เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ มส.5 แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบขนลำเลียงพันธุ์บุกและหัวบุก ส่งขายให้นายทุนชาวจีน พบเป็นขบวนการรายใหญ่ที่หวังทำลายระบบการค้าบุกของไทยให้ล่มจม
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 นายสุวพงษ์ กิตติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบลำเลียงไข่บุก หรือหัวพันธุ์บุกและหัวบุก และถูกเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.5 แม่สะเรียงจับกุมได้เมื่อคืนวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา บริเวณด่านหน้าถ้ำ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
โดยเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แม่สะเรียง ได้จับกุมนายบัณฑิต บรรณจักร์ หมายเลข ประจำตัวประชาชน 3 5009 00305 58 4 ที่อยู่ 325 หมู่ที่ 3 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางไข่บุก หรือเมล็ดพันธุ์บุก จำนวน 139 กระสอบ ชั่งน้ำหนัก แล้วได้จำนวน 3,943 กิโลกรัม
โดยผู้ต้องหาได้เปิดเผยว่า ได้รับการประสานงานจากนายเจษฎา นาพิลาด บ้านเลขที่ 122 หมู่ 10 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ให้มาทำการขนบุกในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง โดยมีการนำ เอกสารใบเบิกทางนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ เล่มที่ 16768 เลขที่ 03 ออกที่ทำการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 โดยอนุญาตให้นางลาวัลย์ อัมพรคีรีมาส บ้านเลขที่ 62 หมู่ที่ 6 ต.เมืองปอน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน นำหัวบุก 2,000 กิโลกรัม เคลื่อนที่จาก ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ไปยังโรงงานบ้านจาบอน เลขที่ 269/2 หมู่ที่ 3 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน
จากการตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่าเป็นเอกสารที่ไม่ใช่ของผู้ขนลำเลียงบุกและพบว่าเอกสารดังกล่าวได้มาจาก นาย ท.ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ อ.ขุนยวม และจากการตรวจสอบไปยังเจ้าของเอกสารดังกล่าว ทราบว่าไม่ได้ให้เอกสารดังกล่าวให้แก่ผู้ใดมาก่อนหน้านี้ ซึ่งแสดงว่าอาจจะมีการลักลอบสำเนาเอกสารฯ โดยที่เจ้าของไม่ทราบเรื่อง
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ระบุว่าทางหน่วยฯ ได้สืบทราบว่าจะมีชาวจีนมาว่าจ้างเพื่อเก็บหาเมล็ดบุก โดยจะนำมากองรวมไว้ที่บริเวณหลังร้านล้างอัดฉีด (คาร์แคร์) ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง หน่วยฯ จึงได้จัดชุดเข้าไปทำการสืบ พบว่ามีการนำไข่บุกบรรจุกระสอบ มาวางไว้ในบริเวณคาร์แคร์ดังกล่าวจริง จากนั้นหน่วยฯ จึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและพบว่ามีการนำหัวบุกขึ้นบรรทุกใส่รถยนต์ปิคอัพ สีขาว ยี่ห้อโตดยต้า หมายเลขทะเบียน ผม 7870 เชียงใหม่ และเคลื่อนที่ออกจากร้านคาร์แคร์ดังกล่าวไปตามเส้นทางหลวงสายแผ่นดิน หมายเลข 108 จึงได้ไล่ติดตามไปจับกุมดังกล่าว
คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าหัวบุกดังกล่าว มิได้มีการปลูกไว้โดยทั่วไป ส่วนมากจะพบเห็นว่ามักมีหรือเกิดขึ้นในป่าเท่านั้น จึงเชื่อได้ว่าหัวบุกทั้งหมดได้มีการเก็บหาในป่าเพื่อนำไปจำหน่ายเชิงพาณิชย์ จึงไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ 1107 (พ.ศ.2528) ออกตามความใน พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ว่าด้วยการเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ข้อ 2 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2528 และจากการตรวจสอบของป่า(บุก)มีลักษณะขนาดเล็กเป็นชนิดไข่บุก ซึ่งไม่เป็นสินค้าที่ โรงงานจะนำไปแปรรูปแต่อย่างใดจะใช้เพื่อขยายพันธุ์ในการปลูกเท่านั้น จึงถือได้ว่าการกระทำดังกล่าว นายบัณฑิต บรรณจักร์ เป็นการกระทำผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 , มาตรา 34 , มาตรา 70 และการแสดงใบเบิกทางอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ด้วย
สำหรับปัญหาเรื่องบุกในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่าได้มีการลักลอบนำไข่บุก หรือเมล็ดพันธุ์บุก ส่งไปขายให้กับนายทุนชาวจีน ซึ่งตั้งร้านรับซื้อเมล็ดพันธุ์บุกที่จังหวัดลำพูน โดยได้มีการกระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี โดยกลุ่มนายทุนชาวจีนจะรับซื้อเมล็ดพันธุ์บุกในราคา กก.ละ 40 บาท ขณะที่หัวบุกทั่วไปรับซื้อราคา กก.ละ 23 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวเพื่อนำเมล็ดพันธุ์บุกไปปลูกที่ประเทศจีน โดยในอนาคต บุกที่เป็นสินค้าส่งออกของไทยจะถูกจีนใช้การตลาดครอบงำ
ทั้งนี้ การรับซื้อบุกจากชาวจีนในราคาที่สูงเกินกว่าราคาท้องตลาดส่งผลให้การส่งผลิตภัณฑ์บุกของไทยไปยังประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ไม่สามารถทำได้เนื่องจากราคาต้นทุนสูงเกินไป โดยราคาท้องตลาดหน้าโรงงานในแม่ฮ่องสอน หัวบุกจะมีการรับซื้อในราคาไม่เกิน 12 บาท เมื่อบวกกับค่าภาคหลวงอีก 3 บาท ต่อ กก.จะมีราคา 15 บาท ต่อ กก.และเมื่อรวมไปถึงการแปรรูปอบแห้งเพื่อส่งไปต่างประเทศจะมีต้นทุนสูง และกลุ่มรับซื้อบุกแห้งในญี่ปุ่น จะมีการกำหนดราคากลางไว้ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ผลิตของไทยไม่สามารถขายสินค้าได้
ล่าสุดพบว่า ยังมีเมล็ดพันธุ์บุกในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซุกซ่อนไว้อีกประมาณกว่า 500,000 กก.โดยก่อนหน้านั้น ได้มีการร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมป่าไม้ จนมีการสั่งการให้เข้มงวดต่อการลักลอบลำเลียงบุกไปยัง จ.ลำพูน แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าก่อนหน้านี้เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการลอบลำเลียงบุกออกไปโดยมีการเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี