546.jpg
กรมชลฯเผยน้ำ‘เขื่อน’เหลือ44% พอใช้ผ่านแล้งถึงฤดูฝน 7จว.นอกเขตน่าห่วง

กรมชลฯเผยน้ำ‘เขื่อน’เหลือ44% พอใช้ผ่านแล้งถึงฤดูฝน 7จว.นอกเขตน่าห่วง

วันพุธ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2562, 13.14 น.

กรมชลฯเผยน้ำ‘เขื่อน’เหลือ44% พอใช้ผ่านแล้งถึงฤดูฝน 7จว.นอกเขตน่าห่วง

10 เม.ย.62 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่พื้นที่เขตชลประทาน ปัจจุบันมีน้ำใช้การ 44% โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีปริมาณน้อยที่สุด มีเพียง 22% , ภาคกลาง 23% , ภาคเหนือ 38% , ภาคตะวันออก 44% , ภาคตะวันตก 58% และภาคใต้ 66% ทั้งนี้จัดสรรน้ำไปแล้ว 18,983 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็น 82% ของแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง 2561/2562 และมีน้ำสำรองต่อเนื่องไปยังต้นฤดูฝน จำนวน 23,100 ล้าน ลบ.ม.


อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่เขตชลประทานทั่วประเทศ มีการปลูกข้าวรอบ 2 เกินแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ทำให้ใช้น้ำเกินแผน ประมาณ 1,000 ล้าน ลบ.ม. จึงต้องดึงปริมาณน้ำที่สำรองช่วงต้นฤดูฝนมาใช้ก่อน โดยเฉพาะใน 32 จังหวัด ปลูกข้าวเกิน 1.18 ล้านไร่ ได้มีการปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสม และดูแลไม่ให้เกิดความเสียหาย พร้อมกับขอความร่วมมือเกษตรกรงดเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหลังการเก็บเกี่ยว และควบคุมการเพาะปลูกพืชในฤดูแล้ง ส่งผลให้สามารถช่วยลดระดับพื้นที่ใช้น้ำเกินแผนลงได้

“ยืนยันว่าทุกกิจกรรมในพื้นที่เขตชลประทาน โดยเฉพาะการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การทำการเกษตร และการรักษาระบบนิเวศ น้ำมีปริมาณเพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้ ถึงสิ้นเดือนเมษายน และมีปริมาณน้ำสำรองต้นฤดูฝน จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม” นายทองเปลว กล่าว

อย่างไรก็ตาม พื้นที่นอกเขตชลประทาน 7 จังหวัด ยังน่าเป็นห่วง กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ได้แก่ เชียงใหม่ นครสวรรค์ ชัยภูมิ นครราชสีมา เลย กาญจนบุรี และราชบุรี เพราะอยู่นอกเขตการบริการของการประปา และไม่มีแหล่งน้ำที่สามารถลำเลียงน้ำ เพื่อให้การช่วยเหลือได้ จึงได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำแผนให้การช่วยเหลือ ส่วนกรมชลประทาน ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องมือต่างๆ รวม 4,850 หน่วย ในพื้นที่เขตชลประทาน และพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งทั่วประเทศ พร้อมใช้สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือตลอดเวลาช่วงฤดูแล้งนี้ โดยสามารถแจ้งขอความช่วยได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า การปลูกข้าวรอบ 2 เกินแผนอีก 130,000 ไร่ ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่ ซึ่งได้มีการเตรียมแผนการช่วยเหลือไว้แล้ว และหากพื้นที่ดังกล่าวประกาศเป็นเขตภัยแล้ง ก็จะได้รับการพิจารณาจ่ายค่าชดเชยช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันมีการประกาศให้ 3 จังหวัด เป็นพื้นที่ภัยแล้ง ได้แก่ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และตราด

นอกจากนี้ได้รณรงค์ให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด ดำเนินการมาต่อเนื่อง โดยรัฐบาลและรมว.เกษตรฯได้จัดทำโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ตั้งเป้าพื้นที่ 2 ล้านไร่ ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ พื้นที่ 7.4 แสนไร่ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะการปลูกข้าวโพเลี้ยงสัตว์ ใช้น้ำเพียง 1 ใน 3 ของการปลูกข้าว อีกทั้งมีการขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ให้การใช้น้ำอย่างคุ้มค่า และประหยัด โดยร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม เป็นการบูรณาการเชิงพื้นที่มาตลอด

“ขณะนี้ประชาชน เกษตรกร มีความตื่นตัวช่วยกันประหยัดน้ำ โดยมีดัชนีชี้วัดเช่น พื้นที่การเพาะปลูกข้าว 2 ลดลงหันมาปลูกพืชอื่นใช้น้ำน้อย และทุกชุมชน ช่วยกันสร้างแหล่งน้ำเพื่อกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ เช่น ฝายชะลอน้ำ พร้อมแบ่งปันน้ำกันใช้ ทำให้ปัญหาการแย่งน้ำหมดไป” นายทองเปลว กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top