
“วราวุธ” รมว. ทส. หวั่นหน้ากากอนามัยใช้แล้วก่อปัญหาขยะล้นเมือง สั่งที่ปรึกษา “ยุทธพล” เร่งแก้ก่อนปัญหาบานปลาย
วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปทั่วทุกมุมโลก แม้แต่ประเทศไทยก็ยังคงต้องเผชิญกับปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 มานับตั้งแต่เดือนมกราคม นอกจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคแล้ว ปัญหาที่ตามมา ได้แก่ ปัญหาขยะหน้ากากอนามัยที่ถูกทิ้งปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพอนามัยและปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
ทั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว. ทส.) หวั่นขยะหน้ากากอนามัยปนเปื้อนแหล่งน้ำและทะเลซ้ำรอยฮ่องกง วอนประชาชนช่วยกันทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้วให้ถูกที่ พร้อมมอบหมายนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว. ทส. ประสานและกำกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งแก้ไขปัญหาก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้
โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในภาวะที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งทุกภาคส่วนต่างผสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจังมาโดยตลอด ในส่วนของพี่น้องประชาชนต่างก็ต้องดูแลและป้องกันตนเองทั้งการปฏิบัติตามแนวทางที่ภาครัฐขอความร่วมมือ รวมถึง การป้องกันโดยใช้หน้ากากอนามัย ซึ่งปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตหน้ากากอนามัยได้เดินหน้าผลิตหน้ากากอนามัยกว่า 1.4 ล้านชิ้นต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน แต่ผลกระทบที่ตามมา คือ มีปริมาณขยะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วเกิดขึ้นกว่า 1 – 2 ล้านชิ้นต่อวัน บางส่วนถูกทิ้งในที่ที่จัดเตรียมไว้ และบางส่วนถูกทิ้งปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม ตนรู้สึกกังวลหากไม่มีการจัดเก็บอย่างถูกต้องจะก่อปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งตนเคยให้ข่าวก่อนหน้านี้กรณีปัญหาหน้ากากอนามัยใช้แล้วก่อปัญหาขยะล้นเมืองในฮ่องกง ซึ่งตนรู้สึกกังวลว่าจะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นในประเทศไทย ตนจึงได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ ประสานจัดทำข้อแนะนำการจัดการขยะหน้ากากอนามัย เสนอไปยังกรุงเทพมหานคร และกระทรวงมหาดไทย เพื่อประสานไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ในการเตรียมการจัดการกับหน้ากากอนามัยใช้แล้ว โดยทาง กทม. ได้มีการจัดตั้งถังขยะสีแดง เพื่อทิ้งหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในพื้นที่ 50 เขตเรียบร้อยไปแล้ว
สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประชาสัมพันธ์และจัดเตรียมพื้นที่ทิ้งหน้ากากอนามัยใช้แล้ว นอกจากนี้ สำหรับพี่น้องประชาชน ตนขอแนะนำวิธีการจัดการกับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว โดยให้พับหน้ากากอนามัยให้ด้านที่สัมผัสใบหน้าอยู่ด้านใน จากนั้นห่อให้มิดชิดด้วยกระดาษหรือถุงที่ปิดสนิท และเขียนกำกับก่อนนำไปทิ้ง เพื่อจะได้นำไปจัดการกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะต่อไป ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประสานและกำกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการจัดการและป้องกันการปนเปื้อนของหน้ากากอนามัยลงสู่ทะเล โดยได้เน้นย้ำให้วางแผนและเตรียมความพร้อมในทุกด้านก่อนปัญหาต่าง ๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่จนยากที่จะแก้ไข
ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ตนได้รับข้อสั่งการของท่าน รมว. ทส. และเร่งประสานสั่งการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยได้หารือกับนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของหน้ากากอนามัยใช้แล้วลงสู่ทะเล พร้อมวางแผนการดักเก็บขยะบริเวณปากแม่น้ำและลำคลองสายหลักกว่า 400 สาย ก่อนไหลลงสู่ทะเล รวมถึง พิจารณาติดตั้ง ทุ่นดักขยะ (BOOM) เพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการติดตั้งแล้วกว่า 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ระยอง และปากแม่น้ำสำคัญในหลายพื้นที่ ซึ่งช่วยลดปัญหาขยะที่จะไหลลงสู่ทะเลได้หลายตันในตลอดปี นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เร่งประชาสัมพันธ์และให้ความรู้กับประชาชนใน 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล พร้อมจัดเตรียมสถานที่ทิ้งหน้ากากอนามัยเป็นการเฉพาะ เพื่อง่ายต่อการจัดเก็บและนำไปกำจัด ทั้งนี้ ตนได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานให้ รมว. ทส. ทราบอย่างเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี