533.jpg
ชนสยอง13ศพ  นศ.เทคนิคเลี้ยงส่งฝึกงาน  ซิ่งกระบะอัดเสาไฟฟ้า

ชนสยอง13ศพ นศ.เทคนิคเลี้ยงส่งฝึกงาน ซิ่งกระบะอัดเสาไฟฟ้า

วันจันทร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag :

ชนสยอง13ศพ

นศ.เทคนิคเลี้ยงส่งฝึกงาน

ซิ่งกระบะอัดเสาไฟฟ้า

เทกระจาดย่านบางพล

นศ.เทคนิคเมาซิ่งกระบะท้าประลองความเร็ว เสียหลักพุ่งอัดเสาไฟฟ้า คว่ำเทกระจาดตายเกลื่อน 13 ศพบาดเจ็บอีก 5 ตร.เร่งสอบสวนรวบรวมหลักฐานก่อนเอาผิด ด้านสอศ.ยื่นมือช่วยครอบครัวผู้เสียชีวิต

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 29 กันยายน พ.ต.ท.สำราญ ช่วยท้าว สว.(สอบสวน) สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่ถนนกิ่งแก้ว ปากทางเข้าซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังพร้อมด้วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.ราชาเทวะ รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


เมื่อไปถึงพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ผจ 5322 ระยอง พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ริมถนน สภาพพังยับเยิน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตกระจายเกลื่อนพื้นถนน รวม 13 ราย และพบผู้ได้บาดเจ็บอาการสาหัสติดคาอยู่ในรถอีก5ราย

สำหรับผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย 1.นายโชคชัย ทานนท์ อายุ 21 ปี 2.นายสุริยัน สีถาน อายุ 20 ปี 3.นายนพรัตน์ ไชยรัตน์ อายุ 20 ปี 4.นายศุภพัชชา ดอกโศก อายุ 20 ปี 5.นายเทียนชั ชนกเนตร อายุ 20 ปี 6.นายวีรวัฒน์ กล้าจริง อายุ 20 ปี 7.นายโกวิทย์ สิมลี อายุ 20 ปี 8.นายสุทิน จันทร์สมุทร อายุ 21 ปี 9.นายสุประชัย วรรณทวี อายุ 19 ปี 10.นายจักรพงษ์ มะโนรัตน์ อายุ 20 ปี 11.นายอุดม สานุการ อายุ 20 ปี 12.นายศุภวัฒน์ มาเสมอ อายุ 21 ปี และ 13.นายวรายุทธ ไชยปัญญา อายุ 21 ปี เสียชีวิตที่ รพ.บางพลี

ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้แก่ 1.นายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 25 ปี คนขับรถ 2.นายพุฒธพงษ์ รินรมย์ อายุ 21 ปี 3.นายรัณชัย สุขจันทร์ อายุ 21 ปี 4.น.ส.ยุพิน กรินกระโทก อายุ 21 ปี และ 5.นายวานนาค หม่อง สัญชาติเมียนมา อายุ 20 ปี

จากการสอบสวนเพื่อนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทราบว่าทั้งหมดเป็นนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ ถูกส่งมาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถประกันกลางแห่งหนึ่ง ภายในซอยกิ่งแก้ว 22/2 อ.บางพลี โดยวันเดียวกันนี้เป็นการฝึกงานวันสุดท้าย ทางอู่จึงได้จัดงานเลี้ยงส่งให้นักศึกษาที่มาฝึกงานกันที่อู่ดังกล่าว นับตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำ ซึ่งทุกคนต่างดื่มสุรา ดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งในช่วงดึก ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ได้ชักชวนกันไปดูคอนเสิร์ตหมอลำซิ่ง ที่แสดงอยู่ภายในซอยกิ่งแก้ว 2 โดยก่อนจะกลับทั้งหมดยังถ่ายรูประหว่างนั่งและยืนกันอยู่ที่ท้ายรถกระบะคันเกิดเหตุ ส่งให้เพื่อนดู และพิมพ์ข้อความ ว่ากำลังพากันกลับห้องพัก กระทั่งมาทราบอีกทีว่ารถกระบะคันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงรีบเดินทางมาดูในที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นโชเฟอร์แท็กซี่คันหนึ่ง เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นรถกระบะคันนี้ขับออกมาจากซอยกิ่งแก้ว 2 ด้วยความเร็วสูง จนเมื่อถึงบริเวณถนนกิ่งแก้ว มีรถกระบะอีกคันแต่งซิ่ง ขับแข่งกันไปด้วยความเร็ว กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ รถกระบะที่ประสบเหตุที่อยู่ช่องทางขวา จู่ๆ ก็หักเข้ามาช่องกลางกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักพุ่งปีนฟุตปาธข้างทาง แล้วไปชนกับรั้วบ้านจนเสียหาย โดยรถยังหมุนหลายตลบ ฟาดแท่งแบริเออร์ที่กั้นเกาะกลางถนนจนล้มและกระเด็นไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนเสาไฟหัก 2 ต้น ส่งผลให้คนในรถกระเด็นหลุดออกจากรถไปกันคนละทิศละทาง เสียชีวิตเกลื่อนถนน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางในการสอบสวนผู้ขับรถกระบะคันคันดังกล่าว โดยยังคงต้องรอให้รักษาตัวจนอาการบาดเจ็บดีขึ้นเสียก่อน จึงจะเชิญตัวมาสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนพิจารณาดำเนินคดี

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ว่าได้รับรายงานจากทาง สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ แล้ว เบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียชีวิต 13 คน และได้รับบาดเจ็บ 5 คน ส่วนพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสาน รพ.บางพลี ในการส่งศพไปชันสูตร หลังจากนั้นก็จะได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนจะพิจารณาดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว อยากให้ยกเป็นอุทาหรณ์ถึงผู้ใช้รถใช้ถนน การโดยสารในกระบะหลังซึ่งไม่มีที่นั่งและเข็มขัดนิรภัย นั้น มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นเสียชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับการขับรถในลักษณะสุ่มเสี่ยง ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แซงตัดหน้ากระชั้นชิด ขับรถหย่อนประสิทธิภาพ หรือเมาสุรา รวมไปถึงผู้โดยสารที่นั่งท้ายรถกระบะมีการดื่มสุรา หรือหย่อนขาขณะรถวิ่ง ขอให้อย่ากระทำโดยเด็ดขาดเพราะเป็นอันตราย

“ที่ผ่านรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จากอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายครั้ง จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัย มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 15/2560 เรื่อง มาตรการการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสาธารณะ ซึ่งในกรณีห้ามนั่งท้ายรถกระบะ และห้ามนั่งแคปในรถยนต์ 2 ประตู ขณะนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก พร้อมภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและผ่อนผันชะลอการบังคับใช้กฎหมาย โดยเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ให้กับประชาชน ถึงอุบัติเหตุและอันตรายจากการโดยสารที่ไม่มีการนิรภัยมาโดยตลอด” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

รอง โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมสร้างช่องทางในการรับรู้ให้กับประชาชนเล็งเห็นความสำคัญในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เคารพกฎจราจร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งตัวผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางเพื่อสร้างความปลอดภัย

วันเดียวกัน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยกรณีนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ ประสบอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ ในพื้นที่ถนนกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จนเสียชีวิต 13 คน และได้รับบาดเจ็บ 5 คน ว่านับเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคที่มีความสูญเสียจำนวนมาก ในนามสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอความกรุณาผู้บริหารส่วนกลาง รวมถึงผู้บริหารวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ได้ให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือครอบครัวของนักศึกษาที่เสียชีวิต

ทั้งนี้ ให้จัดแบ่งคณะดูแลช่วยเหลือออกเป็น 13 ชุด ดูแลตั้งแต่การนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ณ สถานที่ซึ่งญาติมีความประสงค์ รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดงานบำเพ็ญกุศล งานฌาปกิจและเรื่องที่เกี่ยวข้องอื่น โดย สอศ.จะมีคำสั่งมอบหมายผู้รับชอบอย่างเร่งด่วนต่อไป เบื้องต้น ในนาม สอศ.จะให้ความช่วยเหลือค่าชันสูตรศพ 3,000 บาทต่อคน

“จากการตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการพานักศึกษาเหล่านี้ไปกินเลี้ยงด้วยการให้นักศึกษานั่งท้ายกระบะไป เรื่องนี้ผมมองว่าจะเป็นตัวอย่างให้วิทยาลัยในสังกัด สอศ.และประชาชนทั่วไประมัดระวังเรื่องการใช้รถกระบะบรรทุกคนโดยไม่มีหลังคาหรือสิ่งป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น” นายบุญรักษ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top