระพิรุณทรงนาคในพิพิธภัณฑ์ จากนั้นได้เป็นประธานในพิธีสงฆ์ โดยได้ถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2435 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเปลี่ยนแปลงชื่ออย่างต่อเนื่อง จากกระทรวงเกษตรพนิชการ มาเป็นกระทรวงเกษตราธิการ กระทรวงเกษตรพาณิชยการ กระทรวงเศรษฐการ กระทรวงเกษตราธิการ กระทรวงเกษตร จนมาสู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปัจจุบัน ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “ภาคเกษตรก้าวไกลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลาดนำการผลิต ชีวิตเกษตรกรมีคุณภาพ ทรัพยากรการเกษตรมีความสมดุลและยั่งยืน” โดยมุ่งส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคง พัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรกรที่มีคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งเสริมงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ตลอดทั้งบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีส่วนราชการในสังกัด จำนวน 22 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมการข้าว กรมหม่อนไหม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย องค์การสะพานปลา องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน)

ทั้งนี้นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทย มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มความผันผวนสูง รัฐบาลจึงได้มีแนวนโยบายปฏิรูปภาคการเกษตร สู่เกษตร 4.0 เพื่อให้สอดรับกับบริบทโลก โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง และหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้นการปฏิรูปภาคการเกษตร ด้วยหลักการตลาดนำการผลิต ซึ่งเป็นการบริหารจัดการสินค้าเกษตรในการวางแผนการผลิตให้อุปสงค์และอุปทานของสินค้าเกษตรเกิดความสมดุลกัน โดยสนับสนุนให้เกษตรกรดำเนินการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สหกรณ์การเกษตร และผู้ประกอบการ
ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ การส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ (Mega Farm) ในรูปแบบวิสาหกิจเกษตร การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาเกษตรกร สู่ Smart Farmer การพัฒนาสถาบันเกษตรกรในรูปแบบประชารัฐ โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางพาราในประเทศ โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โครงการการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP (Good Agriculture Practice) รวมถึงการสร้างระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตร (Big Data on Agricultural) เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการเกษตรมีความถูกต้อง แม่นยำ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง สินค้า
สำหรับนโยบายที่สำคัญในปี 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมขับเคลื่อนนโยบาย “การบริหารจัดการวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร” (Mega Farm Enterprise) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้ศักยภาพจากทุกภาคส่วนมาสนับสนุน ผ่านกลไกความร่วมมือ 3 ส่วนที่สำคัญ คือ (1) ภาครัฐสนับสนุน พัฒนา ติดตามประเมินผลและกำกับดูแลให้ความร่วมมือระหว่างเกษตรกรในโครงการฯ กับภาคเอกชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (2) ภาคเอกชนช่วยหาช่องทางรับซื้อผลผลิตหรือร่วมลงทุน ให้ข้อมูลการตลาดกับเกษตรกร จัดอบรมวิธีการทำเกษตรสมัยใหม่พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 และ (3) เกษตรกรเจ้าของที่ดินแปลงใหญ่ รวมแปลงกันในการบริหารจัดการ ตัดสินใจเลือกวิธีการที่เหมาะสม โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ตาม Agri Map และความต้องการของตลาด ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้การดำเนินงานตามนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ภายใต้แนวทาง “การจัดทำแผนการผลิต ภาคการเกษตร” และ “โครงการเกษตรแปลงใหญ่” มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน โดยเพิ่มบทบาทภาครัฐ และภาคเอกชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในการบริหารจัดการเกษตรแปลงใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยกระดับรายได้ของเกษตร พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบเกษตรกรรมของไทย ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งมีผลผลิตจำหน่ายออกสู่ตลาด ให้มีศักยภาพก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
“ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินงาน คือ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องปรับแนวคิด และมุมมองต่องานด้านเกษตร เพื่อปรับวิธีการทำงานให้ก้าวทันโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว บนพื้นฐานของการมีจิตสำนึกต่อความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเข้มแข็ง โดยมุ่งเป้าหมายให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกษตรกรมีความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยมีรากฐานที่มั่นคงและแข็งแรง พร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นายกฤษฎา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี