บิ๊กสพฐ.-อาชีวะจับมือ MOUเชื่อมโยงจัดการศึกษา หวังดึงเด็กเรียนอาชีวะเพิ่ม รองรับ10กลุ่มอุตสาหกรรมพัฒนาประเทศ
17 พ.ค.62 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) พร้อมด้วย ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง เพื่อเชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีคณะผู้บริหาร สอศ.และสพฐ. พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษารัฐและเอกชนทั่วประเทศ เข้าร่วม
ดร.สุเทพ กล่าวว่า การประชุมและลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันครั้งนี้ เพื่อให้การจัดการศึกษาระหว่างระดับอาชีวศึกษา กับระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านการบริหาร และข้อมูล การเรียนการสอน การแนะแนวสายอาชีพ และความร่วมมือการจัดทวิศึกษา การบูณาการเชิงบริหาร บูรณาการการเรียนการสอน ความเป็นเอกภาพน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่าง สพฐ.กับสอศ.
“ผมมีความตั้งใจมานานมาก ที่จะทำให้การจัดการศึกษาระหว่างสพฐ.และอาชีวะฯมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่ง ดร.บุญรักษ์ เป็นผู้ที่มีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะเรื่อง ไอซีทีเก่งมาก ดังนั้นการที่ ดร.บุญรักษ์มารับตำแหน่ง เลขาธิการ กอศ. ผมก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือซึ่งกันและกันในการทำงานการขับเคลื่อนไปทุกเรื่อง ซึ่ง สพฐ.ก็มีความสำคัญยิ่งกับอาชีวะภาครัฐและภาคเอกชน ดังนั้นนโยบายการรับนักเรียน นักศึกษา ซึ่งผมกับ ดร.บุญรักษ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกัน รู้ใจกัน ก็จะเดินไปด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และมีความต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญคือการผลิต และการพัฒนากำลังคนในระดับอาชีวศึกษา เพื่อรองรับการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความสมดุลโอกาสนี้ สอศ. และ สพฐ.ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน เพื่อที่จะเชื่อมโยงการศึกษา ในทุกมิติ ทั้งด้านปริมาณในการรับสมัครผู้เรียนเข้าศึกษาต่อในสายวิชาชีพ และด้านคุณภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ของประเทศ” เลขาธิการ กอศ. กล่าว
ด้าน ดร.บุญรักษ์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง สพฐ.กับ สอศ.ในครั้งนี้ ก็เพื่อเชื่อมโยงงานของ อาชีวะฯและสพฐ.ซึ่งมีความจำเป็นและควรจะเกิดขึ้นนานแล้ว ในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุด ที่ตนก็ทราบดีว่า สพฐ.อยากทำอะไรให้เด็กไปเรียนอาชีวะให้มากขึ้น เพราะสพฐ.มีโจทย์แล้วว่า การที่เด็กไปเรียนสายอาชีวะและมีทักษะในการทำงานที่เก่งก็จะเป็นการช่วยพัฒนาประเทศ แต่เราก็ติดอยู่ในกรอบว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้เด็กมีทัศนคติ มีแรงจูงใจให้เด็กอยากจะเรียนอาชีวะ ซึ่งสพฐ.ก็พยายามทำและคิดหลักสูตรระยะสั้นสายอาชีวะ ในระดับมัธยมต้น เพื่อให้เด็กได้ทดลองเรียนและได้ค้นพบตัวเอง เพื่อให้เด็กเรียนต่อสายอาชีวะ แต่วิชาที่ สพฐ.ทำอาจจะยังไม่สู่เป่าหมาย ดังนั้น หลังจากที่ สอศ.และสพฐ.ได้ร่วมบันทึกข้อตกลงในวันนี้แล้ว สอศ.ก็จะเข้าไปแนะนำรายวิชาพื้นฐานซึ่งจะทำให้เด็กชั้นมัธยมต้น มีทักษะทางอาชีวะฯมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง และมีความมั่นใจตัวเองที่จะไปเรียนต่อสายอาชีะฯที่สามารถมีงานทำ มีรายได้สร้างความมั่นคงให้กับตัวเองและครอบครัว
นายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตลอดที่ตนทำงานที่ สพฐ.มา 1 ปีครึ่ง ก็หาวิธีที่จะทำให้นักเรียนมัธยมฯได้เรียนอาชีวะฯมากขึ้น โดยใช้วิธีแนะแนวนักเรียนมัธยมต้นรู้จักตัวเอง การค้นพบตัวเองให้มาก เป็นการทำให้เขาค้นพบขุมทรัพย์ในตัวของเด็กเอง ใครค้นพบได้เร็วก็มีโอกาสเข้าสู้ชีวิตที่มั่นคงได้เร็ว วิธีการที่ สพฐ.ทำคือพยายามรวบรวมอาชีพที่มีอยู่ในปัจจุบันและอนาคต ทำเป็นหลักสูตรระยะสั้นให้เด็กได้สัมผัสแบบแอคทีฟเลินนิ่ง เมื่อเด็กค้นพบตัวเองแล้วก็จะตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเรียนสายสามัญหรือสายอาชีวะฯ แต่ถึงแม้เด็กจะเรียนต่อ ม.4-ม.5 สายสามัญไปแล้ว ในช่วงลายวิชาเพิ่มเติม สพฐ.ก็สนับสนุนให้โรงเรียนทำหลักสูตรสถานศึกษาที่เด็กต้องการ เพื่อให้เด็กค้นพบตัวเองให้ได้ เพราะเราทราบอยู่แล้วว่าเด็ก 100 คน ที่จะเรียนต่อสายสามัญ มี 30 % ที่รู้ว่าตัวเองอยากเรียน ทางแพทย์ วิศวะ ส่วนอีก 70% ไม่มีความถนัดในการคิดเชิงนามธรรมมากนัก จึงต้องค้นหาอาชีพที่สามารถลงมือปฏิบัติได้ แต่ในอดีตเด็กไม่เคยได้ลงมือปฏิบัติเลย เรียนแต่ตำรา ไม่เคยเรียนงานช่าง แล้วหลังจบ ม.ต้น ก็บอกว่าอยากให้เขาไปเรียนอาชีวะ เด็กก็ไม่รู้จะเรียนอะไร แต่ด 1 ปี กว่าที่ผ่านมา ตนจึงพยายามผลักดันให้เด็กได้ทดลองเรียนหลักสูตรสายอาชีพระยะสั้น จึงทำให้เด็กมาเรียนสายอาชีวะฯมากขึ้น
“ฉะนั้นวันนี้ เป็นวันเริ่มต้นที่ดี เป็นวันที่จะเชื่อมโยงอาชีวะฯเข้าหาสพฐ. และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อท่านสุเทพ ไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แล้วก็รู้ว่าจะทำอะไรที่สพฐ. เพื่อเปิดทางให้เด็กมาสู่สายอาชีวะฯ สอศ.และ สพฐ.ต้องทำหลักสูตรร่วมกัน โดยเราต้องสร้างสะพาน และเปิดประตูเข้าหากัน เด็กถึงจะเดินเข้ามาสู่สายอาชีวะฯ และต้องสร้างแรงจูงใจที่ดีให้กับเด็ก“
ดร.บุญรักษ์ กล่าวต่อว่า วันที่ 21 พ.ค. ตนก็จะไปปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งในอีก 4 เดือนที่จะอยู่กับ สอศ. ตนได้ศึกษาว่าจะทำอะไรบ้าง และสิ่งที่ควรทำที่คิดไว้ในเชิงที่จะเดินไปข้างหน้า โดยยึดโจทย์ตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ส่งเสริมให้นักเรียนที่จะเรียนต่อสายอาชีวศึกษาทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) และระดับปริญญาตรี ในสาขาที่ตอบสนอง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ S-curve และ New-curve และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทางกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ให้เด็กอาชีวะฯกู้เงิน กยศ.และหลังเรียนจบให้ใช้คืนเพียง 50% และดูว่า สอศ.ทั่วประเทศ เปิดสาขาใดบ้างรองรับและ เชื่อมโยงกับ S-curve และ New-curve และจะวางให้เชื่อมโยงไปในสาขาในระดับอุดมศึกษาของอาชีวะด้วย ซึ่ง สอศ.จะประชุมร่วมกับ กยศ.ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ และจะทราบได้ว่าสาขาใดที่ผู้เรียนอาชีวะฯจะสามารถกู้ยืม กยศ.ได้บ้าง
“อย่างไรก็ตาม แนวทางการทำงานทั้งหมดนี้ ก็จะได้นำเข้าหารือกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ที่จะเดินทางมาประชุมกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ และรอโจทย์เพิ่มว่ามีอะไรบ้าง ร่วมถึง รอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ที่จะมาว่าจะมีโจทย์อะไร ก่อนขับเคลื่อนงาน”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี