ประมงเร่งหาทางออกม.57แก้วิกฤติ‘ปลาทูไทย’

ประมงเร่งหาทางออกม.57แก้วิกฤติ‘ปลาทูไทย’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

จากกรณีมีการเสนอข่าวในโซเชียลมีเดียถึงประเด็นปัญหาวิกฤตปลาทูไทยใกล้สูญพันธุ์ จากการจับลูกปลาทูขนาดเล็กไปจำหน่าย โดยขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และกรมประมงนำ พ.ร.ก.การประมง 2558 มาตรา 57 ที่มีข้อกำหนด “ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขึ้นเรือประมง” มาบังคับใช้

นายอดิศร  พร้อมเทพ  อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า  พ.ร.ก.การประมง 2558 มาตรา 57  มิได้มีข้อยกเว้นไว้กับจำนวนสัตว์น้ำที่นำขึ้นเรือประมงแต่ประการใด และหากกำหนดขนาดสัตว์น้ำที่ห้ามนำขึ้นเรือแล้ว ก็มิได้มีข้อยกเว้นกับเรือประมงพื้นบ้านหรือเรือประมงพาณิชย์ ทั้งนี้ มาตรา 57 จึงเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบกับชาวประมง เสี่ยงจะทำผิดได้ง่าย และอาจทำให้ชาวประมงกระทำผิดโดยมิได้ตั้งใจ


ดังนั้น ต้องนำมาตรา 71 (2) ซึ่งมีข้อกำหนดที่ต้องปฎิบัติเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่ถูกจับโดยบังเอิญมาพิจารณาร่วมด้วย  จะช่วยบรรเทาความเสี่ยงที่ชาวประมงจะทำผิดตามมาตรา 57 ได้  และช่วงปลายปี 2559 ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณากำหนดขนาดสัตว์น้ำตามมาตรา 57 ร่วมพิจารณาเรื่องชนิดสัตว์น้ำ เครื่องมือประมง ปริมาณการจับที่นำมาใช้ประโยชน์ โดยคณะกรรมการพิจารณาให้ “ปลาทู” สัตว์น้ำสำคัญทางเศรษฐกิจและอยู่ในสภาวะเสื่อมโทรม ควรเป็นสัตว์น้ำชนิดแรกที่นำมากำหนดขนาด และออกประกาศกระทรวงเกษตรฯตามมาตรา 57  ประกอบกับผลวิจัยของกรมประมงระบุว่า ปลาทู ขนาด 14 เซนติเมตร เป็นปลาทูขนาดแรกสืบพันธุ์ ที่เริ่มวางไข่ครั้งแรก ดังนั้น เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูจึงไม่ควรจับปลาทูในช่วงที่ยังไม่สามารถวางไข่ได้ แต่หากกำหนดขนาดปลาทูที่เล็กที่สุดของวัยแรกสืบพันธุ์ที่ 14 เซนติเมตร ตามมาตรา 57 อาจทำให้ทั้งเรือประมงพาณิชย์และเรือประมงพื้นบ้านเสี่ยงทำผิดได้ง่าย เพราะทั้งเครื่องมือพื้นบ้านและพาณิชย์ต่างจับปลาทูขนาดต่ำกว่า 14 เซนติเมตรได้เช่นกัน

ซึ่งประเด็นดังกล่าว กรมประมงเชิญประชุมตั้งแต่ปี 2559 – 2560 รวม 6 ครั้ง เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับขนาดของปลาทู รับฟังความคิดเห็นร่วมกับประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ และประชุมโดยคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้กฎหมายอันส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพประมง ที่แต่งตั้งโดยกระทรวงเกษตรฯหารือร่วมกันระหว่างประมงพื้นบ้านและพาณิชย์อีก 1 ครั้ง ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันทั้งในส่วนกรมประมง ประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ได้  โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านยอมรับขนาดของปลาทูที่ห้ามทำประมงที่ขนาดต่ำกว่า 14 เซนติเมตร ขณะที่ทางประมงพาณิชย์ขอให้ศึกษาเพิ่มเติม โดยจะไปหารือร่วมกับสมาคมประมง ทั้ง 22 จังหวัดชายทะเลเพื่อหาข้อยุติก่อน

“การดำเนินการตามมาตรา 57 ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบชัดเจน มีความเห็นร่วมกันทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดกับการประกอบอาชีพประมง ดังนั้น ชาวประมงทั้ง 2 ฝ่าย ต้องหารือร่วมกันอีกครั้งเพื่อหาข้อยุติ”นายอดิศรกล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top