วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
9 กรกฎาคม 2562 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึง การตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจาก ป.ป.ช.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบตามโรงเรียนหลายแห่งพบว่า มีอยู่ 4 โรงเรียน โดยทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจมากนั้นว่า ตามที่ ป.ป.ช.จังหวัดนครราชสีมาได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล 4 โรงเรียนที่ตรวจพบความไม่ชอบพามากลในการจัดอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนเป็นข้อมูลเดิมที่ที่ทาง ป.ป.ช.กำลังสอบอยู่ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาทางจังหวัดฯ ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และท้องถิ่นจังหวัดมีการสุ่มตรวจอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดเราเองก็ได้แจ้งเตือนไปยังผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาทั้ง 7 เขต และเขตมัธยมศึกษาที่ 31 รวมทั้งนายอำเภอทุกอำเภอ 32 อำเภอได้แจ้งโรงเรียน ไม่ว่าในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือโรงเรียนในสังกัดการประถมศึกษาให้เข้มงวดดูแลในเรื่องของการจัดอาหารกลางวันให้เป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นไปอย่างมีคุณภาพ
นายวิเชียร กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งเมื่อเหตุการณที่ทางผู้ช่วยเลขา ป.ป.ช.ภาค 3 ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า กำลังสอบอยู่ใน 4 โรงเรียน ซึ่งเป็นการสอบต่อเนื่อง ทางเราเองก็ได้เข้มงวดกวดขึ้นวางมาตรการรัดกุมและได้มีการพูดคุยกับทางสำนักงาน ป.ป.ช. นครราชสีมาแล้วว่า ชุดปฏิบัติการที่เราได้ตั้งไว้จะต้องออกไปสุ่มตรวจอีกในช่วงนี้ให้ถี่ขึ้นและให้ได้มากที่สุดหรือเป็นไปได้ก็ให้ครบทุกแห่ง แต่ต้องเรียนว่า เนื่องจาก จ.นครราชสีมามีโรงเรียนกว่า 1,000 โรงเรียน ฉะนั้นโอกาสที่จะออกไปตรวจให้ครบก็คงไม่ได้ครบทุกโรงเรียน ฉะนั้นต้องขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง หากพบว่าโรงเรียนไหน สถานศึกษาไหนที่อาจจะจัดอาหารกลางวันได้ไม่ครบ หรือไม่มีคุณภาพ หรือจะส่อไปในทางทุจริตขอให้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา โทรสายด่วน 1567 หรือสำนักงาน ป.ป.ช.นครราชสีมา โทร 1205 เราจะได้ลงไปตรวจ แต่การสุ่มตรวจก็จะออกไปสุ่มตรวจอยู่เป็นประจำ
ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีห่วงใยเรื่องนี้พร้อมทั้งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ สั่งให้ท้องถิ่นจังหวัดลงไปกำกับดูแลองค์กรปกครองท้องถิ่นนั้น ความจริงเรากำกับอยู่เสมอและเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเราก็มีหนังสือกำชับไปยังผู้บริหารสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาที่กำลังอยู่ในช่วงการเปิดเทอมใหม่ทางผู้อำนวยการหรือทางโรงเรียนจำเป็นต้องดูเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้ไปเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่หรือครูบางคนบางท่าน ซึ่งบางครั้งผู้อำนวยการอาจจะงานมาก แต่ตนคิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องมีการช่วยตรวจสอบภายในด้วย และทางโรงเรียนควรจะต้องมีการจัดสุ่มตรวจดูอาหารกลางวันเด็กเป็นครั้งคราว เขตพื้นที่การศึกษาก็ต้องมีการจัดชุดออกไปสุ่มตรวจด้วยจะได้เป็นการช่วยกันป้องปราม รวมทั้งทางโรงเรียนต้องมีการปิดป้ายประกาศว่าแต่ละมีมีอาหารอะไรบ้าง โดยเรื่องนี้ตั้งแต่ในคราวที่ตนออกไปตรวจที่ผ่านมาเราก็แจ้งเป็นแนวทางแล้วว่า เพื่อความโปร่งใสขอให้ทุกโรงเรียนได้ประกาศรายการอาหารในแต่ละวันให้ผู้ปกครองทุกคนทราบ และผู้ปกครองจะได้ไปดูว่า รายการอาหารเป็นไปตามที่ได้ประกาศไว้หรือเปล่า และคุณภาพเป็นไปตามนั้นหรือไม่ อันนี้ยังคงให้ยึดถือแนวทางเดิมที่เราแจ้งในทราบในปีที่แล้ว
"ส่วนท้องถิ่นจังหวัดก็ได้ไปเป็นกรรมการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่จะออกไปสุ่มตรวจโรนงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือมัธยมศึกษา ตนอยากฝากว่า บางครั้งผู้บริหารสถานศึกษาอาจจะไม่มีเวลาไปตรวจตราหรือดูแล ตนคิดว่า เรื่องนี้สำคัญมากที่สังคมกำลังจับตามอง และที่สำคัญคือ อาหารเหล่านี้นำไปสู่คุณภาพที่ดีของเด็กนักเรียน ฉะนั้นอยากให้ทางสถานศึกษาได้ให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องคุณภาพของอาหารกลางวัน ดูแลเรื่องความโปร่งใส และสื่อสารกับผู้ปกครองให้เข้าใจว่า โรงเรียนมีการจัดอย่างไร ที่สำคัญขอให้ยึดมั่นในความโปร่งใสให้มากที่สุดและทำแบบตรงไปตรงมา ตนว่าก็จะช่วยได้เพราะในปัจจุบันนี้สังคมคงไม่ยอมแล้ว เพราะมีการจับตามองในเรื่องนี้มาก ฉะนั้นหากที่ไหนมีปัญหาเราจะต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเฉียบขาดต่อไป" นายวิเชียร กล่าว
ด้านนายธีรวุฒิ เจริญรัมย์ รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 กล่าวว่า วันนี้เราได้รับทราบจากการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนายสุเทพ ได้รับคำสั่งจากกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ตรวจสอบดูแลเรื่องอาหารกลางวันอย่างใกล้ชิด และมีหนังสือสั่งการมาแล้วว่า ให้หน่วยออกติดตามกำกับดูทุกโรงเรียน ถ้าหากเจอปัญหาในเรื่องนี้ก็ให้ดำเนินการโดยเด็ดขาด ซึ่งวันนี้เราได้เตรียมการล่วงหน้าแล้วส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะได้ออกตรวจเพื่อติดตามทุกโรงเรียน ซึ่งเขตพื้นที่ฯ เขต 1 ดูแล 2 อำเภอคือ อ.เมือง และ อ.โนนสูง มีจำนวน 143 โรงเรียน ส่วนเรื่องให้มีประกาศรายการอาหารให้ผู้ปกครองได้ทราบก็เป็นมาตรการเสริมที่เราจะต้องสื่อให้ทางสังคมได้รับทราบว่า อาหารจะต้องคุณภาพดี ปลอดภัยแล้วทุกคนมีส่วนร่วมหมายความว่า ผู้ปกครองและนักเรียนจะต้องเข้ามาช่วยดูกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
"ส่วนที่ทาง ป.ป.ช.ออกมาเปิดเผยว่าพบ 4 โรงเรียน ทาง สพป.เขต 1 สุ่มตรวจพบหรือไม่นั้น เรื่องนี้ในส่วนของ ป.ป.ช.เขาก็เดินหน้าวิธีการของฝ่าย ป.ป.ช. ในส่วนของเราในฐานะที่สายบังคับบัญชาเราก็จะใช้วิธีควบคุมกำกับโดยการติดตามอย่างใกล้ชิด หากว่ามีปัญหาในเรื่องนี้เราก็จะดำเนินการทางขั้นตอนทางวินัยและประสานกับ ป.ป.ช.ให้ชัดเจนมากขึ้นว่า หน่วยที่เกี่ยวข้องด้านนี้ที่พบปัญหาคือที่ไหนบ้างแล้วเราจะลงไปประสานอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้ปกครองที่เข้ามาพูดคุยกับพวกเราคือทางโรงเรียน ว่า เราได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนด้วยดีในการประสานเรื่องอาหารการกินเด็กซึ่งเป็ยลูกหลานเขาให้ได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากที่ดูกันที่ข้อมูลพื้นฐานส่วนมากก็มีความพอใจในระดับที่สูงมาก แต่ว่าที่เป็นปัญหาเล็กๆ หมายความว่า มันเกิดปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่งแล้วกระแสหรือข่าวเช่นนี้มันเป็นปัญหาในทางสังคมมาก ถ้าหากกระพือไปในทางลบมากๆกลายเป็นว่า พวกเราที่ทำงานเกิดความกังวลอยู่นิดหนึ่งว่า ทำอย่างไรถึงจะเหมาะสม ฉะนั้นเรื่องนี้เราให้ความรอบครอบและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง อยากฝากผู้ปกครองและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด อาหารส่วนหนึ่งเราได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองให้ข้อมูลว่า อาหารอย่างนี้เด็กคนนี้กินได้ คนนี้กินไม่ได้ เราก็จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และเด็กทุกคนก็คือลูกหลานเราที่จะต้องใส่ใจดูแลเขาและให้รับสิ่งดีๆ มีคุณค่าทางโภชนาการ เราให้ความสำคัญมาก ซึ่งที่จริงเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะช่วงนี้ เราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากมันเป็นจุดที่หลายเครสเป็นปัญหาและพวกเราก็ทราบสื่อสารได้เร็วมาก ฉะนั้นต้องระวังเรื่องนี้มาก ส่วนข่าวที่ทางผู้ว่าฯไปสุ่มตรวจเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องของปีที่แล้วที่เราให้ความสำคัญ และหลังจากนี้ไปก็ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น นอนกจากนี้ในสัปดาห์หน้าเราจะออกตรวจโรงเรียนทุกแห่งในสังกัดที่เรารับผิดชอบ" นายธีรวุฒิ กล่าว
ขณะที่นายมงคล สาริสุต ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 3 และรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของโรงเรียน 4 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา ว่า ขณะนี้ได้รับการประสานงานจากนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในการร่วม หารือเรื่องการตั้งคณะทำงานร่วม ขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบการทุจริตโครงการดังกล่าวโดยคณะทำงานชุดนี้จะประกอบด้วยตัวแทนจากทางจังหวัดนครราชสีมา ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา และ ป.ป.ช. คาดว่า 1-2 วันนี้ จะมีความชัดเจนและนัดหารือกันอีกครั้งถึงขั้นตอนการดำเนินงานร่วมกัน
นายมงคล กล่าวอีกว่า กรณีที่ ทาง สพฐ. ออกมาให้ข่าวว่า กรณีการทุจริตในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นเหตุการณ์เดิมที่เกิดขึ้นในปี 2558 นั้นยืนยันว่าโรงเรียนแห่งนี้มีทั้งกรณีเดิมที่มีการทุจริตและกรณีใหม่ซึ่งอยากฝากถามไปยัง สพฐ. ด้วยว่า กรณีเหตุการณ์เมื่อปี 2558 ที่พบการทุจริตนั้นมีการดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำความผิดหรือยัง และกรณีใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ได้ดำเนินการอย่างไร ฉะนั้นยืนยันได้ว่าไม่ใช่เรื่องเก่าที่เคยเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้วเพราะการทุจริตมีการเชื่อมโยงกัน ระหว่างเหตุการณ์ใหม่และเหตุการณ์เก่า ทั้งนี้สำหรับโรงเรียนทั้ง 4 แห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่เข้าข่ายในมีการทุจริตงบประมาณอาหารกลางวันของเด็กนั้น อยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา จำนวน 2 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ชื่อดังและอยู่ในต่างอำเภอ อีก 2 แห่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยปรากฏเป็นข่าวมีการร้องเรียนจากผู้ปกครองมาแล้ว
โดยผู้สื่อข่าวรายงานจากแหล่งข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโรงเรียน 4 แห่ง ที่พบมีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน และแยกเป็นโรงเรียนในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา จำนวน 2 แห่ง นั้น พบว่าทั้ง 2 แห่ง เป็นโรงเรียนที่ทางจังหวัดนครราชสีมาโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เคยนำคณะไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ตามการร้องเรียนของผู้ปกครอง ส่วนโรงเรียนอีก 2 แห่งในพื้นที่ต่างอำเภอ นั้น แบ่งเป็นอยู่ใน อ.วังน้ำเขียว 1 แห่ง และ อ.ด่านขุนทด 1 แห่ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี