วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ภาคการเกษตรเป็นภาคที่มีความสำคัญมากในด้านการผลิตอาหารเพื่อความมั่นคงของชาติ เมื่อเกิดวิกฤติการณ์ของชาติทุกครั้งภาคการเกษตรเป็นเบาะรองรับ ณ วันนี้ภายใต้วิกฤตโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ภาคการเกษตรไทยยังคงทำหน้าที่ได้อยู่แต่ก็อ่อนแอมาก พึ่งตนเองไม่ได้ ล้มละลายทางเศรษฐกิจ การผลิตไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ หนี้สินรุงรังมาก อยากเห็นการแก้ปัญหาจากภาครัฐเพื่อให้ภาคเกษตรเป็นที่พี่งในระยะยาวได้ และสามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคชนบท โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติได้เสนอมาตรการเยียวยาภาคการเกษตรคือ มาตรการระยะสั้น เงินสดที่จะส่งตรงถึงมือเกษตรกร ซึ่งเห็นด้วยกับมาตรการเยียวยานี้จากรัฐบาลเพราะจะมีผลให้กำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น เกิดกระแสเงินหมุนเวียน มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย ความเดือดร้อนน้อยลงหากได้ถึงระยะเวลา 6 เดือนจะยิ่งดี และด้วยภัยแล้งที่เป็นปัญหาถมทับและซ้ำเติมจึงมีมาตรการเพิ่มเติม คือ ขอให้รัฐบาลพักหนี้ทั้งระบบ ไม่จ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย แต่ให้คงสภาพหนี้ไว้ระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติ โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยในระหว่างพักหนี้ รวมทั้งขอให้ผ่อนปรนกรณีเช่า/ซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรไม่ให้เกิดการยึดคืนในระหว่างนี้
ทั้งนี้ ภาครัฐควรสนับสนุนให้การเกษตรในภาคชนบทปรับโครงสร้างให้มีความมั่นคง ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งโครงสร้างการผลิตภาคครัวเรือนต้องมีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อจะลดแรงปะทะจากความเสี่ยงรอบด้านสนับสนุนให้เกษตรกรได้มีความรู้ให้มากขึ้น ขอให้มีมาตรการ/นโยบายในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) มีองค์ความรู้และงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยอะมากอยู่แล้วสามารถนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตได้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่เชื่อมประสาน สภาเกษตรกรแห่งชาติพร้อมทำหน้าที่ประสานให้ ขอเพียงรัฐบาลมีคำสั่งที่ชัดเจน ไม่งั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต่างคนต่างทำงานกันเหมือนเดิม ท้ายสุดเมื่อผ่านพ้นวิกฤติทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม อยากให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้กลับไปเริ่มต้นใหม่ (Set Zero) โดยภาครัฐจัดตั้งกองทุนประเดิมภายใต้ ธ.ก.ส.เป็นพี่เลี้ยงและเจ้าภาพให้ รัฐอุดหนุนดอกเบี้ยให้ธ.ก.ส.
อย่างไรก็ตาม ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวต่อไปว่า ส่วน มาตรการระยะยาว ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต รัฐบาลอาจสนับสนุนงบประมาณ 50,000 ล้านบาท ให้เกษตรกรทำเรื่องเสนอภายใต้กรอบที่มีให้ คือ ไม่มีดอกเบี้ย 5 ปี โดยต้องไม่รับเงินชดเชยจากภาครัฐอีกต่อไป เกษตรกรไทยต้องยืนบนลำแข้งตัวเอง
ให้ได้ เกษตรกรเองต้องตัดสินใจไม่ฉะนั้นต้องเลิกอาชีพนี้ซะ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี