วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
“คณบดีเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต” ถอดบทเรียน 10 บทเรียน เหลื่อมล้ำ-ไม่เป็นธรรมในสังคม ชี้ทางออก “วิกฤติเศรษฐกิจทุนผูกขาด” รากเหง้าปัญหารวยกระจุก-จนกระจาย แนะสังคมต้องตื่นรู้! ผนึกสร้างสมดุล 3 อำนาจ “ประชาชน-ระบบราชการ-ท้องถิ่น” ต้องคานอำนาจส่วนกลาง
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 รศ.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณบดีสถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจไทยเกิดจากความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคมมีสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาดังต่อไปนี้ 1. “ความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่สมดุล” เอื้อให้เกิดโครงสร้างเศรษฐกิจ “ทุนผูกขาด” ร่วมมือกับ “ผู้มีอำนาจรัฐ” แนวทางแก้ปัญหา คือ ต้องปรับสมดุลของ “สามเหลี่ยมอำนาจ” คือ อำนาจรัฐ อำนาจทุน และอำนาจประชาชน ด้วยแนวทางปฏิรูปอำนาจประชาชนให้มีส่วนร่วมในการติดสินใจเชิงนโยบาย ปฏิรูปอำนาจรัฐหรือระบบราชการต้องตรวจสอบได้ และปฏิรูปการกระจายอำนาจท้องถิ่นเพื่อถ่วงดุลอำนาจส่วนกลาง ซึ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไทยถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม เช่น ธุรกิจค้าปลีกมีเพียง 2 กลุ่มทุนใหญ่ครอบครองตลาด 80 % ธุรกิจการผลิตและการค้าปูนซีเมนต์ในประเทศเกือบ 100% อยู่ในมือกลุ่มทุนเพียง 3 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มทุนเหล่านี้ก็ร่วมมือกับผู้มีอำนาจปกครอง ครอบงำ อำนาจรัฐ สร้างความเหลื่อมล้ำ และไม่เป็นธรรมทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองจากความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่สมดุลนำไปสู่การกระจุกตัวของรายได้และการรวมศูนย์อำนาจ” รศ.ณรงค์ กล่าวถึงต้นตอความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไทย
2. “ปัญหาคอร์รัปชั่น” ที่มีทั้ง “อำนาจรัฐ” และ “อำนาจทุน” จับมือร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์ แนวทางแก้ปัญหา คือ สร้างแรงจูงใจแก่ภาคประชาชนให้ตรวจสอบพฤติกรรมคอร์รัปชั่น ปลูกจิตสำนึกสร้างค่านิยมแก่เด็กเยาวชน และ ผนึกกำลังร่วมกัน “ลงโทษทางสังคม” แก่คนโกงบ้านกินเมือง 3. “ระบบการศึกษาไม่มีคุณภาพ” คนรวยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและความก้าวหน้าในชีวิตมากกว่าคนจน แนวทางแก้ปัญหา คือ จัดตั้ง “คณะกรรมการนโยบายการศึกษาของชาติ” เพื่อปรับอำนาจ ลดบทบาท และ งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการโดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนมาร่วมกำกับการศึกษาพร้อมกระจายความรู้ด้านเทคโนโลยีไปสู่ท้องถิ่น
จี้รื้อโครงสร้างลดภาษีนิติบุคคลต้องเพิ่มค่าแรงลูกจ้างด้วย
4. “โครงสร้างระบบภาษี” สร้างภาระแก่คนจนมากกว่าคนรวย แนวทางแก้ปัญหา คือ ทุกคนตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป ยื่นแบบผู้เสียภาษี อัตราภาษีนิติบุคคลต้องอัตราก้าวหน้าสูงสุดไม่เกิน 25% ส่วนภาษีบุคคลธรรมดาควร 25% พร้อมเร่งสร้างแรงจูงใจแก่คนจ่ายภาษีควรได้รับ “สวัสดิการ” และ “เบี้ยประกันชราภาพ” ที่สำคัญการลดภาษีนิติบุคคลต้องควบคู่กับการเพิ่มค่าจ้าง และ สิทธิพิเศษการลงทุนควรอยู่ในพื้นที่ หรือ ธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจ
“โครงสร้างรายได้จากภาษี ไปเน้นที่ภาษีทางอ้อมมากเกินไป คือ มูลค่าเพิ่มและสรรพสามิต แม้ว่าปัจจุบันจะมี กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้ว แต่ปรากฏว่ามีการแก้ไขดัดแปลงว่า ถ้าบ้านและที่ดินราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท และเป็นบ้านหลังแรก ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่คนที่มีบ้านสองหลังราคารวมกันเพียง 3-5 ล้านบาท ปรากฏว่า แม้บ้านหลังที่ สองราคาไม่กี่ล้านบาทต้องจ่ายภาษี” รศ.ณรงค์ กล่าว
หนุนแก้ รธน.เพิ่มอำนาจการเมืองภาคประชาชน
5. “ปัญหาผูกขาดอำนาจทางการเมือง” แนวทางแก้ปัญหา คือ แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัวแทนจากฝ่ายต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมโดยเฉพาะการสร้างพลังประชาชน “ชั้นกลาง” และ “ชนชั้นล่าง” ให้มีความเข้มแข็งทางการเมืองภาคประชาชน 6. “การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและปัจจัยการผลิต” ซึ่งขณะนี้ถูกยึดครองโดยอำนาจทุนและรัฐ แนวทางแก้ปัญหา คือ รื้อระบบภาษีกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผังเมือง และการจัดการน้ำโดยท้องถิ่นได้ประโยชน์ พร้อมกับการได้รับการจัดสรรที่เป็นธรรมในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและที่ทำกินรวมถึงได้รับการดูแลหากได้รับผลกระทบในทางลบจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน
7. “คนไทยต้องเป็นเจ้าของเทคโนโลยี” เพื่อแก้ปัญหาบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติเข้ายึดครองระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการค้าออนไลน์ที่ดำเนินการโดยต่างชาติเอาเปรียบผู้ประกอบการคนไทยจนขาดทุนย่อยยับ แนวทางแก้ปัญหา คือ รัฐบาลต้องกล้าออกนโยบายป้องกันการผูกขาดตลาดภายในประเทศ พร้อมให้ความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยี อาทิ E-Learning Big Data แก่ผู้ประกอบการคนไทย
เตือน!นโยบายลงทุนเอื้อต่างชาติกดทับทุนไทย
รศ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า กรณีของอาลีบาบา ลาซาด้า แกร้บ หรือ โกเจ็ค เดี๋ยวนี้การซื้อของผ่านออนไลน์ ราคา 50-60 บาท ของส่งตรงมาจากจีนเลย ยิ่งกว่านั้นจีนมาตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนในไทยโดยไม่ต้องจ่ายภาษี และ สามารถนำสินค้าราคาไม่เกิน 1,500 บาทออกขายได้โดยไม่ต้องจ่ายภาษี เท่ากับส่งเสริมให้ทุนใหญ่ต่างชาติกดทับทุนไทยให้ย่อยยับ รศ.ณรงค์ ชำแหละถึงผลกระทบจากนโยบายการค้าของรัฐบาลที่เอื้อให้ยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี E-Commerce เข้ามาลงทุนไทย
8. ต้อง “ปรับปรุงนโยบายการลงทุนจากต่างชาติ” แนวทางแก้ปัญหา คือ ยกเลิกนโยบายยกเว้นภาษีและเช่าที่ดิน 99 ปีแก่ต่างชาติ “การยกเว้นภาษีให้ชาวต่างชาติ100%ไม่ควรเกิน 5 ปี และไม่ควรมีนโยบายส่งกำไรออกเสรี และไม่สมควรให้เช่าที่ดินยาวถึง 99 ปี เหมือนกรณีอังกฤษเช่าเกาะ ฮ่องกง เพราะจะเป็นการสั่งสมปัญหาระยะยาวเกี่ยวกับอธิปไตยและการปกครอง ดังตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นในฮ่องกง”
9.ต้องดูแล “กลุ่มเปราะบางอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด หรือ Disruptive Technology” แนวทางแก้ปัญหา คือ ส่งเสริมการจัดตั้ง “สหกรณ์อเนกประสงค์” เพื่อเตรียมพร้อมด้านการออม การผลิต การประกอบอาชีพ และสร้างสวัสดิการขึ้นในกลุ่มโดยใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสร้างรายได้และอาชีพ พร้อมกับพัฒนา “ทักษะใหม่” และรัฐบาลต้องห้ามแรงงานข้ามชาติทำงานที่คนไทยทำได้ รวมถึงรัฐบาลต้องสร้างงานใหม่ เช่น ปลูกป่า การทำความสะอาดอาคาร ทำความสะอาด ถนน ขุดลอกคูคลอง งานดูแลผู้สูงอายุ ฯลฯ และ จัดตั้ง “กองทุนทางสังคมเพื่อที่อยู่อาศัย” สำหรับช่วยเหลือคนตกงานจากเทคโนโลยี
และสุดท้าย 10. “ความเหลื่อมล้ำจากอำนาจทุนผูกขาดและอำนาจทุนต่างชาติ” ต้นตอสร้างความเหลื่อมล้ำทางรายได้ แนวทางการแก้ปัญหา คือ สร้างขบวนการแรงงานผนึกกำลังกับผู้บริโภคให้เข้มแข็งเพื่อต่อรอง และ ถ่วงดุล รวมถึงต้องบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการผูกขาดอย่างจริงจัง
“ภาครัฐควร ให้ไปรษณีย์ไทยสนับสนุนสินค้าราคาถูกให้แก่ค้าปลีกรายย่อยและร่วมมือกับธุรกิจรายย่อยไทยส่งสินค้า ให้แก่ลูกค้าคนไทย และ รัฐจะต้องส่งเสริมให้บริษัทต่างชาติ ใช้มาตรฐานระดับสูงกับมาตรฐานการผลิต มาตรฐานแรงงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานธรรมาภิบาล และมาตรฐานสินค้า เช่นเดียวกับบริษัทในประเทศของตนเองด้วย” รศ.ณรงค์ เสนอแนวทางต่อสู้อำนาจทุนต่างชาติที่รุกคืบเข้ามาแย่ธุรกิจคนไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี