สทนช.ประกาศ22ลุ่มน้ำใหม่  นำร่องขับเคลื่อนกฎหมายรอง

สทนช.ประกาศ22ลุ่มน้ำใหม่ นำร่องขับเคลื่อนกฎหมายรอง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

 

สทนช.ขับเคลื่อนกฎหมายลำดับรองภายใต้ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ย้ำโควิด-19 ไม่ส่งผลกระทบทำให้ล่าช้า นำร่องคลอด 18 มาตราเร่งด่วน 23 ฉบับโดยเฉพาะพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำ 22 ลุ่มน้ำใหม่ พร้อมการคัดเลือกคณะกรรมการลุ่มน้ำ หวังเปิดมิติใหม่ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ


ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สทนช.ได้จัดทำและยกร่างกฎหมายลำดับรอง (เฉพาะมาตราเร่งด่วน) ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 จำนวน18 มาตรา รวม 23 ฉบับ เสร็จเรียบร้อย ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้วตามลำดับ และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในหลักการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจร่างของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ในเร็ววันนี้ นอกจากนี้ยังมีกฎหมายลำดับรองอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอยู่ระหว่างดำเนินการเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งทำให้การประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาทำได้ยาก เพราะต้องเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล (Social Distancing) เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ตาม แต่สทนช.ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายลำดับรองดำเนินได้โดยไม่สะดุด และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับกฎหมายลำดับรองที่สำคัญ อาทิพระราชกฤษฎีกากำหนดลุ่มน้ำซึ่งเดิมนั้นได้เสนอออกประกาศเป็น 22 ฉบับ 22 ลุ่มน้ำ แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มีเนื้อหาและหลักการเดียวกัน จึงควรเป็นประกาศฉบับเดียวครอบคลุมทั้ง 22 ลุ่มน้ำ โดยแบ่งเป็นรายมาตรา คาดว่า ภายในเดือนมิถุนายนนี้ จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้นก็จะมีการออกกฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ ด้วยวิธีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ เพื่อนำไปสู่การคัดเลือกให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการลุ่มน้ำในแต่ละลุ่มน้ำต่อไป

เลขาธิการ สทนช.กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในอนาคต คณะกรรมการลุ่มน้ำจะมีบทบาทสำคัญมาก และเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยบริหารจัดการน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะแผนงานพัฒนาทรัพยากรน้ำจากท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ จะต้องมีความเห็นจากคณะกรรมการลุ่มน้ำ รวมถึงคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด ที่ร่วมกันพิจารณาตั้งแต่แรก เพื่อให้แผนงานพัฒนาทรัพยากรน้ำในแต่ละลุ่มน้ำสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง และเป็นไปตามความต้องการของประชาชน ถือเป็นมิติใหม่ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นระบบ ทั้งจากล่างขึ้นบนและจากบนลงล่าง

“โครงสร้างคณะกรรมการลุ่มน้ำแต่ละลุ่มน้ำจะประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน หากลุ่มน้ำใดครอบคลุมหลายจังหวัดให้ผู้ว่าราชการเลือกกันเองว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดใดจะเป็นประธาน ที่เหลือจะเป็นรองประธาน ส่วนกรรมการจะประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนราชการในจังหวัด ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้แทนจากองค์กรผู้ใช้น้ำ และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีผู้แทนจากสทนช. เป็นกรรมการและเลขานุการ นอกจากนี้ กรรมการผู้แทนคณะกรรมการลุ่มน้ำที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรผู้ใช้น้ำและผู้ทรงคุณวุฒิ ยังจะได้รับการคัดเลือกให้ไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อกำหนดนโยบายทรัพยากรน้ำของประเทศอีกด้วย” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top