ปศุสัตว์คุมเข้ม16จว.
ป้องกัน‘อหิวาต์หมู’
ห้ามรถบรรทุกสัตว์
ผ่านเข้าชายแดน
16 จังหวัดประกาศเขตเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ตะเข็บชายแดนไทย-เวียดนาม-กัมพูชา พร้อมตั้งด่านตรวจเข้มเข้า-ออก ห้ามรถบรรทุกสัตว์จากไทยผ่านชายแดนเข้ากัมพูชา คุมมาตรการขั้นสุดป้องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรระบาดเข้าไทยจนสิ้นเทศกาลสงกรานต์ เผยแรงงานต่างด้าวกลับประเทศช่วงวันหยุด แล้วเข้าไทยใหม่เพื่อทำงานหวั่นปนเปื้อนเชื้อไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
เมื่อวันที่ 11 เม.ย.นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์เดินทางไปยังจังหวัดสระแก้วเพื่อประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้แก่ ด่านกักกันสัตว์ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านตรวจพืชด่านตรวจสัตว์น้ำ ด่านควบคุมโรค ด่านศุลกากร เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจเพื่อให้ทราบสภาวการณ์ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) ซึ่งล่าสุดพบที่กัมพูชา ทั้งนี้จังหวัดสระแก้วส่งออกสุกร ไปยังกัมพูชา ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงที่สำคัญต่อการแพร่เชื้อเข้ามา
จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้แผนเตรียมความพร้อมรับมือโรค ASF เป็นวาระแห่งชาติจึงต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ประกอบกับช่วงเทศกาลวันสงกรานต์จะมีการสัญจรผ่านแดนอย่างคับคั่ง ที่ประชุมจึงมอบหมายกองสารวัตรและกักกันจัดกำลังคนเพื่อช่วยในจุดที่ขาดให้ตรวจค้นผู้เดินทางเข้าไทยเป็นรายบุคคล หากพบนำซากสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ให้ยึดของกลางที่ติดตัวมากับผู้เดินทาง แล้วใช้มาตรการทางการปกครองเช่น การกักตัว และ/หรือยึดบัตรผ่านแดนชั่วคราว (รายวัน) แต่หากลักลอบนำเข้าเพื่อขาย ให้จับกุมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะที่กำกับดูแลผู้ประกอบการส่งออกสุกรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ให้เปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง เป็นการนำยานพาหนะขนถ่ายข้ามแดน ถ่ายสุกรส่งออกจากประเทศไทยที่บริเวณพรมแดน และห้ามนำรถภายในประเทศเข้าไปส่งสุกรในกัมพูชา พร้อมทั้งให้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งก่อน และหลังการขนส่ง สมาคมผู้เลี้ยงสุกรทั้ง 6 ภาค พิจารณาเตรียมเงินชดเชยเพื่อให้จ่ายได้ทันท่วงที กรณีที่มีการแจ้งโรคเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ให้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เดินทางทราบถึงข้อกำหนดในการเฝ้าระวังโรคเพิ่มขึ้นด้วยสื่อต่างๆ ได้แก่เสียงตามสายและประกาศที่จุดพรมแดน ปศุสัตว์จังหวัดและปศุสัตว์อำเภอทำความเข้าใจกับประชาชนงดการนำเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์จากกัมพูชาเข้ามาค้าขายหรือประกอบอาหาร ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร
ให้ปฏิบัติตามระบบความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด
นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ กล่าวเน้นย้ำให้ใช้มาตรการ 3+3 เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเข้มแข็งคือ ต้องให้ความรู้และทำความเข้าใจกับเกษตรกรจึงจะได้รับความร่วมมือ รู้โรคเร็ว เข้าควบคุมโรคเร็ว เพื่อให้โรคสงบเร็ว ทั้งนี้ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมปศุสัตว์และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติในการควบคุมโรคและปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสุกร เพื่อให้การป้องกันโรคเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะได้ผลักดันให้ออกเป็นประกาศกรมปศุสัตว์เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายต่อไป
จากนั้นตรวจเยี่ยมพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาดซึ่งเป็นจุดที่มีการส่งออกสุกรมีชีวิตจากประเทศไทย กำลังเร่งก่อสร้างตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและชำระล้างยานพาหนะขนส่งสุกรส่วนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศเป็นจุดที่มีการสัญจรข้ามแดนไปมาได้ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาตรวจค้นสัมภาระจากชาวกัมพูช ซึ่งจะเดินทางกลับเข้ามาทำงานที่ประเทศไทยหลังจากวันที่ 20 เมษายนเป็นต้นไป ร่วมกับตำรวจ นายด่านศุลกากร โดยให้ตรวจเป็นรายบุคคลเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ของเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกรจากกัมพูชาสู่ไทย
“แม้องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) แจ้งว่า ได้รับรายงานการติดเชื้อเพียงจุดเดียวในเมืองรัตนคีรี ติดชายแดนเวียดนาม แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคไปหลายจุดแล้ว อาจเป็นเช่นเดียวกับเวียดนามซึ่งหลังมีการรายงานโรคครั้งแรก เพียง 1 เดือนแพร่ระบาดไปถึง 113 จุด เปรียบเทียบกับจีนซึ่งมีระบบเผชิญโรคที่มีประสิทธิภาพมากกว่านั้น หลังจากรายงานเกิดโรคครั้งแรก ผ่านไปถึง 8 เดือนจึงพบการระบาด 113 จุด ดังนั้นไทยจึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น” นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี