สธ.แถลงผลคนขับแท็กซี่
หลังรับนักท่องเที่ยวจีน
ติดไวรัสโคโรนา
เฝ้าระวัง13คนใกล้ชิด
ดีเดย์1กพ.ส่งแอร์เอเชีย
รับ64ชีวิตกลับจากอู่ฮั่น
WHOยกภาวะฉุกเฉินโลก
WHO ประกาศไวรัสโคโรนาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลกแล้วหลังยอดตายในจีนพุ่ง 213 ศพ ติดเชื้อเพิ่มเฉียดหมื่น ลามไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดย สธ.ไทยแถลงยันพบเหยื่อไวรัสอู่ฮั่นเพิ่มใหม่อีก 5 เป็นคนจีน 4 ไทย 1 ซึ่งเป็น 1 ใน 2 คนขับแท็กซี่รับผู้โดยสารนักท่องเที่ยวจีน ถือเป็นการติดเชื้อจากคนสู่คนรายแรกในประเทศ ด้านกก.โรคอุบัติใหม่ ยกระดับคุมเข้มสกัดระบาดในชุมชน
ไฟเขียวจำกัดคนจีนเข้าไทยต้องแสดงใบรับรองแพทย์ มท.1สั่งด่วนถึง ผู้ว่าฯทั่วประเทศ เข้ม3มาตรการ รับมือระบาด รบ.ส่งแอร์เอเชียรับ64คนไทยในอู่ฮั่นกลับ 6 โมงเช้า 1ก.พ.
สถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไวรัสอู่ฮั่น ลุกลามไปทั่วโลกมีผุ้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในประเทศจีน ต้นตอการระบาด และในหลายประเทศ ทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกประกาศเมื่อเวลา 04.00 น.ตามวันที่ 31 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย ยกระดับให้ไวรัสโคโรนาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขระดับโลก
WHOยกเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก
ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ แถลงที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นภัยสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารรณสุขที่น่าวิตกของนานาชาติ หรือเป็นภัยพิบัติด้านสุขภาพระดับโลก เนื่องจากเชื้อลุกลามระบาดออกจากจีนไปประเทศอื่น อีกทั้ง ระบุด้วยว่า การระบาดของไวรัสโคโรนาจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ของจีน ออกไปหลายประเทศทั่วโลกครั้งนี้เป็นการระบาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเผชิญกับมาตรการรับมือที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า WHOประกาศยกระดับเช่นนี้มาแล้ว 5 ครั้ง ประกอบด้วย เมื่อครั้งไข้หวัดหมูระบาดเมื่อปี 2552 โรคโปลิโอเมื่อปี 2557 ไข้ซิกาเมื่อปี 2559 อีโบลาเมื่อปี 2557 และ 2562
ตายทะลุ213-ป่วยเฉียดหมื่น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการด้านสุขภาพแห่งชาติจีน หรือเอ็นเอชซีแถลงสถานการณ์ล่าสุดของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไวรัสอู่ฮั่นประจำวัน ซึ่งระบาดไปทั่วทุกมณฑลของจีนแล้วว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 213 ราย ผู้ป่วยด้วยอาการปอดอักเสบหรือปอดบวมจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาพิ่มขึ้นเป็น 9,816 ราย ในจำนวนนี้อาการหนัก 1,527 ราย มีผู้ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว 171 ราย
ลามกว่า20ปท.เฝ้าดูอาการนับแสนราย
ส่วนสถานการณ์ระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้ออีกประมาณ 100 คนใน 18 ประเทศและดินแดนนอกประเทศจีน ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐ ฝรั่งเศส เวียดนาม เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) แคนาดา อิตาลี กัมพูชา ฟินแลนด์ อินเดีย เนปาล ฟิลิปปินส์ และศรีลังกาโดยไทยและญี่ปุ่นเป็นประเทศมีผู้ป่วยสะสมมากที่สุดคือ อย่างน้อย 14 คน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นผู้เดินทางจากอู่ฮั่น แต่พบการแพร่ระบาดจากคนสู่คน 8 ราย ในเยอรมนี ญี่ปุ่น เวียดนาม และสหรัฐ
ขณะที่มีผู้ต้องเฝ้าระวังดูอาการ เพราะใกล้ชิดกับผู้ป่วยจนมีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสมีจำนวนเพิ่มขึ้น 113,579 ราย ในจำนวนนี้มี 4,201 ราย ได้รับการยกเลิกเฝ้าติดตามอาการให้กลับบ้านได้ เหลืออีก 102,427 ราย ที่ยังต้องเฝ้าติดตามต่อไป
เกาหลีใต้ขนกลับล็อตแรก720คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวการอพยพพลเมืองของนานาชาติว่า วันเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีได้นำเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 747-400 ของโคเรียนแอร์ เช่าเหมาลำ นำพลเมืองเกาหลีใต้ 367 คน เดินทางออกจากอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของจีน ถึงท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป ชานกรุงโซล เมื่อช่วงเช้าของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นพลเมืองกลุ่มแรกจากทั้งหมด 720 คน ซึ่งแสดงความจำนงขอเดินทางกลับ
ญี่ปุ่นบินรอบ3รับคนกลับงถึงโตเกียวแล้ว
ขณะที่ญี่ปุ่นอพยพประชาชนออกจากเมืองอู่ฮั่นเป็นเที่ยวบินที่ 3 แล้ว ในรอบนี้มีผู้ที่เดินทางกลับประเทศ 149 คน ถึงสนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียวเมื่อเวลา 10.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลเผยว่ายังมีชาวญี่ปุ่นอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นอีกประมาณ 300 คน ทั้งหมดต้องการกลับประเทศ เวลานี้กำลังเจรจากับรัฐบาลจีนเพื่อหาทางส่งกลับทั้งหมดในสัปดาห์หน้า โดยญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 14 คน ในจำนวนนี้มีชาวญี่ปุ่น 2 คน ที่เดินทางกลับมาเป็นชุดที่สองซึ่งติดเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการป่วย
อังกฤษบินรับ 83ชีวิตกลับแล้ว
ด้านรัฐบาลอังกฤษแจ้งว่า เครื่องบินพลเรือนที่กระทรวงต่างประเทศเช่าเหมาลำได้นำชาวอังกฤษ 83 คน และชาวต่างชาติ 27 คนเดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่นของจีนแล้วเมื่อเวลา 09.45 น.วันนี้ตามเวลาในจีน ตรงกับเวลา 08.45 น.วันนี้ตามเวลาในไทย เดินทางถึงอังกฤษแล้วเมื่อเวลา 13.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังสเปนเพื่อให้สมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียูแต่ละประเทศมารับพลเรือนของตนกลับบ้านต่อไป
จีนส่งเครื่อง2ลำรับคนจีนตกค้างกลับ
เว็บไซต์สำนักงานการบินของจีนแจ้งว่า ทางการจีนส่งเครื่องบินสองลำของสายการบินเซียะเหมินแอร์ไลน์มารับชาวอู่ฮั่นที่ตกค้างในกรุงเทพฯ ของไทยและเมืองโคตาคินาบาลู เมืองเอกของรัฐซาบาห์ของมาเลเซียที่อยู่บนเกาะบอร์เนียว รวมถึงอีกหลายๆประเทศกลับประเทศจีนแล้ว หลังมีคำสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น งดเดินทางเข้าออกตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม
สธ.ยันติดเชื้ออยู่ที่14ราย–กลับบ้าน7
ในส่วนประเทศไทย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาประจำวันว่า จากรายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา ขณะนี้ยังพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 7 ราย กลับบ้านแล้ว 7 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 14 รายเท่าเดิม ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3-30 มกราคม มีผู้ป่วยต้องฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 280 ราย คัดกรองจากสนามบิน 37 ราย เดินทางมาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอง 243 ราย ให้กลับบ้านได้แล้ว 68 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 212 ราย โดยวันที่ 30 มกราคม พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 78 ราย
ขึ้นบัญชีไวรัสอู่ฮั่นโรคติดต่ออันตราย
นพ.โสภณกล่าวต่อว่า หลังWHOประกาศให้สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public health Emergency of international Concern) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณายกระดับการทำงานให้สอดคล้องกับประกาศขององค์การอนามัยโลก ซึ่งสธ.ประชุมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการการกฎหมาย มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และมาตรการสื่อสารความเสี่ยง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอนามัยโลก โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคมได้ประชุมคณะกรรมการวิชาการโรคติดต่อภายใต้ พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งหารือประเด็นการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตลอดจนการพิจารณาเรื่องการประกาศพื้นที่หรือเขตติดโรค
ยกระดับเฝ้าระวังระดับชุมชน
นพ.โสภณย้ำว่า จากนี้ทุกประเทศรวมถึงไทยต้องมีมาตรการเฝ้าระวังโรคเข้มข้น ในส่วนไทยที่ผ่านมามีมาตรการคุมเข้มที่สนามบิน คัดกรองผ่านเครื่องเทอร์โมสแกน แต่จะเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังระดับชุมชนมากขึ้น เน้นป้องกัน โดยประสานผ่านไกด์ทัวร์ และเครือข่ายโรงแรม แต่เมื่อนักท่องเที่ยนจีนเข้าไทยลดลง 80% ก็ต้องหันมาเข้มมาตรการดูแลป้องกันคนไทยด้วยกัน โดยเฉพาะคนที่ไม่ป่วยได้สวมหน้ากากอนามัยเวลาเดินทางเข้าสถานที่แออัดและหมั่นล้างมือให้สะอาด
ติดเชื้อเพิ่มอีก5-1ใน2แท็กซี่ติดคนสู่คน
ต่อมาเวลา 16.00 น. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. เปิดแถลงข่าวด่วนถึงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ถึงผลตรวจคนขับแท็กซี่ที่รับนักท่องเที่ยวชาวจีน แล้วมีอาการเป็นไข้ว่า ผู้เชี่ยวชาญจาก 3 ด้านคือ ด้านระบาดวิทยา ด้านคลินิกวิทยาและด้านไวรัสวิทยา ลงความเห็นแล้วว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันเพิ่มอีก 5 ราย รวมสะสมทั้งหมด 19 ราย และรักษาจนหายเป็นปกติแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 7 ราย และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลรวมทั้งหมด 12 ราย โดยใน 5 รายใหม่นี้ เป็นชาวจีน 4 รายที่มีประวัติการเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และอีก 1 ราย เป็นคนขับรถแท็กซี่ ที่ไม่เคยมีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายแรกของประเทศไทยที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศ และขณะนี้มีอาการดีขึ้น ไม่น่ากังวล
ขยายผลเฝ้าระวัง 13 คนใกล้ชิด
นพ.สุขุม กล่าวว่า หลังมีการยืนยันผลจากป้องปฎิบัติการแล้ว สธ.ได้เร่งคัดกรองผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกับคนขับรถแท็กซี่รายนี้แล้ว 13 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัว 3 คนและผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอื่นอีก 10 คน ไม่พบการติดเชื้อเพิ่มเติม ทั้งนี้ ที่มีการพบการติดเชื้อในประเทศไทยเนื่องจากมีการขยายการตรวจที่เดิมตรวจเฉพาะผู้ที่มีประวัติการเดินทางมาจากประเทศจีน เป็นการตรวจไปยังกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดกับคนจีน เช่น คนขับรถโดยสารสาธารณะ ทำให้พบผู้ป่วยได้รวดเร็ว และรักษาได้ในขณะที่ยังมีอาการไม่รุนแรง
“และจากการสอบสวนผู้ป่วยรายนี้พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อไวรัสมานั้น คาดว่าเดินทางกลับประเทศจีนไปแล้ว และเมื่อตนทราบว่ามีอาการป่วย ก็ทำการหยุดงาน ไม่ได้ออกไปขับรถ จึงไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปยังผู้โดยสารคนอื่น” นพ.สุมขุมกล่าว
แพทย์-อุปกรณ์พร้อมตรวจ64คนไทย
นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการเตรียมทีมแพทย์รับคนไทยในอู่อั่น 64 คน กลับประเทศนั้น เตรียมทีมแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคระบาด และการแพทย์ฉุกเฉินไว้ ภายในเครื่องบินยังต้องมีอุปกรณ์การแพทย์จำเป็นด้วย โดยการคัดกรองจะมีตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินและลงเครื่องบิน หากเจ็บป่วยจะนำตัวส่งโรงพยาบาลเข้าห้องคัดกรอง 14 วันตามเกณฑ์ เข้ากระบวนการรักษา เช่นเดียวกันหากคนที่ไม่ป่วยก็เฝ้าระวังที่บ้านตัวเอง 14 วัน
จีนเคาะไทยรับคนกลับ1กุมภา
วันเดียวกัน มีความชัดเจนการรับคนไทยที่อยู่ในเมืองอุ่ฮั่นของจีนกลับประเทศ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลยังดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาต่อเนื่อง ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ไม่ต้องเป็นห่วง รมว.สาธารณสุข ยังคงดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนการไปรับคนไทยกลับประเทศนั้น จีนสรุปให้เราส่งเครื่องบินพาณิชย์ไปรับคนกลับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 06.00 น.
แอร์เอเชียใช้แอร์บัสบินรับ64คนไทย
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการเตรียมเครื่องบินพาณิชย์ เพื่อรับคนไทยในอู่ฮั่นกลับประเทศว่า นายกฯสั่งการไว้แล้วตั้งแต่เริ่มระบาด กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคมเตรียมการไว้หมดแล้ว ทั้งทีมแพทย์และบุคลากร เมื่อทางการจีนอนุญาตแล้วเราสามารถไปรับคนไทยในอู่ฮั่นทันที โดยสายการบินแอร์เอเชียมีไฟล์ทไปจีนอยู่แล้ว และถ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุขระบุจะไปรับด้วยตัวเองนั้น ก็สามารถทำได้
ขณะที่นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ส่งหนังสือยืนยันความพร้อมของสายการบินในการนำเครื่องไปรับคนไทยกลับ โดยระบุว่า ปกติให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งเส้นทางนี้มีความพร้อมอยู่แล้ว เมื่อได้รับการประสานจากรัฐบาลก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ พร้อมพาคนไทยกลับมา อยู่ที่รัฐบาลจะให้ดำเนินการเมื่อไหร่ พร้อมขอบคุณที่ให้เกียรติสายการบิน ส่วนเครื่องบินที่จะนำไปรับคนไทยกลับมา คือ แอร์บัส A320 จำนวน 180 ที่นั่ง และทุกอย่างพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข.
สธ.ยกระดับใช้มาตรการป้องกันสูงสุด
เวลา 13.30 น.ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ กล่าวในการประชุมคณะกรรมการฯนัดแรก เพื่อวางมาตรการป้องกันรับมือการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา เน้นย้ำการป้องกันโรคให้คนทุกคนที่อยู่ในเมืองไทยปลอดภัยจากไวรัสดังกล่าวให้มากที่สุด ส่วนเรื่องความเสียหายทางเศรษฐกิจออกมาตรการเยียวยาภายหลังได้ แต่ชีวิตและสุขภาพของคนถ้าติดเชื้อ ป่วย เสียชีวิตแล้วเอากลับมาไม่ได้ ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการป้องกันระดับสูงสุด เตรียมอุปกรณ์ป้องกันการติด โดยให้กระทรวงพาณิชคุมราคา ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประสานบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าเตรียมอุปกรณ์ป้องกันโรคให้เพียงพอ ส่วนเรื่องสถานพยาบาลที่จะรองรับการดูแลผู้ป่วยยืนยันว่ามีเพียงพอและได้รับการสนับสนุนจากหน่วยแพทย์ทหาร
จำกัดคนจีนเข้าไทยโชว์ใบรับรองแพทย์
นายอนุทินกล่าวต่อว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องประสาน สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจัดบัญชีข้อมูลนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาจากจีนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงปัจจุบันว่ามีจำนวนเท่าไหร่ มีชื่อ มีรายละเอียดส่วนบุคคลอย่างไร มีกี่คนที่เข้าแล้วออกไปแล้ว เหลือกี่คนที่ยังอยู่และจะออกเมื่อไหร่ ส่งรายละเอียดให้สธ. ถ้ามีการระบาดในประเทศจะได้มีข้อมูลติดตามผู้สงสัยเป็นพาหะนำเช้า
“เรายกระดับการตรวจคนเข้าเมืองเป็นสถานการณ์พิเศษ โดยคนที่จะเดินทางเข้ามาต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา ไม่มีความเสี่ยงจากประเทศต้นทาง และมอบกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวให้ศึกษาผลกระทบและนำเสนอมาตรการช่วยเหลือต่อไป หากเราจำเป็นต้องใช้มาตรการจำกัดการเข้าเมือง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทย”นายอนุทินกล่าว
เข้มเผยแพร่ข้อมูลสกัดคนตื่นตระหนก
ส่วนการสื่อสารกับสังคมนั้น นายอนุทิฯกล่าวว่า กำหนดไว้ 3 ระดับ โดย 1.ระดับรัฐบาลจะแถลงข่าวผ่านคณะกรรมการชุดนี้ 2.ระดับปฏิบัติการเป็นหน้าที่ สธ.ให้ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมควบคุมโรค และ 3.ระดับการตอบโต้สถานการณ์ข่าวจะมีโฆษก สธ. เป็นผู้ให้ข้อมูล พร้อมร่วมมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจสอบดำเนินการเอาผิดคนปล่อยข่าวเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท ส่วนการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนกระทรวงสาธารณสุข จะตั้งศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารเพียงจุดเดียว เพื่อเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ทันต่อสถานการณ์ ป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน
มท.1สั่งด่วนผวจ.ทั่วปท.รับมือไวรัส
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เตรียมพร้อมป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยแต่ละจังหวัดติดตามการระบาดของเชื้อไวรัสในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสนามบินและมีความเสี่ยงจากการเดินทางระหว่างประเทศ พร้อมใช้กลไกระบบบัญชาการเหตุการณ์ตามพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ 2550 และแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 2558 กำหนดภารกิจพื้นที่ และหามาตรการป้องกันแก้ไขเป็นรูปประธรรม นอกจากนี้ ให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทำแผนเผชิญเหตุกรณีมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา อาทิ การกักกันโรค การคัดกรองผู้โดยสาร การเตรียมความพร้อมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขรวมถึงยาเวชภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์การป้องกันโรค และมาตรการสุดท้ายให้เร่งสร้างการรับรู้ของประชาชนผ่านกลไกการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เข้าใจถึงสถานการณ์ ถ้าจังหวัดใดพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าให้รายงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภายในเวลา 16.30 น ทุกวัน
นายกฯเอ็กซเรย์ปอดก่อนถกครม.ศก.
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมหลังมีอาการป่วยเป็นไข้หวัด แพทย์ต้องให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้านเมื่อวันที่ 30 มกราคมว่า ช่วงเช้าวันนี้ นายกฯเดินทางมาทำงานที่ทำเนียบฯตามปกติ เพื่อเป็นประธานการประชุมครม.เศรษฐกิจเวลา 09.30 น. ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกฯเผยว่า ก่อนนายกฯเข้าทำเนียบฯได้เข้าตรวจเอ็กซเรย์ปอด เพื่อดูการเพาะเชื้อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผลตรวจพบเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น สาเหตุเนื่องจากตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนมา นายกฯพักผ่อนน้อยมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี