546.jpg
ศาลฎีกาสรุปชัด! คดี'แพรวา'ชนรถตู้ดับ9ศพผิดเต็มๆ  ชดใช้24.7ล้าน

ศาลฎีกาสรุปชัด! คดี'แพรวา'ชนรถตู้ดับ9ศพผิดเต็มๆ ชดใช้24.7ล้าน

วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 15.20 น.

ศาลฎีกา สรุปชัด สาวแพรวา ผิดเต็มๆ ซิ่งซีวิคชนท้ายรถตู้ร่วงทางด่วน พ่อ แม่ เจ้าของรถร่วมจ่ายค่าสินไหม แก่คนตาย ญาติ กว่า24 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขดำ 2266-2278/2559 ที่กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุ รถยนต์ตู้โดยสาร ถูกน.ส.แพรวา หรือ อรชร (นามสมมุติ) ขับรถยนต์ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารพลิกคว่ำ เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553 เป็นโจทก์ทั้ง28 ราย ยื่นฟ้อง น.ส.แพรวา (นามสมมุติ) เยาวชนหญิง ขณะนั้นที่ขับรถยนต์ซีวิค รวมทั้ง พ.อ.รัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา นางนิลุบล อรุณวงศ์ บิดามารดา ของน.สแพรวนท, นายสุพิรัฐ จ้าววัฒนา ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ซีวิค ,นายสันฐิติ วรพันธ์, น.ส.วิชชุตา วรขจิต และบริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย 1-7  เรื่องละเมิด ให้ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 113,077,510.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี


ต่อมาโจทก์ยื่นได้ถอนฟ้องจำเลยที่5 - 7  ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้น ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พ.ย.58 เห็นว่า  น.ส.แพรวา จำเลยกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมถึงทรัพย์สินเสียหาย เป็นการละเมิด จึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่ง บิดาและมารดา จำเลยที่ 2 -3 ก็ไม่ได้นำสืบถึงความระมัดระวังในการดูแลจำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายด้วย

พิพากษา ให้ น.ส.แพรวา บิดา และมารดาของน.ส.แพรวา ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ประกอบด้วย ค่าไร้อุปการะ และค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าอื่นๆให้กับโจทก์ร่วม รวม 28 คน ซึ่งเป็นครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่ละคน รวม 24 ล้านบาทเศษ ต่อมาโจทก์ที่ 5 ,11 และ จำเลย 1-3 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้พวกจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และโจทก์ร่วมจำนวนเงิน ใกล้เคียงกับศาลชั้นต้น

ต่อมาโจทก์ร่วมบางส่วน และจำเลยร่วมบางส่วนยื่นฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วข้อเท็จจริงคู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่าขณะเกิดเหตุละเมิดจำเลยที่1 เป็นผู้เยาว์จำเลยที่2-3เป็นบิดามารดา จำเลยที่4 เป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวจำเลยที่1 ได้ขับรถไปตามทางยกระดับอุตราภิมุข ขาเข้าจากดอนเมืองมุ่งหน้าไปดินแดงด้วยความเร็วสูง
และรถยนต์ตู้ พฤติการณ์แห่งคดี แสดงว่ารถทั้งสองคันแล่นด้วยความเร็วสูงมากการที่รถของจำเลยที่1ซึ่งแล่นตามหลังสามารถแล่นทันและเข้าเฉี่ยวชนกับรถตู้โดยสารแสดงว่ารถของจำเลยที่1แล่นด้วยความเร็วสูงกว่ารถตู้โดยสารจึงเป็นฝ่ายประมาท  ดังนั้นจำเลยที่1ต้องผูกพันตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาซึ่งถึงที่สุดดังกล่าวส่วนเรื่องการมีส่วนประมาทของ นางนฤมล ศาลในคดีส่วนอาญามิได้วินิจฉัยไว้และปัญหาดังกล่าวใช่ประเด็นโดยตรงในคดีส่วนอาญาไม่

ที่ศาลในคดีส่วนอาญาให้เหตุผลประกอบคำวินิจฉัยว่านางนฤมลขับรถตู้โดยสารมาด้วยความเร็วสูงเป็นเพียงแสดงให้เห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความเร็วที่ สูงมากจนแล่นทันรถตู้โดยสารแล้วรถของจำเลยที่1 เสียหลักเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูงเช่นกันทำให้รถตู้โดยสารเสียหลักไปปะทะกับเสาริมทางจนเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงจึงเป็นการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่1โดยเฉพาะจำเลยที่1 จึงเป็นผู้กระทำความผิดในครั้งนี้คำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว

การที่จำเลยที่1-3  ฎีกาในทำนองว่าคำฟ้องในคดีอาญาไม่ได้กล่าวถึงพฤติการณ์การขับรถที่ไม่เป็นปกติของนางนฤมล ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงดังกล่าวเพราะจะเป็นคุณแก่จำเลยที่1 หาได้เป็นสาระแก่คดีไม่ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านางนฤมลมีส่วนประมาทในอุบัติเหตุครั้งนี้การที่ศาลอุทธรณ์นำพฤติการณ์การขับรถตู้โดยสารของนางนฤมลที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญามารับฟังว่านางนฤมลมีส่วนประมาทแล้วรถจำนวนค่าเสียหายในส่วนค่าขาดไร้อุปการะละให้จำเลยที่1-3 ต้องรับผิดชดใช้แก่โจทก์แต่ละราย4ใน5ส่วนนั้นจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

เมื่อพิจารณาว่าอุบัติเหตุรุนแรงทั้งนี้เกิดจากการขับรถประมาทของจำเลยที่1ผู้โดยสารที่นั่งในรถตู้หาได้มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใดไม่ หากเเต่เป็นผู้ได้รับเคราะห์ภัยจากอุบัติเหตุจนต้องเสียชีวิต สำหรับนางนฤมลคนขับรถตู้ที่ถึงแก่ความตายข้อเท็จจริงก็ยังรับฟังไม่ได้ว่านางนฤมลมีส่วนประมาทด้วยจึงไม่มีเหตุที่จะลดจำนวนค่าเสียหายในส่วนค่าขาดไร้อุปการะ ส่วนจำเลยที่1-3ฎีกาว่าฝ่ายรถตู้โดยสารต้องรับผิดมากกว่าเพราะเป็นรถโดยสารสาธารณะและไม่มีเข็มขัดนิรภัยก็หาได้มีเหตุผลให้รับฟังไม่

จำเลยที่1-3จึงไม่มีข้ออ้างที่จะขอลดจำนวนค่าเสียหายลงอีกเมื่อเป็นดังที่วินิจฉัยข้างต้นการที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าขาดไร้อุปการะเต็มจำนวนแล้วลดหย่อนให้จำเลยที่1-3รับผิดชดใช้4ใน5ส่วนนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้อง

ศาลฎีกาฯ เห็นสมควรแก้ไขโดยให้จำเลยที่1-3รับผิดในค่าขาดไร้อุปการะเต็มจำนวน

ศาลฎีกาฯ จึงพิพากษาแก้ให้พวกจำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ และโจทก์ร่วมรวมกว่า 24,796,925 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แม่เหยื่อ'แพรวา9ศพ'เดินหน้าทวงความยุติธรรม ลั่นอยากให้คนผิดสำนึก

อัพเดท! ‘แพรวา9ศพ’ เปลี่ยนชื่อใหม่-แต่งงานแฟนหนุ่มชีวิตดี๊ดี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top