วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงฝนตกชุก กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนทุเรียนเฝ้าระวัง โรครากเน่าโคนเน่า และ โรคผลเน่า ที่พบได้ในระยะติดผลและหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต อาการที่ราก เริ่มแรกเห็นใบที่ปลายกิ่งมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหี่ยวลู่ลง กรณีโรครุนแรง ใบจะเหลืองและหลุดร่วง หากขุดดูที่ราก จะพบรากฝอยมีเปลือกล่อนเปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาล และมีอาการเน่าลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นโทรมและยืนต้นตาย อาการที่กิ่ง ลำต้น และโคนต้น ระยะแรกพบต้นมีใบเหลืองบางกิ่ง สังเกตเห็นรอยคล้ายคราบน้ำบนผิวเปลือกของกิ่งหรือต้น ในช่วงเช้าที่อากาศชื้นจะเห็นหยดของเหลวสีน้ำตาลแดงออกมาจากแผล และจะแห้งไปช่วงแดดจัด ทำให้เห็นเป็นคราบ เมื่อใช้มีดถากบริเวณคราบนั้น จะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีนํ้าตาล ถ้าแผลขยายใหญ่จะลุกลามจนรอบโคนต้น จะทำให้ใบร่วงจนหมดต้นและยืนต้นแห้งตาย
ส่วนอาการที่ใบ ใบช้ำ ดำ มีรอยตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และจะไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็ว พบระบาดมากช่วงฝนตกหนักติดต่อกัน อาการที่ผล เริ่มแรกพบเปลือกผลเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลดำ ต่อมาจุดแผลจะลุกลามขยายใหญ่ขึ้นตามการสุกของผล กรณีความชื้นสูง จะพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราบริเวณแผล ซึ่งพบได้ตั้งแต่ผลยังอยู่บนต้น หากรุนแรงมาก ผลทุเรียนจะเน่าและร่วงหล่นก่อนกำหนด พบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน หรือในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว
เกษตรกรควรตรวจแปลงปลูกสม่ำเสมอ เมื่อพบส่วนกิ่ง ใบ ดอกและผลที่เป็นโรค ให้นำไปเผาทำลายและพ่นให้ทั่วทรงพุ่มด้วยสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 1-2 ครั้ง ทุก 7-10 วัน และควรหยุดพ่นสารก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างน้อย 15 วัน
กรณีพบบนกิ่งหรือที่โคนต้น ให้เกษตรกรถากหรือขูดผิวเปลือกที่เป็นโรคออก จากนั้นทาแผลด้วยสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 80-100 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ทุก 7 วัน จนกว่าแผลจะแห้ง หากพบต้นที่ใบเริ่มมีสีซีด ไม่เป็นมันเงา หรือใบเหลืองหลุดร่วง ให้ใช้สารฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล ผสมน้ำสะอาด อัตรา 1:1 ใส่กระบอกฉีดยาฉีดเข้าลำต้นหรือกิ่งตรงข้ามอาการของโรค หรือส่วนที่เป็นเนื้อไม้ดีใกล้บริเวณที่เป็นโรค อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อต้น หรือราดดินด้วยสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้สลับกับสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อ น้ำ 20 ลิตร
เกษตรกรควรหลีกเลี่ยง การทำให้รากหรือลำต้นเกิดแผล ที่เป็นช่องทางให้เชื้อราเข้าทำลายพืชได้ง่ายขึ้น ส่วนต้นที่เป็นโรครุนแรงมากหรือยืนต้นตายควรขุดไปเผาทำลาย และราดดินด้วยสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยให้ตากดินไว้ระยะหนึ่งแล้วจึงปลูกทดแทน ส่วนการเก็บผลทุเรียนต้องระวังไม่ให้ผลสัมผัสพื้นดินโดยตรง ลดโอกาสผลสัมผัสพื้นดินที่มีเชื้อสาเหตุโรค และให้ระวังการขนย้ายไม่ให้เกิดแผลขึ้นกับผลทุเรียน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี