546.jpg
'ฉลามวาฬ'ออกหากินบริเวณบ้านกรูด ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ทะเลไทย

'ฉลามวาฬ'ออกหากินบริเวณบ้านกรูด ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ทะเลไทย

วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.00 น.

 

7 ตุลาคม 2562 นายโสภณ​ ทองดี​ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ (ทช.)​ กล่าวว่า​ หลังจากที่มีภาพเผยแพร่ผ่านสื่ิอโซเชียลออนไลน์ขณะที่นายนาวี จิตรวัตร หรือไต๋บอล เจ้าของเรือนำเที่ยวตกปลาโชตนาวีสมุทร อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นชาวประมงบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์​ ได้นำเรือพากลุ่มนักตกปลาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา 4 คน ออกไปตกปลาในช่วงวันหยุด​ ระหว่างนั้นได้จอดลอยลำปั่นไฟล่อให้สัตว์น้ำมาตอมเพื่อนำไปทำเหยื่อตกปลา บริเวณห่างจากชายฝั่งบ้านกรูด-บ้านดอนสำราญ ประมาณ 300-400 เมตร​ ระดับน้ำลึกประมาณ 5 เมตร​ ขณะนั้นได้พบกับฉลามวาฬ​ ซึ่งมีขนาดความยาวประมาณ 2-3 เมตร น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม โดยฉลามวาฬตัวดังกล่าวได้ว่ายเข้าใกล้เรือที่กำลังปั่นไฟ​ โผล่อ้าปากขึ้นมาไล่ต้อนกินลูกปลา เคย และปลาหมึกเกือบชั่วโมง ได้สร้างความตื่นตา​ ตื่นใจ​ ให้กับนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือ ต่างพากันถ่ายภาพบันทึกคลิปวีดีโอเป็นที่ระลึก


นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ กล่าวต่อว่า​ ฉลามวาฬเป็นฉลามเคลื่อนที่ช้าที่กินอาหารแบบกรองกิน เป็นสัตว์ทะเลที่ขนาดใหญ่ที่สุด ยาวถึง 12.65 ม. หนัก 21.5 ตัน แต่มีรายงานที่ได้รับยืนยันว่ายังมีฉลามวาฬที่ใหญ่กว่านี้ เป็นสัตว์ทะเลชนิดเดียวชนิดเดียวในสกุล Rhincodon ที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์ถึงปัจจุบัน และวงศ์ Rhincodontidae  ซึ่งเป็นสมาชิกในชั้นย่อย Elasmobranchii ในชั้นปลากระดูกอ่อน ฉลามวาฬพบได้ในทะเลเขตร้อนและอบอุ่น อาศัยอยู่ในทะเลเปิด 

ลักษณะของฉลามวาฬที่แตกต่างจากฉลามส่วนใหญ่ คือ หัวที่ใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว และปากที่อยู่ด้านหน้าแทนที่จะอยู่ด้านล่าง ฉลามวาฬ เกือบทั้งหมดที่พบมีขนาดใหญ่กว่า 3.5 เมตร ใช้เหงือกในการหายใจ มีช่องเหงือก 5 ช่อง มีครีบอก 2 อัน ครีบหาง 2 อัน และ ครีบก้น(หาง) 1 อัน หางของปลาฉลามวาฬอยู่ในแนวตั้งฉาก และโบกไปมาในแนวซ้าย-ขวา แตกต่างจากสัตว์เลือดอุ่นในทะเลที่หางอยู่ในแนวขนานและหายใจด้วยปอด อาทิ วาฬ, โลมา หรือพะยูน​​ ในการระบุตัวของฉลามวาฬนั้น พิจารณาจากด้านข้างลำตัว ตั้งแต่ช่องเหงือกช่องที่ 5 จนถึงสิ้นสุดครีบอก โดยแต่ละตัวจะมีจุดที่แตกต่างกันออกไปเป็นอัตลักษณ์ประจำตัว  

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ กล่าวทิ้งท้ายว่า การพบฉลามวาฬในท้องทะเลทั้งฝั่งชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งฝั่งทะเลอันดามัน ถือเป็นตัวชี้วัดบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทย เพราะฉลามวาฬกินทั้งลูกปลาและแพลงตอนเป็นอาหาร สิ่งที่สำคัญอยากฝากเตือนชาวประมงทุกคน หากนำเรือพานักท่องเที่ยวไปตกปลา และไปเจอฉลามวาฬ ก็ขอให้จอดนิ่งๆ​ อย่าไปรุกไล่และกระโดดลงไปในน้ำหรือสัมผัส ห้ามให้อาหารและห้ามรบกวนฉลามวาฬเด็ดขาด​ ส่วนข้อมูลของชาวประมงบ้านกรูด ที่บอกว่าพบฉลามวาฬแต่ละครั้งไม่ซ้ำกันและแจ้งว่าในช่วงปีนี้พบแล้ว 10 ครั้ง และยังให้ข้อมูลว่ามีประมาณ 5-6 ตัว ถือเป็นข้อมูลที่น่ายินดี และเป็นประโยชน์​ ซึ่งจะได้ให้ส่วนวิชาการของกรม ทช.​ บันทึกไว้เป็นข้อมูล​ รวมถึงการสำรวจเช่นเดียวกับเรื่อง "วาฬบรูด้า" ที่กรม ทช.ได้ดำเนินการแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top