546.jpg
กองปราบรวบหนุ่มใหญ่ใช้เฟสบุ๊คหลอกสาวไปขืนใจ หนีคดีนาน10ปี

กองปราบรวบหนุ่มใหญ่ใช้เฟสบุ๊คหลอกสาวไปขืนใจ หนีคดีนาน10ปี

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563, 12.08 น.

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังข้าราชการตำรวจ ชุดปฎิบัติการ 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ร่วมกันจับกุม นายเอก ดวงดี อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.546/2557 ลง 11 พ.ย.2557 โดยกล่าวหาว่า “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย” สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนภายในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

พฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยเมื่อประมาณวันที่ 31 ก.ค.2553 - 16 ส.ค.2553 นายเอกฯ ผู้ต้องหา ได้ใช้โปรแกรมเฟสบุ๊ค หาเพื่อนโดยมี น.ส.เอ นามสมมุติฯ ได้เข้ามาพูดคุยด้วยกันเรื่อยมา จน น.ส.เอฯ ได้สนิทสนมไว้เนื้อเชื่อใจ จนได้นัดพบกันที่ห้างแห่งหนึ่งใน อ.เมืองอุดรธานี จากนั้นต่อมาได้หลอกผู้เสียหายว่าจะพาไปซื้อหนังสือ และดูภาพยนตร์ แต่กลับพา น.ส.เอฯ ผู้เสียหาย ไปห้องพักแล้วข่มขืนกระทำชำเราฯ ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายไม่สามารถต่อสู้ได้เนื่องจากกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย ต่อมาเมื่อผู้ปกครองของผู้เสียหายทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองอุดรธานี จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุญาตศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหา


ต่อมา วันที่ 3 มี.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.สืบสวนติดตามจนทราบว่า ผู้ต้องหา หลบหนีมาพักอาศัยบริเวณพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เฝ้าติดตามสืบสวนจับกุม เมื่อพบผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาอ่านดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเป็นการสมัครใจทั้งสองฝ่ายไม่ได้ข่มขืนแต่ประการใด และหลังเกิดเหตุได้มีผู้ใหญ่มาขอเจรจาเรียกเงิน 200,000 บาท ในการยอมความ แต่ตัวเองไม่มีจึงได้หลบหนีเรื่อยมา และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top