วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
‘หวัด’เหรอ...หมอแนะ‘3 เมนูสำรับไทย’ไล่อาการดีนักแล
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2562 นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า ฤดูฝนกับคนเป็นหวัดมักจะมาคู่กันเสมอ ปัจจัยสำคัญเกิดจาก อากาศที่เย็นชื้น ละอองน้ำปนเชื้อไวรัส (RSV ไรโนไวรัสและพาราอินฟลูเอนซ่า) การสัมผัสผ่านมือที่เปียกชื้น เรื่องของไข้หวัดจัดเป็นโรคน่ารำคาญซึ่งหลายท่านทราบดีถึงการรักษา ส่วนการป้องกันด้วยอาหารนั้นมีแนวทางแบบเวชศาสตร์อายุรวัฒน์อยู่ คือ เน้นอาหารธรรมชาติอันได้แก่ผักผลไม้และโปรตีนสุขภาพ
.jpg)
นายแพทย์กฤษดา กล่าวอีกว่า เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นจึงขอนำสำรับแบบไทยๆมาแนะนำเพราะทำง่ายหรืออย่างน้อยก็หารับประทานสะดวกบวกราคาไม่แพง หลัก ๆ มีอยู่ 3 เมนู คือ

เมนูแรก “ส้มตำ” มีเครื่องปรุงช่วยต้านหวัดอยู่คือพริกสด มะนาว มะเขือเทศและมะละกอดิบ ทั้งหมดนี้จัดเป็นวัตถุดิบเสริมภูมิแก้หวัดได้ทั้งสิ้น อย่างกินมะละกอดิบก็ให้วิตามินซีถึงราว 62 มิลลิกรัมต่อมะละกอ 1 ขีดซึ่งเท่ากับ 75% ของที่ต้องการต่อวันเลย ไม่เว้นแม้แต่กุ้งแห้งที่หลายคนชอบเคี้ยวก็ยังมีทั้งแคลเซียมและโปรตีนที่เข้าไปรวมกับวิตามินซีช่วยสร้างคอลลาเจนให้หลอดเลือดแข็งแรง ซึ่งในคนที่เป็นหวัดนี้หลายคนมีอาการจามแรงจนเลือดออกจากเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ
.jpg)
เมนูที่สอง “ต้มยำ” ทำให้ถึงเครื่องเพราะอุดมไปด้วยสมุนไพรแก้หวัดในต้มยำ คือ พริก มะนาว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดอีกทั้งหอมแดงที่จะกินก็ช่วยหรือสูดกลิ่มหอมของต้มยำก็ทำให้โล่งจมูกโล่งคอดีนักแล ลำพังน้ำมะนาวก็ให้วิตามินซีในการช่วยลดระยะเวลาการนอนซมจากหวัดลงได้ นอกจากนั้นในพริกที่ใส่ต้มยำก็ยังมีวิตามินซีเสริมอีก ส่วนใบมะกรูดกับตะไคร้นั้นใช้แก้ไอและลดการอักเสบภายในได้

เมนูที่สาม “ผัดกะเพรา” เลือกเอาใบกะเพราที่สะอาดปราศจากยาฆ่าแมลงมา เพราะว่าใบกะเพรามีฤทธิ์ขับเหงื่อ ขับพิษไข้และใช้ขับเสมหะได้ นอกจากนั้นกะเพรายังมีน้ำมันหอมระเหยอย่าง โอซิมอล,เมทิลชาวิคอลและยูจีนอลที่ช่วยลดอาการไม่สบายท้องเบื่ออาหารได้ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และที่สำคัญคือกะเพราช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารได้จึงช่วยให้คนไม่สบายที่เหม็นเบื่ออาหาร รับประทานได้ดีขึ้น
“สิทธิการิยะ ท่านว่าโภชนาเหล่านี้ถ้าเลือกกินให้เหมาะกับตัวได้จะดี ถ้ามีเจ็บคอก็อย่าให้เผ็ดนักหรือถ้ามีเสมหะมากอาจทำซุปต้มยำไก่ก็จะได้กรดอะมิโน “ซิสเทอีน” มาช่วยละลายเสมหะ หรือจะหา “เห็ด” ต่างๆมาใส่แทนถ้าไม่อยากกินเนื้อสัตว์ก็ดีไม่น้อย โดยเฉพาะ “เห็ดนางฟ้า” ที่มีวิตามินซีและแร่ธาตุซีลีเนียมสูง” นายแพทย์กฤษดา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี