สังคมเหลื่อมล้ำ!‘แบงก์ชาติ’เผยคนจนในไทยลดลง แต่ช่องว่างฐานะชนชั้นบน-ล่างยังสูง
12 ธันวาคม 2562 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงาน “ภาพรวมความเหลื่อมล้ำของไทยในศตวรรษที่ 21” โดยระบุว่า ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.3 ต่อปี ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำ จนมีการกล่าวถึงวาทกรรม “รวยกระจุก จนกระจาย” กันอย่างแพร่หลาย ความเหลื่อมล้ำได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และถูกน้ามาวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของภาครัฐ
กระนั้นความเหลื่อมล้ำมีมุมมองได้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สิน รายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิต ซึ่งระดับความเหลื่อมล้ำแต่ละด้านมีทั้งด้านที่เพิ่มขึ้นและด้านที่ลดลง นอกจากนี้ การประเมินระดับของความเหลื่อมล้ำมีการใช้มาตรวัดที่หลากหลาย กอปรกับความครบถ้วนแม่นยำของข้อมูลโดยเฉพาะมูลค่าสินทรัพย์ของแต่ละครัวเรือนไทยทั้งประเทศก็ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงอยู่เสมอ ดังนั้น จึงอาจเห็นผลการประเมินความเหลื่อมล้ำของเศรษฐกิจไทยที่แตกต่างกันได้ ซึ่งท้าให้สังคมไทยยังมีความเข้าใจต่อความเหลื่อมล้ำไม่ตรงกัน
ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ชี้ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของไทยลดลง สะท้อนจากดัชนีชี้วัดความเหลื่อมล้ำทางรายได้หรือที่เรียกว่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาค (Gini coefficient) ด้านรายได้มีแนวโน้มดีขึ้นโดยค่าปรับลดลงจากร้อยละ 46 ในปี 2534 เหลือร้อยละ 38 ในปี 2558 สอดคล้องกับสัดส่วนครัวเรือนยากจนที่ลดลงจากร้อยละ 61 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในปี 2531 เหลือร้อยละ 18 ในปี 2550 และเหลือร้อยละ 2 ในปี 2558
อย่างไรก็ตาม แม้ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของไทยจะปรับลดลง แต่ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของไทยยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ จากรายงานของ World Economic Forum (2018) ชี้ว่าระดับความไม่เสมอภาคของไทยสูงเป็นอันดับที่ 25 จาก 107 ประเทศทั่วโลก สูงกว่า เวียดนาม (อันดับที่ 29) สิงคโปร์ (อันดับที่ 36) อาร์เจนตินา (อันดับที่ 45) ญี่ปุ่น (อันดับที่ 87)
อีกทั้งความแตกต่างของรายได้โดยเฉลี่ยระหว่างกลุ่มประชากรหัวแถวที่มีรายได้สูงที่สุดร้อยละ 20 และกลุ่มประชากรท้ายแถวที่มีรายได้ต่ำที่สุดร้อยละ 20 สูงถึง 10.3 เท่าในปี 2558 และกลุ่มรายได้สูงสุดมีรายได้รวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด หากพิจารณาในมิติของจำนวนคนจน พบว่า กว่าร้อยละ 50 ของคนจนทั้งประเทศอยู่ในภาคเกษตร ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้เกษตรที่ขยายตัวต่ำตามราคาสินค้าเกษตรหลักที่มีแนวโน้มลดลงตามราคาตลาดโลก รวมถึงจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ
ความเหลื่อมล้ำด้านอื่นๆ ยังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนจากข้อมูลในรายงาน The Inclusive Development Index 2018 ของ World Economic Forum โดยความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งของไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ต่อระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2561) และติดเป็นล้าดับที่ 10 ของประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งสูงที่สุดจากทั้งหมด 107 ประเทศทั่วโลก
ขณะที่ความเหลื่อมล้ำในด้านโอกาสยังอยู่ในระดับสูง พิจารณาจากการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตของครัวเรือน โดยการสำรวจปี 2560 พบว่าครัวเรือนไทยที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 24.8 และ 64.4 ตามลำดับ โดยอัตราการเข้าถึงสิ่งจำเป็นนี้แตกต่างกันตามรายได้ของครัวเรือน นอกจากนี้ยังคงเห็นความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษาในเชิงพื้นที่
พิจารณาจากระดับคะแนน PISA (Programme for International Student Assessment-การทดสอบทักษะด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการอ่าน โดยกลุ่ม OECD) ของนักเรียนระดับมัธยมที่แยกตามภูมิภาค พบว่าคะแนนของนักเรียนจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สูงกว่าพื้นที่อื่นๆ อาทิภาคเหนือตอนบน ภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคอีสานตอนล่างอย่างมีนัยสำคัญในทุกสาขาวิชา ซึ่งความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้นได้ในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี