วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเร่งดำเนินงานโครงการระบบสูบผันน้ำ
คลองสะพาน-อ่างเก็บน้ำประแสร์ ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ให้เสร็จทันก่อนฤดูฝนที่จะมาถึง โดยเป็นการก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่องและสำรอง1 เครื่อง มีโดยอัตราสูบน้ำเครื่องละ 1.375 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที รวม 5.5 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อสูบผันน้ำจากคลองสะพานกลับไปเติมในอ่างฯประแสร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำประแสร์
ทั้งนี้ คลองสะพาน เป็นคลองธรรมชาติขนาดใหญ่ และเป็นสาขาของแม่น้ำประแสร์ มีต้นกำเนิดที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ไหลผ่าน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง แล้วจึงไหลมาบรรจบแม่น้ำประแสร์ก่อนไหลออกสู่ทะเล มีพื้นที่รับน้ำกว่า 465 ตารางกิโลเมตร ในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม ของทุกปีจะมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยถึง 137 ล้านลบ.ม. ที่ไหลออกสู่อ่าวไทยโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากคลองสะพานยังไม่มีแหล่งเก็บน้ำ นอกจากนี้ ยังล้นตลิ่งท่วมเขตชุมชนและเขตเศรษฐกิจใน อ.แกลง และ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นับหมื่นไร่สร้างความเสียหายเป็นประจำทุกปีอีกด้วย
สำหรับการดำเนินโครงการระบบสูบผันน้ำคลองสะพาน-อ่างฯประแสร์ มีเป้าหมายสูบน้ำส่วนเกินช่วงฤดูฝนจากคลองสะพานเป็นเวลา 5 เดือนคือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม กลับไปเติมในอ่างฯ ประแสร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้ปีละ 50 ล้านลบ.ม. ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้แก่อ่างเก็บน้ำประแสร์รองรับความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตรและอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)
นอกจากนี้ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว กรมชลประทานจะสร้างแนวท่อส่งน้ำควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะสูบผันน้ำส่วนเกินในคลองสะพานไปยังแหล่งเก็บกักน้ำอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้อีกจำนวนมาก เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยใน จ.ระยองได้อีกด้วย
“โครงการระบบสูบผันน้ำคลองสะพาน-อ่างเก็บน้ำประแสร์ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์หลักกรมชลประทาน 20 ปีถึง 2 ข้อคือ ยุทธศาสตร์เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการตามวัตถุประสงค์การใช้น้ำ การนำน้ำที่เคยทิ้งไปเปล่าประโยชน์กลับมาใช้สอยหมุนเวียนได้ทั้งภาคประชาชนเกษตร และอุตสาหกรรมช่วยให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ป้องกันความเสียหายและสนับสนุนการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำขณะนี้โครงการมีความก้าวหน้าร้อยละ 60 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม ทั้งนี้ กรมชลประทานจะได้เร่งดำเนินโครงการ ดังกล่าวให้แล้วเสร็จในเร็ววันเพื่อเตรียมสูบผันน้ำที่กำลังจะมาในหน้าฝนปีนี้”รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้างกรมชลประทาน กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี